ดร.นิเวศน์ ถอดเกม VI หุ้นไทยนิ่ง เศรษฐกิจโตช้า AI เขย่าธุรกิจ แล้ว “นักลงทุน” เอายังไงต่อดี ?尼维特博士分析了价值投资(VI)策略:泰国股市停滞不前,经济增长缓慢,人工智能正在颠覆商业格局。那么,投资者接下来应该怎么做?
สรุปงาน MONEY FEST 2026 ดร.นิเวศน์ ถอดเกม VI หุ้นไทยนิ่ง เศรษฐกิจโตช้า AI เขย่าธุรกิจ แล้ว “นักลงทุน” เอายังไงต่อดี ?

เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์
# ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
E-commerce 3.0 เปลี่ยน AI จากต้นทุน สู่เครื่องจักรทำเงิน | Digital Frontiers EP.74
สรุปงาน MONEY FEST 2026 ดร.นิเวศน์ ถอดเกม VI หุ้นไทยนิ่ง เศรษฐกิจโตช้า AI เขย่าธุรกิจ แล้ว “นักลงทุน” เอายังไงต่อดี ?
Kioxia ยักษ์ชิปญี่ปุ่นเตรียมบุกตลาดหุ้นสหรัฐฯ ระดมทุน 1 หมื่นล้านเหรียญ ขยายฐานนักลงทุน
ปีนี้นักลงทุนต้องเจอกับหลายโจทย์ ทั้งหุ้นไทยที่ยังไม่ไปไหน เศรษฐกิจโตช้า ธุรกิจถูก AI เข้ามาเปลี่ยนเกม ขณะที่วิกฤตซึ่งหลายคนเฝ้ารอก็ยังไม่เกิดขึ้นเสียที แล้วในสถานการณ์แบบนี้ นักลงทุนควรวางตัวยังไง?
คำถามนี้ถูกหยิบขึ้นมาคุยบนเวที MONEY FEST 2026: The Money Game Level Up Your Life! เทศกาลการลงทุนจาก Thairath Money ที่รวมเรื่องหุ้น กองทุน อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ สินทรัพย์ดิจิทัล FinTech และการลงทุนแห่งอนาคตไว้ในงานเดียว
เซสชั่นเปิดงาน Survive the Uncertainty: VI เอายังไงต่อ? ในวันที่จะวิกฤต แต่ก็ไม่วิกฤตสักที ได้ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุน VI ระดับตำนานของไทย มาถอดมุมมองตั้งแต่ปัญหาของตลาดหุ้นและเศรษฐกิจไทย วิธีดูว่าหุ้นตัวไหน “ราคาถูกจริง” หรือถูกเพราะกิจการกำลังหมดอนาคต รวมถึงผลของ AI และเหตุผลที่ช่วงนี้ยังเลือกถือเงินสดไว้มาก และนี่คือประเด็นสำคัญจากเวที ที่นักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพนำกลับไปใช้ทบทวนพอร์ตของตัวเองได้ทันที
1. วิกฤตมักมาในวันที่ตลาดกำลังสนุก
ในมุมของ ดร.นิเวศน์ ตลาดหุ้นต้องปรับตัวลงประมาณ 20-30% จึงจะเรียกได้ว่าเป็น “วิกฤต” และวิกฤตจริงมักไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าอย่างชัดเจน เพราะหากทุกคนรู้และเตรียมตัวทัน เหตุการณ์นั้นอาจไม่กลายเป็นวิกฤตตั้งแต่แรก
ช่วงเวลาที่ควรระวังจึงอาจเป็นช่วงที่ตลาดคึกคัก นักลงทุนกำลังสนุก และคนส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาจะขึ้นต่อ
“ให้ระวังเวลาที่ตลาดกำลังสนุกสนาน เพราะวิกฤตมักมาช่วงนั้น”
2. หุ้นไทยขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่านักลงทุนทุกคนได้กำไร
แม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวขึ้นมามากกว่า 30% จากจุดต่ำ แต่หุ้นที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่นกลับกระจุกตัวอยู่เพียงบางกลุ่มและปรับขึ้นในเวลาไม่กี่วัน นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากจึงแทบไม่รู้สึกว่าตลาดดีขึ้น ภาพนี้สะท้อนว่า การมองเฉพาะดัชนีอาจไม่เพียงพอ เพราะผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับว่าในพอร์ตถือหุ้นอะไร และเข้าลงทุนในจังหวะไหน
3. ปัญหาหุ้นไทยเชื่อมโยงกับโครงสร้างประเทศ
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยแทบไม่เติบโต ดัชนีที่เคยอยู่บริเวณ 1,700 จุด ปัจจุบันยังต่ำกว่า 1,600 จุด นักลงทุนที่ถือกองทุนหุ้นไทยเป็นเวลานานจึงอาจแทบไม่ได้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคา หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ถูกมองข้ามคือโครงสร้างประชากร ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น จำนวนคนเสียชีวิตมากกว่าคนเกิด
ขณะที่แรงงานรุ่นใหม่มีไม่เพียงพอ และผลิตภาพแรงงานยังเพิ่มขึ้นไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง เมื่อจำนวนคนทำงานลดลง กำลังซื้อ การบริโภค และศักยภาพการเติบโตของธุรกิจก็ลดลงตามไปด้วย หากโครงสร้างเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข อีก 10 ปีข้างหน้าอาจยากกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
4. หุ้นถูก อาจถูกเพราะอนาคตของกิจการแย่ลง
ราคาที่ลดลงไม่ได้ทำให้หุ้นตัวหนึ่งกลายเป็นของดีทันที นักลงทุนต้องตอบให้ได้ก่อนว่า ธุรกิจนั้นยังแข่งขันได้หรือไม่ สินค้ายังมีคนซื้อหรือไม่ กิจการยังขยายตัวหรือไม่ และในอนาคตบริษัทยังมีพื้นที่ให้เติบโตเพียงใด
หุ้นบางตัวดูถูกเมื่อเทียบกับอดีต เพราะคุณค่าของกิจการกำลังลดลงตามราคา การซื้อหุ้นประเภทนี้จึงอาจกลายเป็นการติดกับดักหุ้นถูก
“ถูกไม่ได้แปลว่าน่าซื้อ เพราะคุณค่าของกิจการอาจลดลงไปแล้ว”
หุ้นที่น่าสนใจกว่าคือกิจการคุณภาพดี อนาคตยังแข็งแรง แต่ราคาปรับตัวลงจากภาวะตลาดหรือเหตุการณ์ชั่วคราว
5. เช็กลิสต์คัด “ของดีราคาถูก”
ก่อนซื้อหุ้นเพราะเห็นว่าราคาลง ดร.นิเวศน์เสนอให้กลับไปตรวจสอบพื้นฐานของกิจการอีกครั้ง
บริษัททำธุรกิจอะไร และยังมีความจำเป็นต่อผู้บริโภคหรือไม่
สินค้าและบริการยังขายได้ดีหรือไม่
กิจการมีโอกาสขยายตัวต่อหรือไม่
บริษัทยังทำกำไรได้สม่ำเสมอหรือไม่
มีความสามารถจ่ายเงินปันผลในระดับประมาณ 5-6% ได้จริงหรือไม่
นักลงทุนยังมองเห็นตัวเองใช้สินค้าและบริการนั้นในอนาคตหรือไม่
หากมองแล้วไม่เห็นว่าตัวเองหรือคนรอบข้างจะกลับไปใช้บริการ ธุรกิจนั้นอาจไม่ได้ถูกทิ้งชั่วคราว แต่อาจกำลังสูญเสียความสำคัญไปจริงๆ
6. หุ้นเล็กเล่นได้ แต่ต้องเลือกบริษัทที่มี “เนื้อจริง”
หุ้นขนาดเล็กอาจให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงสูง นักลงทุนต้องรู้จักกิจการมากพอ และแยกให้ออกว่าบริษัทใดมีรายได้ กำไร และความสามารถในการแข่งขันรองรับ
หากหาไม่เจอ หุ้นเล็กจำนวนมากอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยง การไม่ซื้อจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของการลงทุน ไม่ได้แปลว่าพลาดโอกาสเสมอไป
7. เลือกหุ้นไม่เป็น ซื้อกองทุนได้ แต่ต้องรู้ว่ากองทุนถืออะไร
กองทุนช่วยลดภาระในการเลือกหุ้นรายตัว แต่ชื่อกองทุนหรือผลงานในอดีตไม่ใช่ข้อมูลที่เพียงพอ นักลงทุนต้องดูว่ากองทุนนั้นนำเงินไปลงทุนในประเทศใด ธุรกิจประเภทใด และเศรษฐกิจของประเทศนั้นยังมีโอกาสเติบโตหรือไม่
หากกองทุนถือหุ้นไทยเป็นหลัก คำถามที่ต้องตอบก็คือ ประเทศไทยในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีแรงงาน ผลิตภาพ และธุรกิจที่เติบโตมากพอสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนหรือไม่
8. ยุค AI นักลงทุนยังต้องมี EQ
AI อาจวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วและมีความสามารถใกล้เคียงกับคนที่มี IQ สูง แต่การลงทุนไม่ได้วัดกันเฉพาะว่าใครคำนวณเก่งหรือหาราคาที่เหมาะสมได้แม่นกว่า
สิ่งที่ AI ไม่มีคือความโลภ ความกลัว และความหลง ขณะที่นักลงทุนต้องเผชิญกับอารมณ์เหล่านี้ทุกครั้งที่ตลาดผันผวน วันที่หุ้นตกหนัก ความได้เปรียบจึงอยู่ที่คนซึ่งควบคุมอารมณ์ได้ รู้ว่าควรซื้อ ถือ หรือขาย โดยไม่ปล่อยให้ความกลัวเข้ามาตัดสินแทน
“จะเป็นนักลงทุนที่ดี ไม่ต้องฉลาดมากที่สุด แต่ต้องมี EQ และตัดสินใจเป็นเวลาหุ้นตก”
9. อย่าเพิ่งเชื่อว่า AI จะล้างทุกธุรกิจ
กระแส AI ทำให้หลายอาชีพและหลายอุตสาหกรรมถูกมองว่าจะหมดอนาคต แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงอาจซับซ้อนกว่านั้นธุรกิจโรงพยาบาลยังต้องใช้แพทย์ งานเขียนโปรแกรมในสหรัฐฯ ยังคึกคัก เพราะบริษัทต่างเร่งพัฒนาระบบเพื่อรับมือกับ AI ส่วนธุรกิจบางประเภทที่เคยถูกคาดว่าจะหายไป เช่น กระดาษ กลับยังมีการใช้งานเพิ่มขึ้นในบางตลาด
นักลงทุนจึงควรติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง และแยกให้ออกระหว่าง “เรื่องเล่าที่ตลาดกำลังเชื่อ” กับ “ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจจริง”
10. หลักถือหุ้น 10-20 ปียังใช้ได้ หากเลือกกิจการมาถูก
แม้ปัจจุบันจะหาคนถือหุ้นยาว 10 ปีได้ยากขึ้น แต่ ดร.นิเวศน์ ยังเชื่อในการลงทุนระยะยาว เพราะหากเลือกกิจการที่ดี มีอนาคต และไม่ถูกเทคโนโลยีทำลายง่าย นักลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อขายตามกระแสทุกครั้งที่ตลาดเปลี่ยน หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การศึกษาธุรกิจให้ลึกพอก่อนซื้อ เพราะการถือยาวไม่ได้ช่วยให้หุ้นที่เลือกผิดกลายเป็นหุ้นดี
11. เงินสดไม่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อรอวิกฤต
ดร.นิเวศน์เปิดเผยว่า ปัจจุบันถือเงินสดในสัดส่วนค่อนข้างมาก สาเหตุไม่ได้มาจากการคาดการณ์ว่าวิกฤตกำลังจะเกิด แต่เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่พบหุ้นที่มีองค์ประกอบครบทั้งกิจการดี เติบโตได้ และมีราคาน่าซื้อ หุ้นดีหลายตัวมีราคาแพงจนไม่เข้าเกณฑ์ VI ขณะที่หุ้นราคาถูกจำนวนมากกลับไม่มีอนาคตมากพอ
หากวันหนึ่งตลาดปรับลง 30% หุ้นคุณภาพที่เคยมองไว้แต่ซื้อไม่ไหว อาจกลับมาอยู่ในระดับราคาที่น่าสนใจ เงินสดจึงทำหน้าที่เป็น “ทางเลือก” ทำให้นักลงทุนพร้อมตัดสินใจเมื่อโอกาสมาถึง
จากมุมมองของ ดร.นิเวศน์ จะเห็นได้ว่า หลักการ VI ยังไม่ได้หมดอายุในยุค AI แต่การนำไปใช้ต้องมองไกลกว่าตัวเลขราคาถูก นักลงทุนต้องเข้าใจธุรกิจ อ่านโครงสร้างเศรษฐกิจให้ออก และควบคุมอารมณ์ในวันที่ตลาดไม่เป็นใจ ถ้ายังหาหุ้นที่เป็น “ของดี ราคาถูก และมีอนาคต” ไม่เจอ การถือเงินสดหรือไม่ลงทุนเลย อาจเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่าการซื้อเพียงเพราะกลัวตกรถ.
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney
อุมาภรณ์ พิทักษ์ เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์
经济、金融、投资和房地产。
# 尼维特·赫姆瓦奇拉瓦拉科恩博士
电子商务3.0将人工智能从成本转变为赚钱机器 | 数字前沿 第74期
2026年财富盛会总结:尼维斯博士分析价值投资(VI)策略;泰国股市停滞不前,经济增长缓慢,人工智能正在颠覆商业格局。那么,投资者接下来应该怎么做?
日本芯片巨头铠侠(Kioxia)正准备进军美国股市,目标是筹集 100 亿美元以扩大其投资者基础。
今年,投资者面临诸多挑战:泰国股市停滞不前、经济增长放缓、人工智能对企业造成颠覆性影响,而许多人期待的危机尚未到来。那么,在这种情况下,投资者应该如何布局呢?
这个问题是在 MONEY FEST 2026:金钱游戏提升你的生活!的舞台上提出的,这是一个由 Thairath Money 举办的投资节,将股票、基金、房地产、黄金、数字资产、金融科技和未来投资汇集在一个活动中。
“应对不确定性:第六期——下一步是什么?”系列讲座的首场聚焦泰国股市和经济面临的挑战,探讨了如何识别真正被低估的股票和那些前景黯淡的股票、人工智能的影响以及保持稳健现金持有策略的原因等问题。本次讲座的主要内容启发了新手和经验丰富的投资者立即重新审视自己的投资组合。
1. 危机往往在市场行情良好时发生。
尼维斯博士认为,股市回调20%到30%左右才能称之为“危机”。此外,真正的危机往往不会事先发出明显的预警信号,因为如果每个人都事先有所了解并做好准备,那么危机可能根本就不会发生。
因此,需要谨慎对待的时期可能是市场活跃、投资者获利颇丰、大多数人认为价格将继续上涨的时期。
“市场繁荣时要保持警惕,因为危机往往会在这个时候发生。”
2. 泰国股市上涨,但这并不意味着每个投资者都获利了。
尽管泰国股市指数已从低点反弹超过30%,但某些板块的强劲涨幅过于集中,且仅持续了几天。因此,许多散户投资者几乎没有感受到市场的回暖。这反映出,仅仅关注指数可能并不足够,因为实际收益取决于投资组合中包含的股票以及投资时机。
3. 泰国股市的问题与该国的结构有关。
过去十年,泰国经济和股市增长乏力。该指数一度徘徊在1700点左右,目前已跌破1600点。长期持有泰国股票基金的投资者可能几乎没有从价格波动中获得任何收益。一个常被忽视的重要问题是人口结构:泰国人口老龄化严重,死亡人数超过出生人数。
由于年轻劳动力短缺,劳动生产率未能跟上时代发展的步伐,劳动力减少导致购买力下降、消费减少和企业增长潜力降低。如果这些结构性问题得不到解决,未来十年可能会比过去十年更加艰难。
4. 由于企业未来前景黯淡,股票可能被低估。
股价下跌并不意味着股票就值得买入。投资者首先必须回答以下问题:这家公司是否仍然具有竞争力?其产品是否仍然有人购买?公司是否仍在扩张?以及公司未来还有多少增长空间?
有些股票看起来比过去低估了,是因为其公司价值随着股价的下跌而下降。因此,买入这类股票可能会落入低价买入的陷阱。
“价格低并不一定意味着买入划算,因为企业的价值可能已经下降了。”
更具吸引力的股票是那些拥有良好未来前景的高质量企业,但由于市场状况或暂时性事件而导致股价下跌的股票。
5. 选择“低价好物”的清单。
尼维斯博士建议,在股价下跌时买入股票之前,应该再次审视一下公司的基本面。
该公司从事什么类型的业务?其产品对消费者来说仍然必不可少吗?
产品和服务销售情况依然良好吗?
该企业是否具有进一步扩张的潜力?
公司目前是否仍然持续盈利?
真的有可能支付 5-6% 左右的股息吗?
投资者是否也认为自己未来会使用这些产品和服务?
如果您或您周围的人看不到自己或他们再次使用您的服务,那么该业务可能并非暂时被放弃,而是实际上正在失去其重要性。
6. 小盘股值得投资,但你必须选择有“真正实力”的公司。
小盘股可能带来高回报,但也伴随着高风险。投资者需要对相关企业有足够的了解,并能够区分哪些公司拥有稳定的收入、利润和竞争优势。
如果你找不到心仪的股票,很多小盘股可能并不值得冒险。因此,不买也是一种投资选择,而且并不总是意味着错失良机。
7. 如果你不知道如何选择股票,你可以购买共同基金,但你需要知道该基金持有什么。
共同基金有助于减轻选择个股的负担,但基金名称或过往业绩并不足以提供充分的信息。投资者需要考虑基金投资于哪些国家、投资于哪些类型的企业,以及这些国家的经济是否仍具有增长潜力。
如果该基金主要持有泰国股票,那么需要回答的问题是:未来 5-10 年,泰国是否有足够的劳动力、生产力和企业不断增长,从而为基金单位持有人带来回报?
8. 在人工智能时代,投资者仍然需要情商(EQ)。
人工智能或许能更快地分析数据,其能力堪比高智商的人,但投资的衡量标准并非仅仅在于谁更擅长计算或更准确地确定合适的价格。
人工智能所缺乏的是贪婪、恐惧和妄想。投资者每次市场波动,尤其是在股市暴跌时,都会面临这些情绪。因此,优势在于那些能够控制自身情绪、懂得何时买入、持有或卖出,而不让恐惧左右决策的人。
“要成为一名优秀的投资者,你不需要是最聪明的,但你需要情商(EQ)以及在股市下跌时做出决策的能力。”
9. 不要以为人工智能会立刻消灭所有企业。
人工智能的兴起让许多职业和行业被认为没有未来,但其实际影响可能更为复杂。医院仍然需要医生,编程在美国依然蓬勃发展,因为企业正在加速开发应对人工智能的系统,而一些曾经被认为会消失的业务类型,例如纸张,实际上在某些市场中反而得到了更广泛的应用。
因此,投资者应该自行观察变化,并区分“市场相信的说法”和“对企业的实际影响”。
10. 如果选择正确的企业,持有股票 10-20 年的原则仍然适用。
尽管持有股票十年的人越来越少,但尼维斯博士仍然坚信长期投资。他认为,如果选择一家前景良好、不易受技术颠覆的优秀企业,投资者就不需要根据市场趋势频繁买卖。因此,关键在于买入前对企业进行深入研究,因为长期持有并不能自动将一只糟糕的股票变成一只好股票。
11. 无需为了应对危机而囤积现金。
尼维斯博士透露,他目前持有相当比例的现金。这并非出于对即将到来的危机的担忧,而是因为过去五年里,他没有找到任何一只股票具备所有必要条件:良好的业务、增长潜力以及诱人的价格。许多优质股票价格过高,不符合价值投资的标准,而许多被低估的股票又缺乏足够的未来增长潜力。
如果市场某天下跌30%,之前被认为价格过高的优质股票可能会突然变得极具吸引力。因此,现金就成为了一种“备选方案”,使投资者能够在机会出现时做好准备。
在尼维斯博士看来,价值投资(VI)原则在人工智能时代并未过时,但其应用需要超越简单的“被低估”层面。投资者必须了解企业业务,把握经济结构,并在市场行情不利时控制情绪。如果你尚未找到“优质、便宜且有发展前景”的股票,那么持有现金或完全不投资或许比仅仅因为害怕错过机会而买入更为明智。
阅读Thairath Money的股票和投资新闻,助您实现更美好的财务生活。访问https://www.thairath.co.th/money/investment
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Umaporn Pitak,专攻经济学、金融、投资和房地产。