“สุชาติ” ตั้งชุดเฉพาะกิจติดตามตรวจสอบใกล้ชิด ขบวนการขยะพิษข้ามชาติ“Suchart”成立了一个特别工作组,密切监控和调查跨国有毒废物走私活动。
“สุชาติ” เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการขยะข้ามชาติ ผนึก DSI–ศุลกากร–กรมโรงงานฯ บุกแหลมฉบัง สกัดของเสียอันตราย ตั้งชุดเฉพาะกิจติดตามตรวจสอบใกล้ชิด

“สุชาติ” เปิดปฏิบัติการทลายขบวนการขยะข้ามชาติ ผนึก DSI–ศุลกากร–กรมโรงงานฯ บุกแหลมฉบัง สกัดของเสียอันตราย ตั้งชุดเฉพาะกิจติดตามตรวจสอบใกล้ชิด
วันที่ 14 กันยายน 2569 ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและทิ้งของเสียจากต่างประเทศอย่างจริงจัง โดยวันนี้ได้บูรณาการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) มูลนิธิบูรณะนิเวศ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจมีการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายหรือสินค้าต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่
นายสุชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลเพื่อเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ ไม่ใช่เพียงการตรวจยึดสินค้าที่ปลายทาง โดยเบื้องต้นพบข้อมูลบริษัทผู้ส่งออกจากสหรัฐอเมริกา 7 บริษัท และบริษัทผู้นำเข้าในประเทศไทย 16 บริษัท ซึ่งจะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง 2 ปี เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
“รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่า ประเทศไทยจะต้องไม่เป็นแหล่งรองรับของเสียอันตรายจากต่างประเทศ จะไม่ปล่อยให้ขบวนการลักลอบนำเข้าขยะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือเป็นปลายทางในการกำจัดของเสีย เพราะสุดท้ายภาระจะตกอยู่กับประชาชนและสิ่งแวดล้อม” นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ทส. ได้ผลักดันมาตรการเชิงป้องกัน ทั้งการห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก และขยะเทศบาล รวมถึงการยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อปิดช่องว่างที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการลักลอบนำเข้าของเสีย พร้อมกันนี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ตนได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานและชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวัง ป้องกันและปราบปรามการลักลอบทิ้งของเสียและปัญหามลพิษในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก โดยมุ่งให้การบังคับใช้กฎหมายรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์
“วันนี้เรามาตรวจถึงท่าเรือ เพื่อสกัดตั้งแต่ต้นทาง ไม่รอให้ของเสียหลุดออกไปแล้วค่อยตามแก้ปัญหา การตรวจสอบจะครอบคลุมตั้งแต่ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า การนำเข้าผ่านท่าเรือ การเคลื่อนย้าย ไปจนถึงการจัดการปลายทาง หากพบเป็นการลักลอบ เราจะขยายผลให้ถึงต้นตอและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด” นายสุชาติ กล่าว
สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษในฐานะหน่วยงานหลักด้านวิชาการของ ทส. และศูนย์ประสานงานของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการ “Operation Can Opener” ร่วมกับเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล (Basel Action Network: BAN) เพื่อประเมินและตรวจสอบการขนย้ายของเสียข้ามแดน โดยจะตรวจสอบองค์ประกอบทางวิชาการของสินค้าที่พบ เพื่อพิสูจน์ว่าเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายหรือสินค้าต้องห้ามหรือไม่
สรุปผลการตรวจสอบตู้สินค้า 9 ตู้ พบว่า 3 ตู้ จากโปแลนด์ อังกฤษ และนิวซีแลนด์ สำแดงถูกต้อง และไม่พบการปนเปื้อน 6 ตู้ จากสหรัฐอเมริกา สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม แต่พบการปนเปื้อนขยะอิเล็กทรอนิกส์ (e-waste) ทั้ง 6 ตู้
ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบและข้อมูลทางวิชาการจะถูกรวบรวมส่งให้ DSI กรมศุลกากร และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี หากพบว่าเป็นการขนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดนโดยผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ ทส. โดยกรมควบคุมมลพิษ จะประสานสำนักเลขาธิการอนุสัญญาบาเซลฯ และประเทศต้นทาง เพื่อยกระดับมาตรการและติดตามความรับผิดชอบต่อไป
นายสุชาติ ย้ำว่า ทส. จะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด เพื่อ “สกัดก่อนเข้า–ตรวจให้ถึงต้นตอ–ขยายผลทั้งขบวนการ–เอาผิดอย่างเด็ดขาด” พร้อมยืนยันจุดยืนของรัฐบาลและ ทส. ว่า ประเทศไทยต้องไม่เป็นที่ทิ้งขยะของโลก และจะไม่ยอมให้ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนหรือผู้กระทำผิดอยู่เหนือความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
“苏查特”发起行动,捣毁跨国废物走私集团,联合特别调查局、海关和工业工程部突袭林查班,拦截危险废物,并成立特别工作组密切监控局势。
2026年9月14日,在春武里府林查班港海关,自然资源与环境部长苏查特·乔姆克林先生透露,为贯彻阿努廷·查恩维拉库尔总理领导下政府优先保护环境和公众健康的政策,自然资源与环境部(MNRE)正积极打击非法进口和倾倒外国废物的行为。当天,该部与特别调查厅(DSI)、海关总署、工业工程厅、联合国毒品和犯罪问题办公室(UNODC)、生态修复基金会、犯罪受害者援助协会主席阿查里亚·鲁昂拉塔纳蓬先生以及其他相关机构合作,在林查班港对可能装有非法进口危险废物或违禁品的可疑集装箱进行了检查。春武里府府尹纳里斯·尼拉迈翁先生也参与了此次行动并给予支持。
苏查特先生表示,此次行动旨在追究所有涉案人员的责任,而不仅仅是查获目的地货物。初步调查显示,目前已掌握七家美国出口公司和十六家泰国进口公司的信息。调查人员将审查过去两年的数据,以收集证据并扩大调查范围,将所有涉案方都纳入其中。一旦发现任何违法行为,将依法严惩。
“政府的政策很明确,泰国绝不能成为外国危险废物的倾倒场。我们绝不允许走私废物的活动将泰国作为中转站或最终目的地,因为最终的负担将落在人民和环境身上,”苏查特先生说。
苏查特先生进一步指出,自然资源与环境部此前已推动采取预防措施,包括禁止进口电子垃圾、塑料垃圾和生活垃圾,并加强检查和执法力度,堵塞可能被用于走私垃圾的漏洞。此外,他于2026年9月7日签署命令,任命一个工作组和一个特别行动小组,负责监测、检查、预防和打击东部各省的非法倾倒垃圾和污染问题,旨在迅速有效地执行法律。
“今天我们对港口进行检查,是为了从源头上解决问题,而不是等到废物泄漏后才采取行动。检查范围将涵盖出口商、进口商、经港口进口、货物运输和最终处理环节。如果发现走私行为,我们将进一步调查,追查源头,并对所有涉案人员采取果断的法律行动。”苏查特先生说道。
为开展此次检查,作为泰国自然资源与环境部牵头技术机构和《巴塞尔公约》协调中心的污染控制部门,派遣官员参与了与巴塞尔行动网络(BAN)合作开展的“开罐器行动”,旨在评估和检查跨境废物运输。他们将对发现的货物进行技术成分分析,以确定其是否属于危险废物或违禁物品。
综上所述,对九个集装箱的检查结果显示,来自波兰、英国和新西兰的三个集装箱申报属实,未发现污染。来自美国的六个申报为废铝的集装箱被发现含有电子垃圾。
调查结果和技术数据将被汇总并提交给国家安全局(DSI)、海关部门和工业工程部,以便在认定其构成违反《巴塞尔公约》的非法跨境走私危险废物时,作为法律诉讼的证据。自然资源与环境部将通过污染控制部门与《巴塞尔公约》秘书处和原产国协调,以加强管控措施并确保追究责任。
苏查特先生强调,自然资源与环境部将继续与执法机构密切合作,“防患于未然——追根溯源——将调查范围扩大至整个网络——并严惩肇事者”。他重申了政府和自然资源与环境部的立场,即泰国绝不能成为世界垃圾场,他们绝不允许资本集团或犯罪分子的利益凌驾于公众安全和环境之上。