ทดสอบ NEW XPENG L03 Next-Gen AI SUV Coupe 899,000 บาท试驾全新小鹏L03新一代AI SUV轿跑车,售价899,000泰铢。
XPENG L03 การยกระดับจากระบบ ADAS แบบเดิม เข้าสู่ยุค AI-Driven Autonomous อย่างเต็มตัว ด้วยสถาปัตยกรรมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ XNGP (XPENG Advanced Driver Assistance System)

THE NEW XPENG L03 Next-Gen AI SUV Coupe เมื่อเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่ไม่ได้มีแค่เรื่องตัวเลขพละกำลังและการทำระยะทางของยานยนต์พลังงานใหม่ แต่วัดกันที่ความชาญฉลาดในการตอบสนองผู้ขับ THE NEW XPENG L03 ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ Next-Gen AI SUV Coupe ด้วยดีไซน์สปอร์ตท้ายลาด เข้ากับสถาปัตยกรรมสมองกลอัจฉริยะแห่งอนาคต ไม่ใช่เพียงการเนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ของค่ายมาขายแบบขัดตราทัพ แต่ L03 คือการปักหมุดนิยามใหม่ที่ชูระบบ AI เป็นหัวใจหลักของการเดินทาง ตั้งแต่งานดีไซน์ภายนอกด้วยรูปลักษณ์ที่โค้งมน ไปจนถึงฟีลลิ่งพวงมาลัย การทำงานของช่วงล่าง และความฉลาดของระบบช่วยขับ
XPENG L03 มี 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาดังนี้
XPENG L03 Standard Range ราคา 899,000 บาท (คันทดสอบ)
XPENG L03 Long Range ราคา 9XX,XXX บาท
XPENG L03 Long Range Ultra ราคา 1,2XX,XXX บาท
เริ่มกันที่ทรงของรถ L03 AI Car ดีไซเนอร์ และแนวคิดการออกแบบ XPENG L03 Next-Gen AI SUV Coupe สำหรับหัวหน้าทีมดีไซนเนอร์ ซึ่งทำหน้าที่ออกแบบหรือ Chief Designer Global Design ของ XPENG นำโดย JuanMa López (ฮวนมา โลเปซ) อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบภายนอกของ Ferrari เคยฝากผลงานการออกแบบกับ Lamborghini และ Audi มาแล้ว ส่วนแนวคิดการออกแบบ แน่นอนว่า แบรนด์นี้ เน้นเทคโนโลยีและรูปลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับระบบอากาศพลศาสตร์ หรือ Aerodynamics มีการวิจัยและขัดเกลาระบบอากาศพลศาสตร์ของรถมากถึง 22 จุด ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ ต่ำเพียง 0.228
สัดส่วนตัวรถอิงตามหลัก Golden Ratio ระหว่างความยาวกับระยะฐานล้อ องค์ประกอบภายนอก ไฟหน้า LED ดีไซน์เอกลักษณ์ Starship ทรงตัว T ที่ดูแปลกตา จุดที่ลงตัวที่สุดของรถก็คือ การดีไซน์ไฟท้าย LED แบบ Full-Width Star-Ring พาดยาว รูปแบบและการจัดวางหลอด LED แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการออกแบบยานยนต์ของจีนที่รุดหน้าไปไกล ประตูแบบไร้ขอบ หรือ Frameless Doors กระจกมองข้างแบบไร้กรอบ Frameless Side Mirrors
จุดเด่นเชิงวิศวกรรมการออกแบบ ระบบอากาศพลศาสตร์ขัดเกลาตัวถังจนได้ค่า Cd 0.228 ในบอดี้ SUV Coupe ถือว่าทำได้น่าประทับใจ เส้นสายไหลจากฝากระโปรงหน้าผ่านหลังคาไปยังท้ายรถไหลลื่น ร่วมกับกระจังหน้าแบบ Active Grille Shutters ช่วยลดแรงต้านอากาศและส่งผลโดยตรงต่อระยะทางขับขี่ สัดส่วนตัวรถ ด้วยระยะฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร บนความยาวตัวถัง 4,650 มิลลิเมตร ทำให้ระยะยื่นหรือโอเวอร์แฮงค์ สั้น (Short Overhang) ทั้งหน้าและหลัง ตัวรถดูหมอบแน่น เกาะถนน และได้พื้นที่ระยะซุ้มล้อที่สมดุล โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับล้อขนาด 19 หรือ 20 นิ้ว (ในรุ่น Ultra) งานออกแบบไฟหน้าทรง T-Shape ไฟท้ายพาดยาว (Star-Ring) ช่วยสร้างความแตกต่างและมีความชัดเจน ไม่ได้เลียนแบบดีไซน์ของแบรนด์ยุโรปเหมือนรถจีนยุคแรก
แนวหลังคาแลกกับพื้นที่ Headroom การรีดเส้นสายแนวหลังคาให้ลาดเทสไตล์ Fastback เพื่อผลทางอากาศพลศาสตร์ ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะ (Headroom) ของผู้โดยสารตอนหลังโดนบีบลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเทียบกับ SUV ทรงกล่องทั่วไป ทัศนวิสัยด้านหลัง กระจกบังลมหลังมีมุมเอียงมากและพื้นที่กระจกค่อนข้างแคบ ส่งผลให้มุมมองผ่านกระจกมองหลังตัดลงมาก การขับขี่จริงต้องพึ่งพาระบบกล้องและหน้าจอกลางเข้ามาช่วยเสริม ประตู Frameless กับสภาพอากาศ ประตูไร้ขอบกระจกและมือจับแบบ Semi-Concealed ช่วยให้เส้นสายข้างรถดูไหลลื่น เชื่อมโยงสัดส่วนอย่างลงตัวทั่วทั้งคัน แต่ระยะยา ซีลยางขอบประตูต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งต้องดูเรื่องการเก็บเสียง (NVH) เมื่อใช้งานไปนานๆหลายปี การจัดการ Visual Mass ชายล่างตัวถังตัดขอบด้วยแถบสีดำเพื่อลดความหนาของตัวรถเมื่อมองจากด้านข้าง ในรถสีสว่างจะเห็นสัดส่วนชัดเจน แต่หากเป็นรถสีเข้ม (เช่น สีดำ) จะทำให้มิติตัวรถดูแบนและกลืนรายละเอียดงานออกแบบส่วนล่างไปพอสมควร
มิติตัวถัง ยาว 4,650 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร สูง 1,600 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระ ด้านท้าย 539 – 1,640 ลิตร / ด้านหน้า (Frunk) 102 ลิตร / ลิ้นชักใต้เบาะหลัง 10 ลิตร ล้อ และ ยาง รุ่น Standard Range Plus และ Long Range Plus ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 225/60 R18 รุ่น Long Range Ultra ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 245/45 R20
ระบบเบรก (Brake System) ดิสก์เบรก 4 ล้อ เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น: รุ่น Long Range Ultra มาพร้อมคาลิเปอร์เบรกสีเหลือง (Yellow Calipers) ระบบช่วยควบคุม รองรับระบบ Tire Blowout Stability Control ตรวจวัดแรงดันลมยางเรียลไทม์และช่วยควบคุมเสถียรภาพตัวรถเมื่อเกิดยางระเบิดฉุกเฉิน สามารถปรับเปลี่ยนน้ำหนักและการตอบสนองของแป้นเบรกได้อย่างอิสระผ่านโหมดการขับขี่ Custom
รายละเอียดของ XPENG L03 รุ่น Standard Range (Standard Range Plus RWD)
มอเตอร์ไฟฟ้าและสมรรถนะ (Motor & Performance) ระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (PS) / 180 กิโลวัตต์ (kW) แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทดสอบจริงไปได้ 190 กิโลเมตร
แบตเตอรี่ (Battery) ชนิดแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) บนสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 400V ความจุแบตเตอรี่ 58.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) การทำระยะทางตามมาตรฐาน NEDC สูงสุด 530 กิโลเมตร ระยะทางตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 445 กิโลเมตร วิ่งจริงทำได้ประมาณ 350 กิโลเมตร โดยใช้ความเร็วเดินทาง 90-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางวิ่งจริงโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับการขับขี่ (การใช้คันเร่ง อุณหภูมิ และสภาพการจราจร)
การชาร์จกระแสสลับ (AC Charging) รองรับกำลังไฟสูงสุด 6.6 kW ถึง 11 kW (ใช้เวลาชาร์จจาก 0–100% ประมาณ 6 ชั่วโมง 15 นาที เมื่อชาร์จด้วย Wallbox 11 kW) การชาร์จเร็วไฟกระแสตรง (DC Fast Charge) รองรับเทคโนโลยี 3C Fast Charge กำลังไฟสูงสุด 193 kW ระยะเวลาชาร์จเร็ว DC (10% – 80%) ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีฟังก์ชันจ่ายไฟภายนอก V2L รองรับการจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก
การถ่ายทอดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าใน XPENG L03 ปรับตั้งมาในลักษณะค่อนเป็นค่อยไป ไม่กระโชกโฮกฮาก หรือเทแรงบิดเร็วจนควบคุมได้ยาก มอเตอร์ปรับการทำงานโดยให้สัมผัสของการถ่ายเทแรงบิดที่เนียนและทรงพลัง คันเร่งไฟฟ้าตั้งค่าน้ำหนักมาได้อย่างพอดี ไม่พุ่งพรวดจนกระชากหัวคลอนในย่านความเร็วต่ำ ทำให้การใช้งานในเมืองมีความลื่นไหล นุ่มนวล ควบคุมง่ายทั้งในย่านความเร็วต่ำ รวมถึงการพุ่งทะยานในทางโค้ง จังหวะเร่งแซง มอเตอร์ไฟฟ้าจะปลดปล่อยแรงบิดออกมาทันทีโดยไม่มีอาการรอรอบ การทำงานร่วมกับระบบอัลกอริทึมของ AI ช่วยประมวลผลองศาของคันเร่งที่ผู้ขับกดลงไปและปรับระดับการจ่ายกำลัง Torque Vectoring ให้สัมพันธ์กับมุมเลี้ยวของพวงมาลัย ส่งผลให้การเข้า-ออกโค้งทำได้เต็มประสิทธิภาพและแม่นยำ
ช่วงล่างสไตล์ Sport-Comfort ซับแรงสั่นสะเทือนจากคอสะพานและรอยต่อถนนได้ดีพอสมควร ไม่ถึงกับเนียนแบบรถยุโรป แต่ถ้าเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าจีนแบรนด์คู่แข่งราคา 8 แสนบาทL03 ชนะตรงการทรงตัวขณะขับทางไกลแบบใช้ความเร็วสูง จริงๆแล้ว ช่วงล่างของมันก็ไม่ได้ตึงตังแข็งกระด้าง หรือนิ่มจนย้วย การปรับตั้งที่ค่อนข้างลงตัว เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงมีความตึงแน่นตามแบบฉบับรถทรง Coupe SUV การเข้าโค้งและทรงตัวในย่านความเร็วสูง ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ดี แต่ก็ทำได้เกินคาดไปพอสสมควร L03 เป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย ไม่สร้างแรงกดดันให้กับคนขับเมื่อขับเร็ว การวางชุดแบตเตอรี่ไว้ที่พื้นตัวถังทำให้จุดศูนย์ถ่วง ต่ำ อาการโคลงของตัวถัง ขณะเปลี่ยนเลนกะทันหันหรือเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงถูกควบคุมไว้ได้ดีมาก พวงมาลัยไฟฟ้ามีน้ำหนักแปรผันไปตามความเร็ว แม้ฐานของพวงมาลัยจะถูกตัดบน-ล่าง ทำให้จับไม่ค่อยถนัด แต่ความแม่นยำและน้ำหนักของพวงมาลัยที่เปลี่ยนไปตามความเร็ว ทำได้ดี L03 ยังเป็นรถไร้ขอบกระจกที่ เก็บเสียงและแรงสั่นสะเทือนอยู่ในเกณฑ์ดี ทรงของรถที่ทำค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำ การใช้กระจกกันเสียง Acoustic Glass รอบคัน ช่วยลดเสียงลมปะทะบริเวณเสา A และกระจกมองข้างได้ แม้ลอยตัวด้วยความเร็วเดินทาง 110-120 กม./ชม. ห้องโดยสารยังคงเงียบ ได้ยินเสียงยางบดถนนเบาๆที่ความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
อัตราการใช้พลังงาน รูปทรงท้ายลาดแบบ Fastback Coupe ที่แหวกอากาศได้หมดจด ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการสิ้นเปลืองพลังงานที่ประหยัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในการเดินทางไกล ขับในเมืองทำอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ย 13.5 kWh / 100 กม. จากการทำงานของระบบ REGEN (Regenerative Braking) ที่ดึงพลังงานกลับได้อย่างนุ่มนวล การเดินทางไกลความเร็วเดินทาง 110-120 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 14.8 - 16.0 kWh / 100 กม.
ระยะทางวิ่งจริงเมื่อดูจากตัวเลขความจุแบตเตอรี่และการทดสอบจากกรุงเทพฯไปยังจังหวัดราชบุรี บนเส้นทางมุ่งไปยังอำเภอสวนผึ้ง การใช้งานแบบผสมผสานของรุ่นสแตนดาร์ด XPENG L03 สามารถทำระยะทางวิ่งจริงต่อหนึ่งการชาร์จได้ราว 350 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการเดินทางข้ามจังหวัดในระยะทาง 200-300 กิโลเมตร
จุดเด่นอีกอย่างก็คือ ระบบช่วยขับอัจฉริยะ XNGP & AI Autonomous Drive สมองกลที่คิดและแก้ปัญหาแบบมนุษย์ทำให้ THE NEW XPENG L03 แตกต่างจากรถไฟฟ้าทั่วไป จากระบบ ADAS เข้าสู่ยุค AI-Driven Autonomous อย่างเต็มตัว ด้วยสถาปัตยกรรมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ XNGP (XPENG Advanced Driver Assistance System) ที่ทำงานร่วมกับโมเดลโครงข่ายประสาทเทียม (End-to-End AI Neural Network)
การประมวลผลเชิงรุกแบบ End-to-End AI ระบบรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์รอบคัน ทั้งกล้อง HD ความละเอียดสูง, เรดาร์มิลลิเมตรเวฟ และอัลตราโซนิกเซ็นเซอร์ นำมาประมวลผลผ่านโมเดล AI โดยตรงโดยไม่ผ่านชุดคำสั่งแบบเดิม (Rule-based) ผลลัพธ์คือการตัดสินใจที่สมจริง คันเร่งและเบรกตอบสนองนุ่มนวล ไม่กระชาก ไม่ตกใจกับรถที่ตัดหน้ากระทันหัน และมีจังหวะการเลี้ยวเบี่ยงหลบที่เนียนตาใกล้เคียงกับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์สูง
การนำทาง Mapless Navigation ระบบ XNGP ใน L03 ถูกพัฒนาให้สามารถประเมินสภาพแวดล้อมและเส้นทางได้ด้วยสายตาของ AI เอง จึงไม่จำเป็นต้องเชื่อมกับแผนที่ความละเอียดสูง (HD Map) เพียงอย่างเดียว สามารถใช้นำทางอัตโนมัติได้ทั้งบนทางหลวงข้ามจังหวัดและถนนในเมือง เปลี่ยนเลนหลบรถช้า เข้า-ออกจากทางแยกซับซ้อน หรือชะลอให้คนข้ามถนนได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
ระบบจอดรถอัจฉริยะ AI Valet Parking (AVP) ยกระดับความสะดวกสบายในการจอดรถ ครอบคลุมทั้งการถอยเข้าซองในช่องแคบ การจอดขนานข้างทาง และระบบจดจำเส้นทางเข้าจอดในอาคาร (Memory Parking) เพียงสั่งการผ่านหน้าจอหรือแอปพลิเคชัน AI จะรับหน้าที่ควบคุมพวงมาลัย คันเร่ง เบรก และสลับเกียร์ให้อย่างนุ่มนวล
สรุป L03 ขับเคลื่อนด้วยสมองกล AI อัจฉริยะ ทำให้ระบบช่วยขับทำงานได้นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับมนุษย์ ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างแม่นยำ ลดความเมื่อยล้าในการเดินทางไกล ช่วงล่าง Sport-Comfort ผนวกกับจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้การเกาะถนนทรงตัวในโค้งทำได้ดีเ อาการโคลงน้อย ควบคุมได้ง่ายจนทำให้รู้สึกแปลกใจว่านี่เซ็ตช่วงล่างมาขนาดนี้เลยหรือ ส่วนการเก็บเสียง แอร์โรไดนามิกส์ สัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ กระจก Acoustic Glass ทำให้เก็บเสียงลมและเสียงยางบดถนนได้ดี อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน ทรงลู่ลมและระบบจัดการพลังงาน AI ทำให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์ดี ระยะทางวิ่งจริงแม่นยำและเชื่อถือได้
ส่วนจุดที่ไม่ชอบ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย เริ่มจากไฟหน้า บอกตามตรงว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้สำหรับมือออกแบบที่เคยฝากผลงานไว้กับค่ายม้าลำพอง แนวหลังคาลาดสไตล์ Coupe ทำให้พื้นที่ระยะความสูงเหนือศีรษะของผู้โดยสารตอนหลังเหลือน้อยลงไปกว่า SUV หลังคาปกติ และที่ควรจะปรับใหม่สำหรับรถยนต์ส่งออกก็คือ แนวคิด Minimalist ควรจะถูกยกเลิกได้แล้วเมื่อต้องส่งออกมาขายในประเทศที่เคยชินกับปุ่มพื้นฐานที่ใช้งานง่าย ใน L03 ทุกอย่างถูกยัดไว้ในจอภาพเกือบจะทั้งหมด แม้แต่การปรับกระจกมองข้างก็ด้วย ฟังก์ชันส่วนใหญ่ควบรวมอยู่ในหน้าจอสัมผัส ส่วนระบบสั่งการด้วยเสียง AI ก็ดูตื่นๆ ยังไงพิกล อาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรก ในความเป็นจริง ควรเอาปุ่มปรับตั้งค่าพื้นฐานเช่น การปรับกระจกมองข้างและระบบปรับอากาศแยกออกมาจากจอภาพได้แล้ว โดยรวมเป็นรถที่ดี ขับสนุก แต่รุ่นเริ่มต้นวิ่งได้น้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง.
ระบบขับเคลื่อน: มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
รุ่น Standard Range Plus: กำลังสูงสุด 222 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร
รุ่น Long Range Plus / Long Range Ultra: กำลังสูงสุด 249 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร
ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังมัลติลิงก์ (5-Link) ปรับเซ็ตเน้นความหนึบแน่นแต่นุ่มนวล รองรับทั้งการขับขี่ในเมืองและการเดินทางไกล
ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (XPILOT System)
XPILOT Driving: ระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) และ Lane Centering Control (LCC) แบบ All-Speed พร้อมระบบช่วยเบรกเมื่อเข้าโค้ง สั่งการได้ผ่านปุ่มบนพวงมาลัย หรือก้านเกียร์หลังพวงมาลัยด้านขวา (ดันลง 1 ครั้งเปิด ACC / ดันลง 2 ครั้งติดต่อกันเปิด LCC)
พวงมาลัย Capacitive ติดตั้งระบบตรวจจับการสัมผัสของผู้ขับขี่
XPILOT Parking: ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ สั่งการได้จากในรถหรือสมาร์ทโฟน รองรับฟังก์ชันเดินหน้า-ถอยหลังแนวตรงผ่านสมาร์ทโฟน และฟังก์ชันเคลื่อนรถออกจากช่องจอดอัตโนมัติสั่งการจากภายในรถ
โหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ Eco, Comfort, Sport และ Custom ปรับน้ำหนักพวงมาลัยและเบรกได้อย่างอิสระ เลือกสลับโหมดได้จากหน้าจอกลางหรือปุ่มบนพวงมาลัย
ห้องโดยสารอัจฉริยะ (Smart Cockpit)
ระบบแสดงผลและจอกลาง: จอกลาง Touchscreen ขนาด 15.6 นิ้ว, จอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว และ Head-Up Display (HUD) ขนาดเทียบเท่า 26.8 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ แผนที่ Google Maps และภาพจากกล้องหลังขณะถอย
ระบบปฏิบัติการ XOS6: เวอร์ชันล่าสุด พร้อม Google Maps และ User Interface แบบใหม่ รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบต่อเนื่องแยกอิสระ 4 โซน
Scenario Mode: โหมดสถานการณ์ตามไลฟ์สไตล์ เช่น Rest, Camping, Cabin Comfort, Meditation, Sleep, Pet และ Sentry Mode
ความสะดวกสบายและบรรยากาศ เบาะนั่งพร้อมฟังก์ชัน Lumbar Relaxation Mode นวดผ่อนคลายแผ่นหลัง, ระบบไฟ Wraparound Ambient Light 256 สี ปรับตามจังหวะเพลงหรือโทนสีของวิดีโอ และสามารถแสดงภาพกระจกมองหลังบนหน้าจอกลางได้
ความอเนกประสงค์และจุดติดตั้งอุปกรณ์
พื้นที่เก็บสัมภาระ: ช่องเก็บของ จุดแขวน และจุดติดตั้งอุปกรณ์เสริมรวมกว่า 40 ตำแหน่ง พร้อมลิ้นชักใต้เบาะหลังความจุ 10 ลิตร และห้องเก็บสัมภาระท้ายรถพร้อมแผ่นบังปรับได้สูงสุด 3 ชั้น (เบาะหลังพับแยก 40:20:40)
ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk): ความจุ 102 ลิตร มีรูระบายน้ำ สามารถใส่น้ำแข็งเพื่อแช่เครื่องดื่มได้
จุดติดตั้งอุปกรณ์เสริมเฉพาะตัวแบบแม่เหล็ก 8 ตำแหน่ง: สำหรับติดกล่องแว่นตาบริเวณไฟอ่านแผนที่, กล่องทิชชู่เหนือแอร์หลัง หรือตุ๊กตาแม่เหล็กแบบเกลียว 5 ตำแหน่ง: สำหรับยึดขาตั้งกล้องหรือสมาร์ทโฟนบริเวณแดชบอร์ด.
อาคม รวมสุวรรณ E-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
全新小鹏L03:新一代AI SUV轿跑:当现代汽车技术不再仅仅追求动力和续航里程,而是更加注重智能化的驾驶响应时,全新小鹏L03应运而生,成为新一代AI SUV轿跑的典范。其动感流畅的溜背式尾部设计,融合未来感十足的AI架构,使其脱颖而出。这并非一款昙花一现的全新电动汽车;L03重新定义了电动汽车的概念,将AI融入每一次旅程的核心。这一点体现在方方面面——从流畅的车身线条到精准的转向手感、卓越的悬架性能,以及智能驾驶辅助系统。
小鹏L03共有三个子型号,价格如下:
小鹏L03标准系列鱼竿售价为899,000泰铢(测试竿)。
小鹏L03长续航版,售价9XX,XXX泰铢
小鹏L03远程超极本 价格:1,2XX,XXX 泰铢
让我们先从小鹏L03 AI汽车的外形、设计师以及这款新一代AI SUV轿跑车的设计理念说起。设计团队的负责人,或者说小鹏汽车全球设计总监,是胡安马·洛佩兹(Juanma López),他曾担任法拉利外观设计总监,也曾为兰博基尼和奥迪设计过车型。至于设计理念,小鹏自然强调了与空气动力学相关的科技与美学。他们对车辆的空气动力学进行了22个方面的研究和优化,最终实现了仅为0.228的超低风阻系数。
该车的车身比例遵循长度与轴距的黄金比例。外观亮点包括独特的T型星舰式LED前大灯。最和谐的设计当属贯穿式星环LED尾灯;LED的布局和排列展现了中国先进的汽车设计技术。其他亮点还包括无框车门和无框后视镜。
工程设计亮点包括优化的空气动力学设计,使这款SUV轿跑车的风阻系数低至0.228。流畅的引擎盖、车顶和车尾线条,以及主动式进气格栅,有效降低了空气阻力,直接提升了续航里程。车辆的轴距为2850毫米,车身长度为4650毫米,前后悬较短,赋予其低矮紧凑的外观、卓越的抓地力和均衡的轮拱空间,尤其是在搭配19或20英寸轮毂(Ultra车型)时,效果更为显著。T形前大灯和细长的星形尾灯营造出独特鲜明的视觉效果,避免了早期中国汽车常见的对欧洲设计的模仿。
车顶线条牺牲了头部空间。溜背式车型的倾斜车顶线条旨在提升空气动力学效率,但与典型的方正SUV相比,不可避免地会减少后排乘客的头部空间。倾斜角度较大的后挡风玻璃和狭窄的玻璃面积限制了后方视野,导致后视镜视野显著缩小。实际驾驶中,驾驶员很大程度上依赖摄像头系统和中央显示屏来改善视野。无框车门与天气状况:无框车门和半隐藏式门把手营造出流畅的侧面线条,使车身比例浑然一体。然而,长期使用后,车门密封条会暴露在高温下,这引发了人们对噪音、振动和声振粗糙度(NVH)的担忧。视觉上的重量管理:车身下部的黑色饰条从侧面看可以减轻车身厚度。浅色车身比例清晰,而深色车身(例如黑色)则会使车身看起来更扁平,与车身下部的设计细节融为一体。
车身尺寸:长 4,650 毫米,宽 1,920 毫米,高 1,600 毫米,轴距 2,850 毫米。行李厢空间:后部 539 – 1,640 升 / 前部(前备箱)102 升 / 座椅下方抽屉 10 升。轮毂和轮胎:标准续航升级版和长续航升级版车型配备 18 英寸合金轮毂和 225/60 R18 轮胎。长续航至尊版车型配备 20 英寸合金轮毂和 245/45 R20 轮胎。
制动系统:四轮碟刹。车型特性:长途超跑版配备黄色刹车卡钳。安全辅助系统:支持爆胎稳定性控制系统,该系统实时监测胎压,并在紧急爆胎时帮助保持车辆稳定性。刹车踏板的力度和响应可通过自定义驾驶模式独立调节。
小鹏L03标准续航版(标准续航+后驱)车型详情。
电机和性能:动力传动系统 - 1 台电机,后轮驱动 (RWD),最大功率 245 马力 (PS) / 180 千瓦,最大扭矩 264 牛米,0-100 公里/小时加速时间:7.5 秒,最高速度 180 公里/小时,实际测试续航里程 190 公里。
该电池为磷酸铁锂(LFP)电池,电压架构为400V,容量为58.3千瓦时(kWh)。根据NEDC标准,最大续航里程为530公里;根据WLTP标准,最大续航里程为445公里。在90-110公里/小时的速度下,实际续航里程约为350公里。实际续航里程的预估取决于驾驶方式(油门使用情况、温度和交通状况)。
交流充电支持最大功率 6.6 kW 至 11 kW(使用 11 kW 壁挂式充电桩充电,0% 至 100% 的充电时间约为 6 小时 15 分钟)。直流快充支持 3C 快充技术,最大功率为 193 kW。直流快充(10% 至 80%)时间约为 20 分钟。V2L 外接电源功能支持为外部电器设备供电。
小鹏L03的电机动力输出平顺渐进,避免了突兀或过猛的扭矩输出,从而保证了操控的稳定性。电机运行平稳,扭矩传递强劲有力。电子油门响应精准,低速行驶时避免了突兀的顿挫感。这使得车辆在城市中行驶流畅舒适,低速操控轻松自如,过弯和超车加速也十分平顺。电机扭矩输出瞬间完成,毫无延迟。结合能够处理油门输入并根据转向角度调整扭矩矢量分配的AI算法,实现了高效精准的过弯性能。
运动舒适型悬架能够较好地吸收路面颠簸和接缝带来的震动。虽然不如欧洲车那样平顺,但与同价位(80万泰铢)的国产电动车相比,L03在高速长途驾驶的稳定性方面更胜一筹。悬架的软硬程度恰到好处,调节起来非常平衡,既适合日常驾驶,又保持了轿跑SUV特有的硬朗感。高速过弯和稳定性表现令人惊喜,超出预期。L03操控轻松,高速行驶时不会给驾驶员带来压力。电池组置于底盘下方,降低了车辆重心,有效抑制了突然变道或高速过弯时的车身侧倾。电动助力转向系统具备速度感应式重量分配功能。虽然方向盘底部平坦,握感略有不足,但转向精度和随速度变化的力度响应都非常出色。此外,得益于无框车身设计,L03还拥有良好的隔音减震性能。该车采用低风阻系数(Cd)设计,并全车使用隔音玻璃,有效降低了A柱和侧后视镜周围的风噪。即使在110-120公里/小时的速度下,车厢内依然静谧,只有在110公里/小时的速度下才能听到轻微的胎噪。
得益于空气动力学溜背式轿跑车设计,燃油效率显著提升,尤其在长途行驶中,燃油经济性更佳。在城市道路行驶中,平均油耗为 13.5 千瓦时/百公里,这得益于平顺的能量回收制动系统 (REGEN)。在时速 110-120 公里/小时的长途行驶中,油耗会增加至约 14.8-16.0 千瓦时/百公里。
根据电池容量数据以及从曼谷到叻丕府(特别是前往素万那普县的路线)的测试结果,标准版小鹏L03车型采用多种测试方法,实际续航里程约为350公里。这对于200-300公里的跨府旅行来说已经足够。
另一大亮点是XNGP和AI自动驾驶系统,该系统采用人工智能技术,能够像人类一样思考和解决问题,使全新小鹏L03在众多电动汽车中脱颖而出。得益于XNGP(小鹏高级驾驶辅助系统)架构与端到端AI神经网络模型的协同工作,它实现了从ADAS(高级驾驶辅助系统)到完全AI驱动的自动驾驶时代的飞跃。
端到端人工智能主动处理系统接收来自车辆周围传感器的数据,包括高清摄像头、毫米波雷达和超声波传感器。这些数据直接通过人工智能模型进行处理,无需依赖传统的基于规则的指令。其结果是能够做出更贴近实际的决策,实现平顺的油门和刹车响应,避免对前方车辆突然切入时出现突兀的顿挫或反应,并能像经验丰富的驾驶员一样流畅地进行规避操作。
L03搭载的XNGP无地图导航系统利用人工智能技术对环境和路线进行视觉评估,无需高清地图连接。该系统可在城际高速公路和城市道路上提供自动导航,能够准确安全地变换车道以避开慢速车辆,顺利通过复杂路口,并在行人过马路时减速。
人工智能代客泊车(AVP)系统提升了停车的便捷性,涵盖平行泊车、人行道泊车以及建筑物内的记忆泊车等任务。只需通过屏幕或应用程序发出指令,人工智能即可流畅地控制方向盘、油门、刹车和换挡。
总而言之,L03搭载了智能AI系统,能够提供流畅自然的驾驶辅助,高度模拟人类操控。它能做出精准的决策并立即解决问题,从而减轻长途驾驶的疲劳。运动舒适型悬架结合低重心设计,在弯道中提供卓越的抓地力和稳定性,最大限度地减少车身侧倾,使操控异常轻松。得益于空气动力学设计、低风阻系数和隔音玻璃,车辆的降噪效果也十分出色。燃油经济性良好,流线型设计和AI驱动的能量管理系统能够提供准确可靠的实时里程读数。
当然,也有一些我不喜欢的地方。首先是前大灯,说实话,如果是由一位曾在雅马哈工作过的设计师来设计,效果会更好。溜背式的车顶线条使得后排乘客的头部空间相比普通SUV有所减少。而对于出口车型来说,极简主义的设计理念尤其需要改进;在那些习惯于便捷易用、按钮操作的国家销售时,这种设计理念应该被摒弃。在L03车型上,几乎所有功能都集成在了触摸屏上,甚至连后视镜调节也不例外。大多数功能都集成在触摸屏上,而AI语音控制系统用起来感觉有点别扭,可能需要一些时间来适应。理想情况下,像后视镜调节和空调控制这样的基本设置应该从触摸屏中分离出来。总的来说,这是一辆不错的车,驾驶乐趣十足,但基础款的里程数有限。
驱动系统:单电机,后轮驱动(RWD)。
标准续航升级版:最大功率 222 马力(PS),最大扭矩 280 牛米。
长续航加强版/长续航超级版车型:最大功率 249 马力(PS),最大扭矩 280 牛米。
前悬架为麦弗逊式独立悬架,后悬架为多连杆(5连杆)系统,经过调校,可提供稳固而舒适的驾乘体验,适合城市驾驶和长途旅行。
智能驾驶辅助系统(XPILOT系统)
XPILOT 驾驶辅助系统:全速自适应巡航控制 (ACC) 和车道居中控制 (LCC) 以及弯道制动辅助功能,可通过方向盘上的按钮或方向盘右侧的换挡杆进行控制(向下按一次激活 ACC / 连续向下按两次激活 LCC)。
电容式方向盘配备了能够检测驾驶员触摸动作的系统。
XPILOT泊车辅助系统:可通过车内或智能手机控制的自动泊车辅助系统。支持通过智能手机控制的直线前进和后退功能,以及通过车内控制的自动驶出停车位功能。
四种驾驶模式:经济、舒适、运动和自定义。转向和制动力度可独立调节。可通过中央屏幕或方向盘上的按钮切换模式。
智能座舱
显示屏和中央屏幕系统:15.6 英寸触摸屏中央显示屏、8.88 英寸驾驶员信息显示屏,以及与之相当的 26.8 英寸抬头显示器 (HUD),可显示驾驶信息、谷歌地图和倒车时的后视摄像头画面。
XOS6操作系统:最新版本,内置谷歌地图和全新用户界面。支持在4个区域内进行连续、独立的语音指令控制。
场景模式:基于生活方式的场景模式,例如休息、露营、小屋舒适、冥想、睡眠、宠物和哨兵模式。
座椅配备了腰部按摩放松模式,可进行背部按摩;256 色环绕式环境光系统可根据音乐节奏或视频色调进行调节;此外,还可在中央屏幕上显示后视镜图像,从而提升舒适度和氛围。
多功能性和多种设备安装方式。
行李空间:超过 40 个储物隔间、悬挂点和配件安装点,外加一个 10 升的座椅下抽屉和一个后部货物区,最多可安装 3 个可调节盖板(40:20:40 分体折叠后排座椅)。
前引擎盖储物箱(Frunk):容量为 102 升,设有排水孔,可用于存放冰块以冷藏饮料。
八个独特的磁性配件安装点:用于在阅读灯附近安装眼镜盒,在后排空调出风口上方安装纸巾盒;五个螺纹磁性安装点:用于将三脚架或智能手机安装到仪表板上。
Arcom Rumsawan 电子邮件:chang.arcom@thairath.co.th Facebook:https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/