มท.4 สั่ง ผวจ.สุราษฎร์ฯ-นอภ.เกาะพะงัน ตรวจสถานรับเลี้ยงเด็กเปลี่ยนชื่อกลับมาเปิดใหม่内政部副部长(M.4)已下令素叻他尼府府尹和帕岸岛区长检查一家已更名并重新开业的托儿中心。
ไม่ปล่อยผ่าน “วรศิษฎ์” สั่งผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี-นายอำเภอเกาะพะงัน ตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก หลังเพจดังปูดเคยถูกสั่งปิดแต่กลับมาเปิดในชื่อใหม่ ย้ำทุกอย่างต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและกฎหมาย

ไม่ปล่อยผ่าน “วรศิษฎ์” สั่งผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี-นายอำเภอเกาะพะงัน ตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็ก หลังเพจดังปูดเคยถูกสั่งปิดแต่กลับมาเปิดในชื่อใหม่ ย้ำทุกอย่างต้องอยู่บนข้อเท็จจริงและกฎหมาย
วันที่ 15 กันยายน 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจ “สื่อเถื่อน” เผยแพร่ข้อมูลตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับ สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งในพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอ้างว่า สถานที่ดังกล่าวเคยถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและมีกรณีถูกสั่งปิดจากปัญหาเกี่ยวกับการได้รับอนุญาต ก่อนจะกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งภายใต้ชื่อใหม่ ว่า ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายอำเภอเกาะพะงัน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที โดยให้ตรวจสอบตั้งแต่สถานะของสถานที่ในปัจจุบัน ใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ผู้ได้รับอนุญาต ผู้ประกอบการ และลักษณะการดำเนินกิจการว่าเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่
“เรื่องนี้ยังเป็นข้อมูลที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อสังคมออนไลน์ จึงยังไม่ควรด่วนสรุปว่าใครผิดหรือถูก แต่เมื่อมีข้อสงสัยเกิดขึ้น หน้าที่ของฝ่ายปกครองคือต้องลงไปตรวจสอบให้ชัด ไม่ปล่อยให้ประชาชนตั้งคำถามโดยไม่มีคำตอบ”
นายวรศิษฎ์ เผยต่อไป หากผลตรวจพบว่าการเปิดดำเนินการยังไม่เป็นไปตามกฎหมาย ให้จังหวัดและอำเภอดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยทันที แต่หากพบว่ามีใบอนุญาตและดำเนินการถูกต้อง ก็ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือมีการกล่าวหาผู้ประกอบการโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ตรวจสอบประเด็นสำคัญว่า การเปลี่ยนชื่อสถานประกอบการมีผลต่อใบอนุญาตเดิมอย่างไร มีการเปลี่ยนตัวผู้ประกอบการหรือผู้ถือสิทธิหรือไม่ และการกลับมาเปิดดำเนินการครั้งนี้ได้รับอนุญาตครบถ้วนแล้วหรือยัง รวมถึงตรวจสอบประวัติการตรวจสอบหรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ประกอบกันด้วย
“ผมไม่ได้ต้องการให้เรื่องจบแค่คำว่า “เปลี่ยนชื่อแล้วเปิดใหม่” แต่ต้องตอบให้ได้ว่าเปิดได้ด้วยใบอนุญาตอะไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และปฏิบัติตามกฎหมายครบหรือไม่ หากถูกต้องก็ต้องยืนยันความถูกต้อง หากไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการ ไม่มีการปล่อยผ่าน”
พร้อมกันนี้ นายวรศิษฎ์ ย้ำด้วยว่า การกำกับดูแลสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเรื่องใบอนุญาตแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สวัสดิภาพ และความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง จึงได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ รายงานผลการตรวจสอบกลับมาโดยเร็ว พร้อมข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย
“เรื่องที่ประชาชนสงสัย เราต้องทำให้เห็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปล่อยให้คำถามค้างอยู่ในโซเชียล ตรวจให้ชัด รายงานให้เร็ว และถ้าพบช่องโหว่ก็ต้องปิดช่องโหว่”
“沃拉西特”命令素叻他尼府府尹和帕岸岛县长对一家托儿中心展开调查,此前一个颇受欢迎的脸书页面披露,该托儿中心曾关闭,但最近以新名称重新开业。他强调,一切调查都必须以事实和法律为依据。
2026年9月15日,泰国内政部副部长沃拉西·连普拉西先生就Facebook页面“Suea Thuean”(非法媒体)发布信息一事发表讲话。该页面声称,位于素叻他尼府帕岸岛的一家托儿机构此前曾因许可证问题被检查并关闭,之后又以新名称重新开业。连普拉西先生表示,他已指示素叻他尼府府尹和帕岸岛县长立即对此事展开调查。调查内容应包括该机构的现状、相关许可证、许可证持有人、经营者以及业务运营性质,以确保其符合所有适用的法律法规。
“此事目前仍基于社交媒体上的观察,因此现在断定谁对谁错还为时过早。但是,当出现疑问时,有关部门有责任进行彻底调查,不应让公众带着疑问而不知所措。”
沃拉西特先生进一步透露,如果检查发现该经营活动不符合法律规定,省和区政府必须根据其权限立即采取行动。但是,如果发现该企业持有许可证且合法经营,也必须向公众澄清事实,以防止对企业经营者造成误解或无端指责。
与此同时,相关部门指示调查一些关键问题,例如企业名称变更对原许可证的影响、经营者或许可证持有人是否发生变更,以及重新开业是否已获得全面授权。此外,还应审查之前的任何检查或相关指令。
“我不想让这件事仅仅以‘改名重开’告终。他们需要回答有关许可证使用情况、责任人以及是否遵守所有法律法规等问题。如果一切属实,他们必须予以确认;否则,必须采取行动。绝不姑息。”
与此同时,沃拉西特先生强调,必须特别重视对涉及儿童场所的监管,因为这不仅关乎许可证发放,更关系到家长的安全、福祉和信任。因此,他指示各省省长和区长及时汇报检查结果,并附上事实情况和法律行动计划。
“对于公众的关切,我们必须提供事实信息,而不是让疑问在社交媒体上流传。我们必须彻底调查,迅速发布报告,并堵上发现的任何漏洞。”