“นันทนา” หวัง กกต. เปิดเผยมติคะแนน “คดีฮั้ว สว.” ชี้ สะท้อนความโปร่งใส“南塔纳”希望选举委员会公布“参议院串谋案”的计票结果,并表示这体现了透明度。
“นันทนา” มอง กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน เป็นนาทีประวัติศาสตร์ ชี้ ควรเปิดเผยผลการลงมติ เหตุสะท้อนความโปร่งใส แนะ ส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย

“นันทนา” มอง กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน เป็นนาทีประวัติศาสตร์ ชี้ ควรเปิดเผยผลการลงมติ เหตุสะท้อนความโปร่งใส แนะ ส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย
วันที่ 14 กันยายน 2569 นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แสดงความคิดเห็นที่อาคารรัฐสภา ถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดนัดประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยสำนวนคดีการทุจริตเลือก สว. ปี 2567 ที่มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ประกอบด้วย ผู้ดำรงตำแหน่ง สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน รวมไปถึงกรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน ว่า ส่วนตัวคิดว่าการลงมติครั้งนี้เป็นนาทีประวัติศาสตร์ เป็นเรื่องที่ทาง กกต. ตัดสินใจไปแล้วไม่สามารถที่จะย้อนกลับมาได้ และยังเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนจับจ้องเพื่อที่จะให้รู้ผลการตัดสินใจของ กกต.
ประเด็นนี้มีนักวิชาการหลายท่านได้ยืนยันตรงกันว่า ถ้าการฮั้ว สว. ดำเนินไปได้โดยไม่ผิดกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องไม่มีความผิดในส่วนนี้ คือการยึดอำนาจเชิงโครงสร้างจะทำให้ประชาธิปไตยของไทยบิดเบี้ยวไปอย่างรุนแรง ซึ่งหมายความว่าเราจะได้ฝ่ายนิติบัญญัติมาโดยไม่ต้องสุจริตก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ กกต. จะวินิจฉัยอาจจะไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่เป็นอัยการตรวจสอบสำนวนฟ้องหรือไม่ฟ้อง ทำไม กกต. จึงจะทำการวินิจฉัยว่าฟ้องก็ได้หรือไม่ฟ้องก็ได้ ฟ้องบางส่วนก็ได้ไม่ฟ้องบางส่วนก็ได้ อันนี้เป็นลักษณะเฉพาะของ กกต.ชุดนี้
ทั้งนี้ กกต. ทั้ง 7 คน แต่ในจำนวน 4 คนนั้นมาจากการเลือกของ สว.คณะนี้ ซึ่ง สว.ชุดนี้ก็เป็นชุดเดียวกับที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ว่าการได้มาซึ่ง สว. นั้นไม่ปกติ ถ้าหาก กกต. เสียงข้างมากเห็นควรไม่สั่งฟ้อง สว. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 229 คน ประชาชนก็ต้องย่อมตั้งข้อสงสัยว่ามีลักษณะของการที่ต่างตอบแทนกันหรือไม่ เพราะ กกต. เสียงข้างมากมาจากการเลือกของ สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเป็นไปได้และดีที่สุดที่จะทำให้การเมืองไทยเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้วเกิดความศรัทธาเชื่อมั่น ทาง กกต. จึงไม่ควรตัดสินใจว่าจะฟ้องใครหรือไม่ฟ้องใคร แต่ กกต. ควรส่งให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยคือสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 229 คน ทาง กกต. ก็ควรส่งเรื่องที่จะทำให้ถูกต้องสุจริตและเป็นธรรมให้กับทุกฝ่ายในการที่จะส่งผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนนั้นให้กับศาลฎีกา กระบวนการหลังจากนั้นศาลฎีกาจะตัดสินอย่างไรเป็นหน้าที่พิสูจน์ให้สิ้นสงสัย และหากมีการพิสูจน์แล้วไม่สงสัยใคร บุคคลเหล่านั้นก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งหมด แต่ถ้าพิสูจน์แล้วพบว่าบุคคลใดมีความเกี่ยวข้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็เป็นสิ่งที่ศาลฎีกาจะพิพากษา ส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนเข้าใจยอมรับได้
สำหรับในประเด็นที่ กกต. จะไม่เปิดเผยว่าใครลงมติอย่างไรบ้าง นางสาวนันทนา มองว่า การวินิจฉัยเรื่องอะไรต่างๆ ที่ผ่านมาองค์กรอิสระก็จะต้องโปร่งใสชัดเจน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้า กกต. ลงมติเป็นเช่นไร ทำไมจึงจะไม่แจ้งให้กับประชาชนทราบ การปกปิดก็จะทำให้ประชาชนยิ่งสงสัย และทำให้เกิดข้อกังขามากมาย ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดควรจะเปิดเผยให้โปร่งใส และให้คำวินิจฉัยส่วนบุคคลออกมาอย่างชัดเจน ให้ประชาชนตัดสินใจว่าสิ่งที่ กกต. ทั้ง 7 ท่านได้วินิจฉัยไป สอดคล้องหรือสอดรับกับตัวบทกฎหมายและต้องกันกับกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ส่วนตัวยังมองว่าทาง กกต. น่าจะเปิดเผยขั้นตอนการวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้สื่อมวลชนได้ซักถามว่า เหตุใดท่านใดจึงลงมติเช่นไร
นางสาวนันทนา ยังระบุถึงกรณีที่มีมวลชนออกไปแสดงความคิดเห็น ว่า เป็นเสรีภาพในการแสดงออก ตราบใดที่ยังชุมนุมกันโดยสงบปราศจากอาวุธ เพราะฉะนั้นการชุมนุมก็เป็นการสะท้อนเสียงให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและสะท้อนเสียงให้ กกต. ได้รับทราบว่าประชาชนจำนวนหนึ่งมีความคิดเห็นแบบนี้ นอกเหนือไปจากการสื่อสารในโลกโซเชียล ซึ่งทาง กกต. ควรที่จะเปิดรับฟังว่าสังคมคิดอย่างไร ประชาชนมีมุมมองอย่างไร เรียกว่าเป็นกลไกในระบอบประชาธิปไตยที่จะรับฟังเสียงของทุกคน เมื่อได้รับฟังแล้วก็จะต้องมาชั่งน้ำหนักกับสิ่งที่เป็นข้อกฎหมายหลักฐาน ข้อเท็จจริงและ กกต. จะตัดสินอย่างไร แต่เป็นสิ่งที่ กกต. ควรรับฟัง
南塔纳认为选举委员会就涉及 229 名参议员的串谋案进行的投票是一个历史性时刻,强调有必要公布结果以体现透明度,并建议将此案提交最高法院裁决。
2026年9月14日,参议员南塔娜·南塔瓦罗帕斯在国会大厦就选举委员会即将召开的会议发表讲话,该会议将对2024年参议院选举中涉嫌舞弊的案件进行投票表决。选举委员会面临229名被告的指控,其中包括138名现任参议员和91名政党高层及政治网络成员。她表示,她认为此次投票具有历史意义,选举委员会已做出决定,且无法更改。此外,所有泰国人都在密切关注选举委员会的决定。
许多学者一致认为,如果参议院的串谋行为可以不违法进行,且涉案人员不受追究——这种结构性的权力攫取——将严重扭曲泰国的民主。这意味着我们可能会有一个通过不正当手段组成的立法机构。因此,如今选举委员会的决定可能不仅仅是检察官审查或决定是否起诉的问题。选举委员会为何要决定是否起诉,以及为何要对部分人员提起诉讼而不起诉其他人员?这正是本届选举委员会的特点。
选举委员会的七名成员中,有四名是由本届参议院选出的,而正是这届参议院在第26小组委员会的会议上被指控在遴选过程中存在违规行为。如果选举委员会的大多数成员决定不起诉229名参议员或涉案人员,公众自然会怀疑其中存在利益交换,因为选举委员会的大多数成员都是由被指控的参议院选出的。
因此,确保政治有效推进和建立信任的最佳途径,是选举委员会不应自行决定起诉或不起诉谁,而是将第26小组委员会关于229名被指控者的案件卷宗提交最高法院裁决。选举委员会应确保将这229名被告送交最高法院的程序对所有相关方公平、公正、诚实。最高法院的裁决将基于排除合理怀疑的证据。如果任何人被证明无罪,则所有人都将被宣告无罪。但是,如果发现任何人参与了非法活动,则最高法院将作出判决。我相信公众能够理解并接受这一点。
关于选举委员会未公开投票结果的问题,南塔纳女士认为,独立机构历来都秉持着透明的原则。因此,如果选举委员会已经做出投票决定,为何不向公众公布呢?隐瞒信息只会加剧公众的怀疑,引发诸多疑问。最佳做法是保持透明,提供清晰的个人意见,让公众自行判断七位选举委员的决定是否符合法律和司法程序。她个人认为,选举委员会应该以坦诚的方式公开决策过程,允许媒体就每位委员的投票理由提出质疑。
南塔纳女士还谈到了民众集会表达意见的问题,她指出,只要集会和平且不携带武器,就属于言论自由的权利。因此,这些集会反映了公众的声音,并向选举委员会表明,除了社交媒体上的交流之外,还有许多人持有这些观点。选举委员会应该乐于倾听社会各界的意见和公众的观点。这是民主制度中倾听每个人声音的机制。在听取意见之后,选举委员会必须根据法律权衡证据和事实,并做出决定。这是选举委员会应该做的。