เนทันยาฮูขู่ผ่าน กม.ถอนสัญชาติ ผกก.สารคดี "NAZA" ตีแผ่ปฏิบัติการอิสราเอลในฉนวนกาซา内塔尼亚胡威胁要通过一项剥夺公民权的法律;纪录片《NAZA》的导演揭露了以色列在加沙地带的行动。
เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศผลักดันกฎหมายถอนสัญชาติผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี “NAZA” ซึ่งเปิดโปงข้อกล่าวหาว่ากองทัพอิสราเอลกำหนดจำนวนพลเรือนที่คาดว่าจะเสียชีวิตไว้ในกระบวนการโจมตีฉนวนกาซา

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศผลักดันกฎหมายถอนสัญชาติผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง ท่ามกลางกระแสต่อต้านผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี "NAZA" ที่คว้ารางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งเปิดโปงว่ากองทัพอิสราเอลกำหนดจำนวนพลเรือนที่คาดว่าจะเสียชีวิตไว้ในกระบวนการโจมตีฉนวนกาซา ขณะที่ผู้กำกับและครอบครัวเผชิญคำข่มขู่จากกลุ่มขวาจัด
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศว่า จะผลักดันกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลถอนสัญชาติผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยถือเป็นการยกระดับการข่มขู่ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "NAZA" ซึ่งนำเสนอข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสังหารพลเรือนในฉนวนกาซาโดยกองทัพอิสราเอล
สารคดีเรื่องนี้กำกับโดยยูวัล อับราฮัม และราเชล ซอร์ สองผู้สื่อข่าวชาวอิสราเอล โดยกล่าวหาว่า การเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมากถูกนำมารวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจเลือกเป้าหมายโจมตีของกองทัพอิสราเอลในกาซาเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูและกองทัพอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ภาพยนตร์ความยาว 80 นาทีเรื่องนี้ได้รับรางวัล Special Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา และได้รับเสียงปรบมือนาน 25 นาที ซึ่งถือเป็นสถิติของเทศกาล ภาพยนตร์ใช้ชื่อ "NAZA" ตามศัพท์ย่อทางทหารของอิสราเอลที่ใช้ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางอากาศ โดยเฉพาะพลเรือนที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มความสูญเสียข้างเคียง
เนื้อหาของสารคดีอ้างอิงบทสัมภาษณ์โดยไม่เปิดเผยตัวตนของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองและทหาร รวมถึงข้อมูลการสืบสวนที่เผยแพร่โดยสื่ออิสราเอลและปาเลสไตน์อย่าง +972 Magazine, Local Call และ The Guardian ระหว่างปี 2566–2568
เนทันยาฮูกล่าวผ่านวิดีโอที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า รัฐบาลจะผลักดันกฎหมาย 2 ฉบับ เพื่อรับมือกับสิ่งที่เขาเรียกว่า "ความเสียหายอย่างมหาศาล" ต่อทหารอิสราเอล กฎหมายฉบับแรกมีเป้าหมายถอนสัญชาติของผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียง ส่วนฉบับที่สองจะเพิ่มบทลงโทษทางการเงินในคดีหมิ่นประมาท โดยเพิ่มค่าเสียหายตามกฎหมายเป็น 20 เท่า
ตามรายงานของสื่ออิสราเอล ร่างกฎหมายฉบับแรกซึ่งจะเสนอผ่านกระทรวงยุติธรรม อาจเพิ่มวงเงินเรียกร้องค่าเสียหายในคดีหมิ่นประมาทเป็น 1 ล้านเชเกล โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความเสียหาย ขณะที่ร่างกฎหมายฉบับที่สองซึ่งจะเสนอผ่านกระทรวงมหาดไทย จะกำหนดให้สามารถถอนสัญชาติผู้ที่ทำให้ทหารอิสราเอลและรัฐอิสราเอลเสื่อมเสียชื่อเสียงในต่างประเทศ
เนทันยาฮูยกเหตุการณ์ 3 กรณีเป็นเหตุผลในการเสนอกฎหมาย ได้แก่ สารคดี NAZA ที่เขากล่าวหาว่านำเสนอเจ้าหน้าที่และทหารอิสราเอลในฐานะอาชญากรสงคราม รวมถึงคำกล่าวของยาอีร์ โกลัน อดีตนายพลฝ่ายซ้ายซึ่งผันตัวเป็นนักการเมืองในปี 2568 ว่า "ประเทศที่มีสติย่อมไม่ฆ่าเด็กเป็นงานอดิเรก" และกรณีการรั่วไหลของวิดีโอในปี 2567 ที่แสดงให้เห็นทหารทำร้ายผู้ถูกควบคุมตัวชาวปาเลสไตน์ในกาซา
การประกาศของเนทันยาฮูเกิดขึ้นหลังผู้กำกับทั้งสองเผชิญกระแสต่อต้านจากรัฐบาลและกลุ่มฝ่ายขวาจัดในอิสราเอล โดยมิกี โซฮาร์ รัฐมนตรีวัฒนธรรมอิสราเอล เรียกร้องให้ถอนสัญชาติของผู้กำกับทั้งสอง และกล่าวหาว่าพวกเขาทรยศต่อรัฐ พร้อมขอบคุณเนทันยาฮูที่ประกาศเตรียมแก้ไขกฎหมาย โดยระบุว่าถึงเวลายุติสิ่งที่เขาเรียกว่า "ความอัปยศ"
ด้านอิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล เรียกผู้กำกับทั้งสองว่า “ความอัปยศ” ขณะที่เนทันยาฮูประณามภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า "ยอมรับไม่ได้" และกล่าวหาว่าเป็นการนำเสนอทหารอิสราเอลในฐานะอาชญากรสงคราม
ในช่วงค่ำวันพุธ (16 ก.ย.) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาหลายสิบคนรวมตัวกันบริเวณหน้าบ้านพ่อแม่ของราเชล ซอร์ หนึ่งในผู้กำกับสารคดี โดยมีนักเคลื่อนไหวและทีมงานหาเสียงที่เชื่อมโยงกับพรรคขวาจัดโอตซ์มา เยฮูดิต ของรัฐมนตรีเบน-กวีร์เข้าร่วมด้วย ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดนถูกส่งไปดูแลพื้นที่
ผู้ประท้วงรายหนึ่งเรียกร้องให้ใช้ "โทษประหารชีวิตกับผู้ทรยศ" และเรียกร้องให้รื้อถอนบ้านของครอบครัวผู้กำกับ ขณะเดียวกัน มีข้อความในกลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนไปชุมนุมบริเวณบ้านของผู้กำกับ โดยบางข้อความมีเนื้อหาเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรงอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ เยฮูดา ชเลซิงเกอร์ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ Channel 14 ซึ่งมีแนวคิดฝ่ายขวา เรียกร้องให้ติดตามหรือไล่ล่าผู้กำกับทั้งสองไปทุกที่ และขัดขวางไม่ให้พวกเขากลับเข้าอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ชาวยิวในอิสราเอลและต่างประเทศแสดงให้เห็นว่าเสียงปรบมือ 25 นาทีในเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นเสียงปรบมือที่ต่อต้านชาวยิว จะต้องมี "ราคาที่ต้องจ่ายอย่างหนัก"
ด้านอับราฮัมกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Channel 13 ของอิสราเอลว่า เขารู้สึกหวาดกลัวว่าอาจไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ "แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยาก อิสราเอลคือบ้านของผม เป็นสถานที่เดียวที่ผมต้องการใช้ชีวิต และเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อผม ดังนั้น แน่นอนว่าผมกลัวว่าจะไม่สามารถกลับไปได้"
ขณะที่กลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์และองค์กรสิทธิมนุษยชนออกแถลงการณ์สนับสนุนผู้กำกับทั้งสอง โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนในอิสราเอล 43 แห่ง เรียกร้องให้ทางการยุติการปลุกปั่นและคำข่มขู่ รวมถึงไม่ดำเนินคดีกับผู้กำกับหรือแหล่งข่าวของพวกเขา
นอกจากนี้ ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวอิสราเอลมากกว่า 1,500 คน ลงชื่อในคำร้องสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกและการสร้างสรรค์ พร้อมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับอับราฮัมและซอร์ โดยเตือนว่าเส้นแบ่งระหว่างถ้อยคำปลุกปั่นกับความรุนแรงทางกายภาพหรือคำข่มขู่เอาชีวิตกำลังแคบลงอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มผู้ลงชื่อเรียกร้องให้ภาพยนตร์ NAZA ได้รับการเผยแพร่ในอิสราเอล เพื่อให้ผู้ชมสามารถรับชมและตัดสินเนื้อหาด้วยตนเอง
อับราฮัมและซอร์เคยได้รับรางวัลออสการ์จากสารคดีเรื่อง "No Other Land" ในปี 2567 ซึ่งร่วมกำกับกับบาเซล อัดรา และฮัมดาน บัลลาล โดยนำเสนอการต่อต้านของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่อยู่ภายใต้การยึดครองของอิสราเอล
องค์กรสิทธิมนุษยชนยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตในกาซา โดยเฉพาะพลเรือน และเรียกร้องให้เปิดทางให้ผู้สื่อข่าวเข้าถึงพื้นที่ได้โดยไม่มีอุปสรรค หลังอิสราเอลจำกัดการเข้าถึงของผู้สื่อข่าวต่างชาติมาเป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566.
ที่มา Reuters / Guardian
以色列总理内塔尼亚胡宣布计划推动立法,剥夺那些损害以色列军方声誉者的公民身份。此前,纪录片《纳扎》(NAZA)的导演因揭露以色列军方在加沙地带袭击中操纵平民伤亡而遭到强烈抨击。该片曾荣获多项大奖。导演及其家人也因此受到右翼团体的威胁。
以色列总理本雅明·内塔尼亚胡宣布,他将推动新的立法,允许政府撤销那些玷污以色列军队声誉的人的公民身份,并升级了针对纪录片《纳扎》导演的恐吓策略。该纪录片提出了以色列军队在加沙地带杀害平民的指控。
这部由以色列记者尤瓦尔·亚伯拉罕和雷切尔·佐尔执导的纪录片声称,大量平民死亡事件通常被归咎于以色列军方在加沙的决策过程。然而,内塔尼亚胡和以色列军方否认了这些指控。
这部时长80分钟的影片于9月12日在威尼斯国际电影节上荣获评审团特别奖,并获得长达25分钟的起立鼓掌,创下电影节纪录。影片名为“NAZA”,这是一个以色列军方缩写,用于表示空袭造成的伤亡人数估计值,特别是被归类为间接证据的平民伤亡人数。
该纪录片的内容基于对情报和军事人员的匿名采访,以及以色列和巴勒斯坦媒体(如 +972 杂志、Local Call 和《卫报》)在 2023 年至 2025 年间发布的调查信息。
内塔尼亚胡在社交媒体上发布的一段视频中表示,政府将推进两项法案,以应对他所称的以色列士兵遭受的“巨大损害”。第一项法案旨在剥夺诽谤以色列士兵者的公民身份,第二项法案将提高诽谤罪的罚款金额,将赔偿金额提高20倍。
据以色列媒体报道,第一项法案将由司法部提出,该法案可能将诽谤案件的赔偿金额提高至100万谢克尔,且无需提供损害证明。第二项法案将由内政部提出,该法案允许撤销那些在国际上损害以色列军人和以色列国家声誉者的公民身份。
内塔尼亚胡列举了三个案例作为提出该法律的理由:一部他声称将以色列官员和士兵描绘成战争罪犯的 NAZA 纪录片;前左翼将军、现任政治家亚伊尔·戈兰在 2025 年发表的声明,“一个理智的国家不会把杀害儿童当作爱好”;以及 2024 年泄露的视频,显示士兵在加沙虐待巴勒斯坦被拘留者。
内塔尼亚胡的声明是在两位导演遭到以色列政府和极右翼团体的强烈反对之后发布的。以色列文化部长米基·索哈尔呼吁剥夺这两位导演的公民身份,指责他们犯有叛国罪,并感谢内塔尼亚胡宣布计划修改法律,称是时候结束他所谓的“耻辱”了。
以色列国家安全部长伊塔玛·本-库尔称这两位导演是“耻辱”,而内塔尼亚胡则谴责这部电影“不可接受”,并指责它将以色列士兵描绘成战争罪犯。
9月16日(周三)晚间,数十名右翼活动人士聚集在纪录片导演之一瑞秋·佐尔父母家门前。与他们一同聚集的还有与本·奎尔部长领导的极右翼政党“奥兹玛·耶胡迪特”有关联的活动人士和竞选工作人员。警方和边防部队已部署到该地区。
一名抗议者呼吁“对叛徒处以死刑”,并要求拆除导演家人的住宅。与此同时,一些活动人士团体发布信息,敦促支持者聚集在导演家周围,其中一些信息甚至公开煽动暴力。
此前,以色列第14频道右翼记者耶胡达·施莱辛格呼吁追捕这两位导演,并阻止他们返回以色列。他还敦促以色列国内外的犹太人表明,威尼斯电影节上长达25分钟的掌声(他声称这是反犹行为)必将付出“沉重代价”。
亚伯拉罕在接受以色列第13频道采访时表示,他担心自己可能无法返回祖国。“当然,这很艰难。以色列是我的家,是我唯一想居住的地方,对我来说意义非凡。所以,我当然担心自己可能无法回去。”
尽管电影制作人和人权组织发表声明支持这两位导演,但以色列的 43 个人权组织呼吁当局停止煽动和恐吓,不要起诉这两位导演或其消息来源。
此外,超过1500名以色列电影人签署了一份请愿书,支持言论自由和创作自由,声援亚伯拉罕和佐尔,并警告说,煽动性言论与人身暴力或死亡威胁之间的界限正在迅速模糊。签署者呼吁在以色列上映电影《纳扎》,以便观众能够观看并自行判断其内容。
亚伯拉罕和佐尔凭借与巴塞尔·阿德拉和哈姆丹·巴拉尔共同执导的纪录片《别无他处》获得了 2024 年奥斯卡奖,该片描绘了巴勒斯坦人在以色列占领的西岸的抵抗运动。
人权组织还呼吁对加沙的死亡人数,特别是平民死亡人数进行彻底调查,并要求允许记者不受阻碍地进入加沙,因为自 2023 年 10 月以来,以色列在很大程度上限制了外国记者的进入。
来源:路透社/《卫报》