ผงะจะซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี พอเข้าไปดูสภาพบ้าน ขนหัวลุกเจอศพแห้งเป็นโครงกระดูก一名男子去看房时,被眼前的一幕震惊了。他原本打算从一家法拍屋中介购买一套房子,但在检查房屋时,他惊恐地发现了一具干枯的骸骨。
เชียงใหม่ ชาวบ้านถึงกับผงะ หลังสนใจซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ถูกธนาคารยึดและอยู่ระหว่างการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี จึงขอเข้าไปตรวจสอบสภาพบ้าน แต่กลับพบศพแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก

เชียงใหม่ ชาวบ้านถึงกับผงะ หลังสนใจซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ถูกธนาคารยึดและอยู่ระหว่างการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี จึงขอเข้าไปตรวจสอบสภาพบ้าน แต่กลับพบศพแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก นอนอยู่บนเตียงภายในมุ้งครอบ คาดเป็นหญิงชราเจ้าของบ้านที่หายหน้าไปนานกว่า 5 ปี ขณะที่ลูกชายซึ่งเคยอาศัยอยู่ด้วยกัน ปัจจุบันพบว่าติดคุกอยู่ที่จังหวัดตาก เจ้าหน้าที่เร่งส่งศพชันสูตรยืนยันตัวตนและหาสาเหตุการเสียชีวิต ถ้าเป็นยายเจ้าของบ้านแสดงว่าได้เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ใจกลางชุมชนที่คนพลุกพล่าน
เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ว่าพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในบ้านร้างหลังหนึ่ง ใกล้ตลาดชุมชนบ้านท่าเดื่อ หมู่ 6 ตำบลสันผีเสื้อ ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่พบศพเป็นชาวบ้านที่สนใจซื้อบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งถูกธนาคารยึดและกำลังจะถูกขายทอดตลาดโดยกรมบังคับคดี จึงขออนุญาตเข้าไปสำรวจสภาพภายในบ้าน ก่อนตัดสินใจซื้อ
บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เดิมเคยเปิดเป็นร้านขายของ เนื่องจากอยู่ใกล้ตลาดสด ภายในยังพบข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าของบ้านเดิมถูกทิ้งไว้อยู่เป็นจำนวนมาก สภาพโดยรวมถูกปล่อยร้างมานานหลายปี
กระทั่งเมื่อสำรวจบริเวณชั้นล่าง พบแหย่งช้าง หรือเก้าอี้ไม้ และมีเตียงนอนพร้อมมุ้งครอบอยู่ เมื่อเปิดมุ้งออก กลับพบศพนอนอยู่บนเตียง สภาพแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก ทำให้ผู้ที่เข้าไปตรวจสอบต่างตกใจอย่างมาก
หลังได้รับแจ้ง ผู้ใหญ่บ้านจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บหลักฐาน และนำโครงกระดูกส่งชันสูตรอย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนและหาสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งติดตามญาติมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
จากการสอบถามชาวบ้านเบื้องต้น ทราบว่า บ้านหลังนี้เดิมเป็นของคุณยายศรีวรรณ แซ่ตั้ง ซึ่งพักอาศัยอยู่กับลูกชายชื่อเล่นว่า “ตี๋” โดยชาวบ้านพบเห็นทั้งสองคนครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน
หลังจากนั้นมีข้อมูลว่าบ้านถูกธนาคารยึด และมีคนบอกว่าจะพาคุณยายศรีวรรณไปอยู่กับลูกและญาติในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านไม่ได้ติดใจสงสัย เพราะเข้าใจว่าคุณยายย้ายไปอยู่กับลูกแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าลูกชายของคุณยาย ซึ่งเคยพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ที่จังหวัดตาก ขณะที่คุณยายศรีวรรณ ขณะนั้นมีอายุประมาณ 93 ปี
เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า โครงกระดูกที่พบอาจเป็นคุณยายศรีวรรณ แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรและตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ
หากผลตรวจยืนยันว่าเป็นคุณยายศรีวรรณจริง ก็หมายความว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5-6 ปีที่ผ่านมา คุณยายอาจเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอยู่ภายในบ้าน ขณะที่บ้านหลังนี้อยู่ติดกับตลาด ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ชาวบ้านเดินทางมาจับจ่ายซื้อของ
ชาวบ้านเปิดเผยว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาไม่เคยสงสัยว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน และไม่เคยได้กลิ่นผิดปกติที่จะบ่งบอกว่ามีศพอยู่ภายใน จนกระทั่งประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา เริ่มมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา แต่ยังไม่สามารถหาต้นตอได้ กระทั่งมีชาวบ้านสนใจเข้ามาดูบ้านเพื่อเตรียมซื้อ จึงพบศพอยู่ภายใน สร้างความตกใจและประหลาดใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก.
清迈居民在表示有意购买一处被银行查封、等待司法部拍卖的房产后,震惊地发现一具干尸躺在蚊帐内的床上。死者据信是一位失踪五年多的老妇人。她的儿子曾与她同住,目前被关押在达府。当局正紧急将尸体送往尸检,以确认身份并确定死因。如果死者确系这位老妇人,则表明她是在熙熙攘攘的社区中孤独离世的。
2026年9月15日下午5点左右,清迈府湄平警察局接到清迈府直辖县三菲苏亚街道塔杜亚村居民的报案,称在三菲苏亚街道6号村塔杜亚社区市场附近的一栋废弃房屋内发现人类遗骸。该房屋已废弃多年。
调查显示,发现尸体的人是当地居民,他有意购买这栋已被银行查封、即将由司法执行部门拍卖的房屋。他曾请求允许在决定购买前查看房屋内部。
这栋两层木结构房屋之前因为靠近菜市场而被用作店铺。屋内发现了许多前房主遗弃的物品。房屋整体状况表明它已经多年无人照管。
他们检查楼下时,发现一张木椅或凳子和一张带蚊帐的床。打开蚊帐后,他们发现床上躺着一具腐烂的尸体,只剩下一副骨架,这令调查人员大为震惊。
接到通知后,村长与警方和清迈玛哈拉吉那空医院的法医协调,对现场进行调查,收集证据,并将遗骸送去进行详细的尸检,以确认身份并确定死因,同时寻找亲属以进行必要的程序。
据当地居民初步了解,这栋房子原属于斯里万·赛·唐女士,她和儿子(昵称“Tee”)住在这里。居民们最后一次见到他们母子二人大约是在5-6年前。
随后,有消息传出房子已被银行查封,有人说斯里万奶奶将被送到清迈市和她的子女及亲戚一起生活。村民们对此并未起疑,因为他们以为奶奶已经和孩子们搬过去了。
然而,警方进一步调查显示,这位老妇人的儿子曾与她同住,目前被关押在达府监狱。当时,斯里万夫人大约93岁。
因此,官员们推测发现的骸骨可能属于斯里万夫人,但他们正在等待尸检和身份验证的结果以进行官方确认。
如果检测结果证实死者确实是斯里万奶奶,那就意味着在过去的 5-6 年里,她可能一直独自一人死在她位于市场旁边的家中,而这个市场全天人来人往,尤其是在早上村民们来购物的时候。
村民们表示,他们之前从未怀疑过房子里有尸体,也从未闻到过任何尸体的异味。直到两三天前,房子里才开始散发出恶臭,但他们一直找不到臭味的来源。直到一些有意购买这栋房子的村民来看房时,才发现了屋内的尸体,这让村民们震惊不已。