รัฐบาลเร่งตั้งระบบกลาง สกัดเงินมิจฉาชีพ แจ้งครั้งเดียว ตามเงินทัน อายัดเร็ว政府正在紧急建立一个中央系统来拦截欺诈资金,只需一份报告即可立即追踪和冻结被盗资金。
รัฐบาลเร่งตั้ง 4 ระบบกลาง สกัดเงินมิจฉาชีพ เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน “แจ้งครั้งเดียว–ตามเงินทัน–อายัดเร็ว” เพิ่มโอกาสผู้เสียหายได้เงินคืน

รัฐบาลเร่งตั้ง 4 ระบบกลางสกัดเงินมิจฉาชีพ เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน “แจ้งครั้งเดียว–ตามเงินทัน–อายัดเร็ว” เพิ่มโอกาสผู้เสียหายได้เงินคืน
วันที่ 16 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งยกระดับการสกัดเส้นทางเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังพบรูปแบบการเคลื่อนย้ายเงินซับซ้อนและรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ผ่านบัญชีธนาคารเป็นหลัก ปัจจุบันสามารถกระจายผ่านบัญชีหลายทอด ถอนเป็นเงินสด แปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เงินตราต่างประเทศ หรือไหลออกนอกประเทศภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การประสานงานแบบเดิมอาจตามเงินไม่ทัน
กระทรวงการคลังจึงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดทำ National Anti-Fraud Master Plan พร้อมวาง “4 ระบบกลางระดับชาติ” เชื่อมข้อมูลความเสี่ยง การรับแจ้งเหตุ การติดตามเส้นทางเงิน และการอายัด ให้หน่วยงานทำงานต่อกันได้ทันที แทนการแยกข้อมูลและประสานงานเป็นทอด ๆ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า 4 ระบบดังกล่าวออกแบบให้ทำงานตั้งแต่ “ก่อนเกิดเหตุจนถึงตามเงินคืน” ประกอบด้วย
1. “หนึ่งตัวตน หนึ่งระดับความเสี่ยง” เชื่อมข้อมูลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายหรือความยินยอม ให้สถาบันการเงิน โทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกัน และตรวจสอบได้แบบ Real-time
2. “วิเคราะห์ข้อมูล รู้ทันกลโกง” จัดทำศูนย์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินแบบไม่ระบุตัวตน เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและเครือข่ายอาชญากรรม รวมถึงพัฒนาแบบจำลองความเสี่ยงให้ทันกลโกงรูปแบบใหม่
3. “แจ้งครั้งเดียว เส้นทางเดียว” รวมการรับแจ้งจากประชาชน AOC 1441 สถาบันการเงิน และตำรวจเข้าสู่ระบบเดียว ใช้เลขอ้างอิงเดียวตลอดกระบวนการ ประชาชนไม่ต้องแจ้งซ้ำหลายหน่วยงาน และเริ่มกระบวนการอายัดได้เร็วขึ้น
4. “ไล่ให้ทัน อายัดให้เร็ว” เชื่อมข้อมูลเพื่อติดตามเงินขณะที่กำลังเคลื่อนที่ ตรวจสอบยอดที่ยังอายัดได้ และส่งคำสั่งอายัดตามอำนาจกฎหมาย พร้อมรองรับกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายหรือปลดอายัดตามผลของคดี
“โจทย์วันนี้คือ เงินมิจฉาชีพเคลื่อนที่เร็วมาก รัฐจึงต้องทำให้ข้อมูลเดินเร็วกว่าเงิน เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ข้อมูลต้องเชื่อมทันที ไล่เส้นเงินให้ทัน และอายัดให้เร็วที่สุด เพราะทุกนาทีที่เร็วขึ้นหมายถึงโอกาสรักษาเงินและได้เงินคืนของผู้เสียหายที่มากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยกระดับมาตรฐาน KYC, CDD และ EDD เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบลูกค้าและธุรกรรมเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินในต่างประเทศ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ซึ่งมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งออกแบบรายละเอียดทั้ง 4 ระบบ ทั้งโครงสร้างข้อมูล การเชื่อมต่อ หน่วยงานรับผิดชอบ และมาตรฐานข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ก่อนเสนอคณะอนุกรรมการฯ พิจารณาต่อไป
政府正在加快建立四个中央系统,以拦截欺诈资金,并将所有机构的数据联系起来,实现“一次性通知、立即追踪资金和迅速冻结资产”,从而增加受害者追回资金的机会。
2026年9月16日,首相办公室副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士透露,政府在发现更复杂、更快捷的资金转移方式后,正加快打击网络犯罪资金流向的力度。此前资金主要通过银行账户转移,而现在资金可以通过多个账户分散转移,提取现金,兑换成数字资产、黄金、外币,或在数小时内流出境外。这使得传统的协调方法不足以追踪资金流向。
财政部正与数字经济和社会部及其他相关机构合作,制定国家反欺诈总体规划。该规划包括建立四个中央国家系统,将风险信息、事件报告、资金追踪和资产冻结系统连接起来,使各机构能够无缝协作,而无需依赖各自独立的数据和协调渠道。
拉利达女士表示,这四个系统旨在“从事件发生前到追回款项为止”运行,其中包括:
1.“一个身份,一个风险等级”根据法律或经同意将相关的风险信息连接起来,使金融机构、电信公司、数字平台和执法机构能够看到同一组风险并实时监控它们。
2.“分析数据,领先于诈骗”:建立匿名金融交易数据中心,分析模式和犯罪网络,并开发风险模型,以领先于新的诈骗手段。
3. “单一通知,单一途径”将公众、AOC 1441、金融机构和警方的通知整合到一个系统中。整个流程使用单一参考编号,无需公民通知多个机构,从而加快资产冻结流程。
4. “抓获目标,迅速冻结资金。” 连接数据以追踪资金流动情况,检查冻结余额,并根据法律授权发出冻结令。根据案件结果,支持向受害者返还资金或解除冻结。
“如今的挑战在于,诈骗资金流动速度极快。因此,政府必须确保信息传递速度快于资金本身的流动速度。当公民举报诈骗事件时,必须立即将信息关联起来,追踪资金流向,并尽快冻结资金。因为加快处理速度的每一分钟,都意味着受害者追回损失的几率更大,”拉利达女士说道。
与此同时,相关机构将升级 KYC、CDD 和 EDD 标准,从一开始就加强对客户和交易的审查,使其达到国际金融中心的水平。
由副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯博士主持的“加强可疑金融交易监控的金融数据链接小组委员会”已指示财政部常务秘书与相关机构合作,加快所有四个系统细节的设计工作。这些细节包括数据结构、连接方式、责任机构和数据标准,所有设计工作须在30天内完成,并提交小组委员会审议。