ห่วงไฟใต้บานปลาย “ชวน” ชี้ ผิดพลาดนโยบายปี 44 ฆ่าตัดตอนเปิดทาง RKK ผุด对泰国南部不断升级的动乱表示担忧;川指出,2001 年有缺陷的法外处决政策是导致 RKK 出现的催化剂。
“ชวน หลีกภัย” อภิปรายญัตติความไม่สงบชายแดนใต้ ห่วงบานปลาย ชี้ ผิดพลาดนโยบายปี 2544 ฆ่าตัดตอนเปิดทาง RKK ผุด เตือน ครม. อย่าสร้างความแตกแยก

“ชวน หลีกภัย” อภิปรายญัตติความไม่สงบชายแดนใต้ ห่วงบานปลาย ชี้ ผิดพลาดนโยบายปี 2544 ฆ่าตัดตอนเปิดทาง RKK ผุด เตือน ครม. อย่าสร้างความแตกแยก
วันที่ 16 กันยายน 2569 นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สนับสนุนญัตติด่วนด้วยวาจาติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยถอดบทเรียนความผิดพลาดทางนโยบายในอดีต พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางดับไฟใต้และตักเตือนรัฐมนตรีเรื่องการใช้วุฒิภาวะในการปฏิบัติหน้าที่
จากนั้นเริ่มต้นอภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้และบางส่วนของสงขลา ซึ่งตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา มีผู้สูญเสียชีวิตแล้วมากกว่า 7,000 คน และถอดบทเรียนย้อนไปถึงเหตุการณ์ระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2544 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายหละหลวมที่สั่งการให้จัดการหัวโจก 18 คน เดือนละ 10 คน จนเกิดขบวนการอุ้มฆ่า และผลักดันให้เกิดกลุ่มก่อความไม่สงบชุดใหม่ หรือ RKK ที่ก่อเหตุซุ่มซ้อมมือและนำไปสู่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ปล้นปืนไปกว่า 413 กระบอก จนกลายเป็นการบานปลายของความรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน
นายชวน ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด คือการยึดถือแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งเคยกอบกู้สถานการณ์ความขัดแย้ง พัฒนาพื้นที่ และสร้างความกลมกลืนระหว่างชาวพุทธและมุสลิมได้สำเร็จตลอด 40 ปี พร้อมตั้งคำถามไปยังรัฐบาลปัจจุบันว่า ได้เข้าใจเจตนารมณ์ของนโยบายนี้อย่างแท้จริงหรือไม่ หลังเสนอเขียนไว้ในนโยบายรัฐบาลข้อ 9.3 แต่เมื่อตั้งกระทู้ถามกลับตอบว่า ยังไม่พร้อมตอบ
ขณะเดียวกันยังได้อภิปรายพาดพิงถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรณีลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดตรัง แต่กลับใช้โอกาสดังกล่าวโจมตีตนเองว่าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 6 ปีเศษ แต่ไม่พัฒนาจังหวัดตรัง โดยนายชวน ชี้แจงว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรีของคนทั้งประเทศ ความเจริญต้องกระจายอย่างเท่าเทียม เช่น การขยายถนน 4 เลนทั่วประเทศ รถไฟทางคู่ สุวรรณภูมิ กยศ. และโครงการนมโรงเรียน ไม่ใช่การเอาเปรียบฉวยโอกาสกระจายงบลงเฉพาะบ้านตัวเอง และขอเตือนไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตักเตือนรัฐมนตรีใน ครม. ให้มีวุฒิภาวะ อย่าใช้โอกาสตรวจราชการสร้างความแตกแยกในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม นายชวน ยังฝากข้อสังเกตถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า รัฐบาลต้องวางตำแหน่งปัญหาให้ชัดเจนว่าเป็นปัญหาภายในประเทศ หรือ ปัญหาระหว่างประเทศ หากเป็นปัญหาภายใน รัฐบาลต้องเชื่อมั่นในศักยภาพและแก้ไขด้วยตัวเอง อย่าประเมินคนของตัวเองต่ำไป พร้อมทั้งเสนอให้ฟื้นฟูความร่วมมือตามกรอบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยม อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) เพื่อสร้างสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป.
川立派议员就南部边境省份的动议进行了辩论,表达了对局势升级的担忧。他指出,2001年的法外处决政策为马来半岛革命运动(RKK)的出现铺平了道路。他警告内阁不要制造分裂。
2026年9月16日,民主党国会议员、前国会主席川立派先生在众议院辩论,支持一项紧急口头动议,要求跟进解决南部边境省份的动议。他总结了以往政策失误的教训,提出了平息南部动乱的办法,并告诫各部部长在履行职责时要更加成熟稳重。
讨论首先聚焦于南部边境地区和宋卡府部分地区的暴力事件,自2004年1月4日以来,已有超过7000人丧生。讨论追溯到2001年4月7日合艾火车站爆炸案,该案标志着一项宽松政策的开始,该政策下令每月从18名成员中清除10名头目。这导致了绑架和谋杀事件的发生,并助长了一个新的叛乱组织——RKK的出现。RKK发动伏击袭击,最终在纳拉提瓦府卓艾隆县的皮冷军营被盗走413支枪械,使暴力事件升级到目前的程度。
川先生强调,最可持续的解决方案是坚持普密蓬·阿杜德国王(拉玛九世)颁布的“理解、获取、发展”的皇家方针。这一方针在过去40多年里成功化解了冲突,促进了地区发展,并增进了佛教徒和穆斯林之间的和谐。随后,他质问现任政府,既然已将此方针纳入政府政策第9.3项,但在议会提出质疑时却得到“暂不回答”的答复,他们是否真正理解这一政策的意图。
与此同时,讨论还提及了皮帕·拉差吉帕卡恩先生担任旅游和体育部长期间访问董里府进行正式视察一事。据称,皮帕先生借此机会攻击川先生,声称川先生担任总理六年多期间未能发展董里府。川先生澄清说,作为总理,他代表的是全国人民,发展必须公平分配。他举例说,全国范围内扩建四车道公路、修建双轨铁路、建设素万那普机场、设立学生贷款基金以及推行学校牛奶计划都是发展成果。他强调,这并非意味着将资金不公平地分配给自己所在的地区。他还警告总理,要训诫内阁部长们要成熟稳重,避免利用正式视察在该地区制造分裂。
然而,川先生也指出,在解决南部冲突方面,政府必须明确界定该问题是内部问题还是国际问题。如果是内部问题,政府必须对自身能力有信心,自行解决,不能低估本国人民。他还建议在印尼-马来西亚-泰国增长三角区(IMT-GT)经济开发区框架内恢复合作,以在南部边境地区创造持久和平与繁荣。