ศาลอนุญาโตตุลาการนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางทะเล "ไทย-กัมพูชา" สัปดาห์นี้仲裁法庭计划于本周就泰国和柬埔寨之间的海上争端举行调解听证会。
ไทยและกัมพูชาเตรียมเข้าชี้แจงต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศที่ประเทศสิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางออกให้ข้อพิพาททางทะเลที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย

ไทยและกัมพูชาเตรียมเข้าชี้แจงต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่ประเทศสิงคโปร์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาทางออกให้ข้อพิพาททางทะเลที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยซึ่งคาดว่ามีทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากไทยได้ประกาศถอนตัวฝ่ายเดียว จากบันทึกความเข้าใจระหว่างกัมพูชาและไทยปี 2001 หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า MOU 44 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
กัมพูชาและไทยเตรียมส่งผู้แทนเข้าชี้แจงจุดยืนต่อคณะผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างประเทศ ที่สำนักงานศาลอนุญาโตตุลาการถาวร หรือ PCA ที่ประเทศสิงคโปร์ในวันที่ 15 ก.ย. นี้ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในพื้นที่ทางทะเลที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิทับซ้อนกันในอ่าวไทย
กัมพูชาเป็นฝ่ายริเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ หลังรัฐบาลไทยถอนตัวจากกรอบความตกลงที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นแนวทางเจรจาเพื่อพัฒนาทรัพยากรพลังงานร่วมกันในพื้นที่นอกชายฝั่ง
ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจปี 2544 หรือ MOU 44 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลขนาดประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทย ซึ่งเป็นบริเวณที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และทั้งกัมพูชากับไทยต่างอ้างสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว
รัฐบาลไทยประกาศถอนตัวจากกรอบความตกลงฝ่ายเดียวเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยฝ่ายไทยโดยนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า กรอบความร่วมมือทวิภาคีภายใต้ MOU 44 นี้ดำเนินมานานกว่า 25 ปีแต่ไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า การถอนตัวของไทยไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งปะทุขึ้นเป็นการสู้รบ 2 รอบเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายและประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนต้องพลัดถิ่น ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กัมพูชาตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หลังไทยยุติกรอบความร่วมมือทวิภาคีฝ่ายเดียว ทั้งที่สองประเทศใช้กรอบดังกล่าวเจรจาเกี่ยวกับพื้นที่ทางทะเลที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนกันมานานกว่า 20 ปี
ด้านนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ผู้แทนของทั้งสองประเทศมีกำหนดกล่าวถ้อยแถลงเปิดต่อหน้าคณะกรรมการไกล่เกลี่ย 5 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ที่สำนักงาน PCA ในนครสิงคโปร์ โดยคาดว่านายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะเป็นผู้กล่าวเปิด ตามด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย
PCA ก่อตั้งขึ้นในปี 2442 และเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลด้านการระงับข้อพิพาทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ทำหน้าที่ช่วยระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศและคู่กรณีภาคเอกชน โดยอาศัยสัญญา ข้อตกลงเฉพาะ และสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยสำนักงาน PCA ในสิงคโปร์เป็นสำนักงานแห่งแรกของศาลซึ่งตั้งอยู่ในเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และคาดว่ากระบวนการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี จึงจะได้ข้อสรุป
ทั้งไทยและกัมพูชาางแสดงความยินดีที่ได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาระบุว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของกระบวนการสันติที่กัมพูชาเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อแก้ไขความแตกต่างด้านเขตทางทะเลระหว่างสองประเทศ
กัมพูชาหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ทั้งสองประเทศบรรลุทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อข้อพิพาททางทะเล และเปิดทางให้สามารถร่วมกันสำรวจทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีศักยภาพสูงในพื้นที่พิพาท
กระทรวงพลังงานของไทยประเมินว่า รายได้ในอนาคตจากแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนระหว่างสองประเทศอาจมีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงต่างประเทศไทยระบุว่า ไทยพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่และสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการไกล่เกลี่ย พร้อมยืนยันว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
อย่างไรก็ตาม วิลเลียม โจนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศจากวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์ว่า การที่ไทยถอนตัวจาก MoU 44 และการที่กัมพูชายื่นเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ต่างมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการเมืองภายในประเทศและความขัดแย้งชายแดนที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
โจนส์ระบุว่า การถอนตัวของไทยมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว และส่งสัญญาณต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า มรดกทางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งรัฐบาลของเขาเป็นผู้จัดทำ MoU ปี 2544 ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว
ขณะเดียวกัน โจนส์มองว่า การยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยของกัมพูชาเป็น "การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ชาญฉลาด" ของฮุน มาเนต เพราะหลังจากกัมพูชาเสียเปรียบในการเผชิญหน้าทางทหารตามแนวชายแดน และยังอยู่ในสถานะที่เป็นรองไทย การเลือกใช้ช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศจึงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำ แต่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนทางการเมืองและผลประโยชน์ระยะยาวได้สูง
ข้อพิพาททางทะเลครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องสิทธิในพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับอธิปไตย ผลประโยชน์ด้านพลังงาน และทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในระยะยาว.
泰国和柬埔寨本周将向新加坡常设仲裁法院的调解员陈述各自的立场,以期解决持续二十余年的海上争端。该争端主要涉及泰国湾重叠海域的管辖权问题,据估计,该海域蕴藏着价值约3000亿美元的石油和天然气资源。此前,泰国于今年5月单方面退出了2001年与柬埔寨签署的第44号谅解备忘录。
柬埔寨和泰国准备于 9 月 15 日向新加坡常设仲裁法院 (PCA) 的国际调解小组派遣代表,以澄清各自的立场,从而解决泰国湾重叠海洋权利的争端。
在泰国政府退出双方曾用来指导共同开发近海能源资源谈判的框架协议后,柬埔寨启动了联合国支持的调解进程。
这场争端源于2001年签署的一份谅解备忘录(MOU 44),该备忘录涵盖泰国湾约27000平方公里的海洋资源。该区域自然资源丰富,柬埔寨和泰国都声称对其拥有主权。
泰国政府于5月宣布退出单边框架协议。泰方通过总理和外交部表示,根据第44号谅解备忘录建立的双边合作框架已实施超过25年,但未取得任何实质性进展。
泰国总理阿努廷·查恩维拉库尔证实,泰国的撤军与泰柬边境冲突无关。去年,泰柬边境爆发了两轮冲突,造成数十人死亡,超过一百万人流离失所,最终双方达成停火协议。
柬埔寨外交部上周表示,在泰国单方面终止了两国长达20多年的双边合作框架后,柬埔寨决定进行调解。此前,两国曾利用该框架就重叠的海洋权益主张进行谈判。
柬埔寨首相洪玛奈表示,此举旨在根据国际法保护柬埔寨的主权和海洋权利。
两国代表将在新加坡常设仲裁法院(PCA)办公室向由五名国际法专家组成的调解小组作开幕词。柬埔寨副首相兼外交部长布拉索昆预计将首先致开幕词,随后是泰国外交部长西哈萨克·普昂克乔。
常设仲裁法院(PCA)成立于1899年,是世界上历史最悠久的政府间争端解决机构。它依据包括《联合国海洋法公约》(UNCLOS)在内的各项国际合同、协定和条约,协助解决国家间和私人实体间的争端。常设仲裁法院新加坡办事处是亚洲首个此类机构。
然而,调解委员会的建议不具有法律约束力,而且审议过程预计需要大约一年时间才能得出结论。
泰国和柬埔寨均对参与调解进程表示满意。柬埔寨外交部表示,此次会晤标志着柬埔寨发起的旨在解决两国海上边界争端的和平进程又迈出了重要一步。
柬埔寨希望这一进程能够帮助两国就海上争端达成公平、可持续的解决方案,并为在争议地区联合勘探潜在的宝贵石油和天然气资源铺平道路。
泰国能源部估计,两国争议地区石油和天然气资源的未来收益可能高达约3000亿美元。泰国外交部表示,泰国将全力配合并支持调解委员会的工作,并重申致力于维护国家利益。
然而,玛希隆大学国际学院的国际政治专家威廉·琼斯分析说,泰国退出第 44 号谅解备忘录和柬埔寨主动介入调解与国内政治和最近的边境冲突密切相关。
琼斯表示,泰国退出该协议的部分原因是想表明强硬立场,并向选民发出信号,表明前总理他信·西那瓦的政治遗产(他的政府曾与他信签署了 2001 年的谅解备忘录)已经正式结束。
与此同时,琼斯认为柬埔寨决定进行调解是洪玛奈的一项“明智的政治举措”。鉴于柬埔寨在边境军事对抗中处于劣势,且相对于泰国而言地位较低,选择国际法律途径是一种成本低廉且有可能带来显著长期政治回报和利益的选择。
因此,这场海上争端不仅关乎该地区和自然资源的权利,还涉及主权、能源利益以及泰国和柬埔寨之间关系的长期走向。