← 返回新闻首页
泰国主流

เคาะค่าโดยสารรถไฟฟ้าตั๋วร่วมไม่เกิน 45 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค.70

“พิพัฒน์” ยืนยัน 1 ม.ค.70 ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาททุกสีทุกสาย พร้อมจ่อของบกลาง 5 พันล้านบาท อุดหนุนส่วนต่าง ให้กรุงไทยเป็น Clearing House เจรจา BTS ปรับ Rabbit เป็น EMV ใช้ใบเดียวข้ามสาย

Thairath查看原文 ↗
เคาะค่าโดยสารรถไฟฟ้าตั๋วร่วมไม่เกิน 45 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค.70
เคาะค่าโดยสารรถไฟฟ้าตั๋วร่วมไม่เกิน 45 บาท ดีเดย์ 1 ม.ค.70

# พิพัฒน์ รัชกิจประการ

# การประชุมคณะกรรมการตั๋วร่วม

ถอดบทเรียน เกือบอวสาน NIKE เมื่อยุคทองไม่ได้อยู่ตลอดไป | BrandStory EP.60

“พิพัฒน์” ยืนยัน 1 ม.ค.70 ประชาชนได้ใช้นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาททุกสีทุกสายทางแน่นอน พร้อมจ่อของบกลาง 5 พันล้าน อุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสาร เคาะให้ธนาคารกรุงไทย ทำหน้าที่บริหารเคลียร์ริ่งเฮาส์ คืนเงินหลังบ้าน เปิดทางเจรจาบีทีเอสเพิ่มระบบ EMV ในบัตร Rabbit ใช้ใบเดียวได้ทุกสาย

พลิกโฉม "หินฝุ่น-กระจกจากโซลาร์เซลล์”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตั๋วร่วม ว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.70 เป็นต้นไป ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าจะสามารถใช้มาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี ทุกเส้นทางในราคา 17–45 บาท ได้

โดยผู้โดยสารจะสามารถเดินทางข้ามสายทางโดยไม่มีค่าแรกเข้า ซึ่งการดำเนินการนโยบายตั๋วร่วมในรถไฟฟ้านั้น ในช่วงแรกจะเป็นการขออนุมัติในรูปแบบปีต่อปี จนกว่าจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงกลางในปี 2572 แล้วจึงจะพิจารณาแนวทางระยะยาวอีกครั้ง

ทั้งนี้ ภาครัฐจะเป็นผู้รับภาระในการชดเชยส่วนต่างราคาค่าโดยสารในเส้นทางที่เดินทางจริงเกินกว่า 45 บาท ให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ โดยไม่ได้เป็นการชดเชยคืนให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง

ขณะเดียวกันได้ข้อสรุปว่าจะให้ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้ทำหน้าที่เป็นเคลียร์ริ่งเฮาส์ (Clearing House) เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบหลังบ้านในการรองรับการบริหารจัดการเงินและเคลียร์คืนเงินส่วนต่างให้กับประชาชน

สำหรับแหล่งเงินงบประมาณที่จะนำมาชดเชยในค่าโดยสารนั้น เนื่องจากกองทุนตั๋วร่วมของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยังไม่มีงบประมาณสะสม จึงจำเป็นต้องขออนุมัติงบกลางจากรัฐบาลประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำมาอุดหนุนส่วนต่าง โดยตัวเลขงบประมาณชดเชยดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน

เนื่องจากจะต้องมีการเจรจากับผู้ประกอบการเอกชนเกี่ยวกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าจะเติบโตสูงขึ้นเกือบ 20% เพื่อนำส่วนต่างรายได้ดังกล่าวส่งคืนเข้ากองทุนตั๋วร่วมต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอนุมัติงบกลางดังกล่าวในช่วง พ.ย. 2569

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการติดตั้งระบบอ่านบัตรนั้น เนื่องจากมีระยะเวลาจำกัดเพียง 3 เดือนครึ่ง ก่อนถึงวันบังคับใช้ ดังนั้นจึงต้องเร่งติดตั้งเครื่องอ่านบัตรแบบ EMV ในรถไฟฟ้าทุกสายทาง ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่าหากต้องเปลี่ยนหัวอ่านใหม่ทั้งหมดจะต้องใช้เวลาประมาณ 1–2 ปี

ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้สรุปแนวทางการเชื่อมต่อระบบ โดยให้ BTS ปรับเปลี่ยนระบบให้ตั๋ว Rabbit EMV เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถแตะบัตรใช้งานได้ทันตามกำหนดการต้นปีหน้า และสามารถนำบัตร Rabbit EMV ใช้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสายได้

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻