คณะสงฆ์เวียดนาม ถวายพระพร ในหลวง-ราชินี พิธีวางพวงมาลา อนุสาวรีย์วีรชนสุสานโฮจิมินห์在胡志明陵墓举行的敬献花圈仪式上,越南佛教僧侣向泰国国王和王后献上祝福。
พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และเสด็จฯไปวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย

พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และเสด็จฯไปวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย ที่ตั้งสำนักงานใหญ่สภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม คณะพระเถระชั้นผู้ใหญ่เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ในการเสด็จฯ เยือนเวียดนามเป็นวันสุดท้าย ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. เวลา 10.36 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
เมื่อเสด็จฯถึงอนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน นายเล แค้ง หาย หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม พันเอก (พิเศษ) ฝั่ม วัน เหี่ยน รองผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ แล้วเสด็จขึ้นไปยังฐานอนุสาวรีย์ฯทรงวางพวงมาลา ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่วีรชนและผู้เสียสละ
อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน ตั้งอยู่กลางใจเมืองในจัตุรัสบาดิ่ญห์มีความสูง 12.6 เมตร เป็นผลงานศิลปะชิ้นเอกของนายเล เหียบ สถาปนิกที่มีชื่อเสียงของชาวเวียดนาม สร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กประดับแผ่นหินแกรนิตสีขาวงาช้างโดยรอบ รูปร่างอนุสาวรีย์คล้ายเทียนเล่มใหญ่ที่ส่องประกายขึ้นสู่ท้องฟ้า ตรงกลางอนุสาวรีย์เป็นพื้นที่โล่งสำหรับตั้งแท่นบูชารำลึกถึงวีรชนและทหารกล้าผู้ล่วงลับ นับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่สำหรับการสักการะและรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีพเพื่อเอกราชและเสรีภาพของเวียดนาม
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปยังสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ณ ที่นั้น นายเล แค้ง หาย หัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดี ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศฝ่ายเวียดนาม พลตรี ฝั่ม หาย จุง ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เฝ้าฯรับเสด็จ ทรงพระดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศไปยังลานหน้าสุสาน ทรงวางพวงมาลา ประทับยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ สมควรแก่เวลาจึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย
สุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ตั้งอยู่ที่จัตุรัสบาดิ่ญห์ กรุงฮานอย สร้างขึ้นเพื่อเก็บรักษาร่างของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เดิมเป็นสถานที่ที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม (เวียดนามเหนือ) เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเวียดนามที่สะท้อนความเคารพของชาวเวียดนามต่อประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ซึ่งเคลื่อนไหวและต่อสู้เพื่อเอกราช สุสานแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ มีความสูง 21.6 เมตร ฐานกว้าง 31 เมตร ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเวียดนามและผู้เชี่ยวชาญจากสหภาพโซเวียต (ในขณะนั้น) สร้างจากหินแกรนิต ภายในตกแต่งด้วยผนังหินอ่อนสีแดงขัดเงา ด้านในมีห้องโถงที่วางร่างของอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ในโลงแก้ว หลังคามีลักษณะเป็นรูปดอกบัว เนื่องจากบ้านเกิดของประธานาธิบดีโฮจิมินห์อยู่ที่หมู่บ้านลางแซน ซึ่งแปลว่าหมู่บ้านดอกบัว
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงยังวัดกว๋านสือ กรุงฮานอย แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ พระมหาคณาจารย์ทิธ เถียน เญิน ประธานสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม เฝ้าฯรับเสด็จและทูลเชิญเสด็จฯไปยังแท่นบูชาเบื้องหน้าพระประธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน และดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งคณะสงฆ์เวียดนาม จำนวน 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วทรงกราบที่พระแท่นแล้วเสด็จลงจากพระอุโบสถ ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯ กลับโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย โรงแรมที่ประทับ
สำหรับวัดกว๋านสือ สร้างขึ้นในรัชสมัยราชวงศ์แล พุทธศตวรรษที่ 20 เดิมเป็นวัดขนาดเล็กใช้เป็นสถานที่รับรองพระธรรมทูตจากต่างประเทศ ต่อมามีการต่อเติมมีขนาดใหญ่ขึ้นและได้รับการบูรณะตามหลักสถาปัตยกรรมวัดทางภาคเหนือของเวียดนาม ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองเรียงลดหลั่นเป็นชั้นๆ แท่นบูชาชั้นสูงสุดประดิษฐานพระพุทธรูปพระรัตนตรัย ชั้นรองลงมาประดิษฐานพระอมิตาภพุทธะพร้อมพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์และพระมหาสถามปราบต์โพธิสัตว์ขนาบข้าง ชั้นล่างสุดประดิษฐานพระศากยมุนีพุทธเจ้าพร้อมพระสาวก ปัจจุบันวัดกว๋านสือเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม ด้านหลังของวัดเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนพระธรรมวินัย มีหอวิจัย หอแสดงธรรม และหอสมุดรวบรวมพระไตรปิฎกและเอกสารทางพุทธศาสนา ทำให้วัดกว๋านสือไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านพุทธศาสนาอีกด้วย
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งกลับถึงท่าอากาศยานทหาร ดอนเมือง ในเวลาประมาณ 19.00 น. วันเดียวกัน
อ่าน " คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ " ทั้งหมดที่นี่
国王陛下和王后陛下在北山英雄烈士纪念碑和前主席胡志明陵墓敬献花圈,并访问了位于河内的观世音菩萨寺,该寺是越南佛教僧伽中央管理委员会的所在地。在他们返回泰国之前,高僧们在越南访问的最后一天为他们祈祷和祝福。
9月16日上午10点36分(当地时间),国王陛下和王后陛下乘坐皇家汽车从他们下榻的河内费尔蒙酒店出发,前往越南社会主义共和国河内市的北山烈士纪念碑和胡志明陵墓敬献花圈。
抵达北山烈士纪念碑后,国王陛下受到越南国家主席办公室主任兼名誉部长黎庆海先生和胡志明陵墓安全指挥部副司令范文贤上校(特级)的迎接。随后,国王陛下走过仪仗队,登上纪念碑基座,敬献花圈,并默哀缅怀英雄烈士。
位于市中心巴亭广场的北山烈士纪念碑高12.6米,是越南著名建筑师黎协的杰作。它由钢筋混凝土建造,并饰以象牙白花岗岩石板,形似一根指向天空的巨型蜡烛,中央的开放区域设有祭坛,用于纪念为越南独立和自由献出生命的烈士。这座纪念碑是具有重要历史意义的神圣建筑地标,是人们缅怀和纪念为越南独立和自由而牺牲的烈士的场所。
随后,国王陛下和王后陛下前往胡志明陵墓。越南国家主席办公室主任兼名誉部长黎庆海先生和胡志明陵墓安全指挥部司令范海忠少将迎接了他们。他们走过仪仗队,来到陵墓前的广场,敬献花圈,并默哀悼念已故的胡志明主席。之后,他们登上皇家座驾,前往河内观世寺。
胡志明陵位于河内巴亭广场。陵墓是为了安葬胡志明主席而建,这里曾是他宣读《独立宣言》、建立越南民主共和国(北越)的地方。它是重要的历史遗址,体现了越南人民对胡志明主席的崇敬之情,他毕生致力于越南的独立事业。陵墓是一座规模宏大的建筑,高21.6米,底座宽31米。陵墓由越南建筑师和当时的苏联专家共同设计,采用花岗岩建造。陵墓内部墙壁以抛光的红色大理石装饰,大厅内安放着胡志明主席的玻璃棺。陵墓屋顶呈莲花状,象征着他的出生地——浪森村,意为“莲花村”。
随后,国王陛下和王后陛下乘坐皇家汽车抵达河内广苏寺。进入大殿后,越南僧伽中央执行委员会主席陈氏天仁法师迎接了他们,并邀请他们前往主佛像前的佛坛。国王陛下敬献了一棵金银树,以及鲜花、香烛等供品。之后,国王陛下和王后陛下在佛坛前点燃香烛,三十位越南僧侣诵经祈祷。诵经结束后,他们向佛坛鞠躬,然后离开大殿。随后,他们登上皇家汽车,返回下榻的河内费尔蒙酒店。
广苏寺始建于二十世纪澜沧王朝时期,最初是一座小型寺庙,用于接待来自海外的佛教传教士。后来,它按照越南北部寺庙的建筑风格进行了扩建和翻修。主殿内,镀金佛像错落有致地排列成层。最上层供奉着三宝(佛、法、僧),第二层是阿弥陀佛,两侧分别是观世音菩萨和大乘菩萨,最下层则供奉着释迦牟尼佛及其弟子。如今,广苏寺是越南僧伽中央管理委员会的所在地。寺庙后方设有佛经学校、研究厅、法堂以及藏有佛教典籍的图书馆。这使得广苏寺不仅是举行佛教仪式的场所,也是佛教教育的中心。
国王陛下和王后陛下于当日晚上7点左右乘坐皇家飞机返回廊曼军用机场。
点击此处阅读《泰叻报》所有专栏文章。