“อรรถวิชช์” จี้ ขึ้นค่าไฟดาต้าเซ็นเตอร์ด่วน ชดเชยรัฐลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก“Attawich”敦促立即提高数据中心用电价格,以弥补政府降低200单位电费的损失。
“อรรถวิชช์” บี้ กระทรวงพลังงาน ขึ้นค่าไฟดาต้าเซ็นเตอร์ด่วน ห่วง กฟน.-กฟภ. แบกต้นทุนไม่ไหว รายได้รัฐหด กระเทือนรายจ่ายประชาชน

“อรรถวิชช์” บี้ กระทรวงพลังงาน ขึ้นค่าไฟดาต้าเซ็นเตอร์ด่วน ห่วง กฟน.-กฟภ. แบกต้นทุนไม่ไหว รายได้รัฐหด กระเทือนรายจ่ายประชาชน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงถึงมาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าช่วยประชาชน ว่า ปัจจุบันรัฐบาลลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเหลือไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ใช้งบประมาณกว่า 12,000 ล้านบาท และนำค่าไฟส่องสว่างตามถนนออกจากบิลค่าไฟบ้านของประชาชนอีกกว่า 18,000 ล้านบาท รวมแล้วรัฐต้องรับภาระแทนประชาชนมากกว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะเริ่มใช้ในรอบบิลค่าไฟฟ้าเดือนกันยายน 2569 ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยระบุว่า จะปรับค่าไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ให้สูงกว่าภาคครัวเรือน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า จะดำเนินการในเดือนใด ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงพลังงาน ยังไม่ได้ลดค่าไฟให้กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยกำกับ หากปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อ ทั้งสองหน่วยงานต้องแบกภาระจนขาดทุน และอาจกระทบต่อการขยายเขตไฟฟ้าในอนาคตได้
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประเด็นการนำส่งรายได้เข้าคลัง ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569 พบว่า กฟภ.นำส่งรายได้ 16,011 ล้านบาท และ กฟน.นำส่งรายได้ 5,104 ล้านบาท รวมกันแล้วยังไม่เพียงพอต่อการชดเชยภาระที่รัฐต้องรับผิดชอบ ที่ยังขาดอีกเกือบ 9,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อรัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ก็ต้องเร่งหารายได้มาชดเชย รมว.พลังงานต้องเร่งประกาศเพิ่มอัตราค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมกำหนดสัดส่วนการรับภาระค่าใช้จ่ายของ กฟผ. กฟภ. และ กฟน. ให้ชัดเจน
ทั้งนี้ ความล่าช้าของกระทรวงพลังงานมีผล อย่าเกรงใจ ต้องรีบตัดสินใจทันที ตอนนี้ 2 การไฟฟ้าแบกรับค่าไฟไม่ไหวแล้ว และจะกระทบกับงบประมาณรายจ่ายแน่นอน
“Attawich”敦促能源部紧急提高数据中心用电价格,并表示担忧,认为大都会电力局 (MEA) 和省级电力局 (PEA) 将无法承担增加的成本,导致政府收入减少,影响公共支出。
2026年9月17日上午11点30分,在国会,泰民党议员阿塔维奇·苏万纳帕克迪先生宣布了一系列降低公众用电成本的措施。他表示,政府已将首200度电的价格降至每度不超过3泰铢,总成本超过120亿泰铢;同时,政府还从居民电费账单中扣除了路灯照明费用,总额超过180亿泰铢。总计,政府为公众承担了超过300亿泰铢的电费负担。这项措施将于2026年9月的电费账单生效。他还指出,能源部长此前曾表示,数据中心的电价将高于居民用电,但目前尚不清楚何时实施。此外,他还指出,隶属于能源部的泰国电力局(EGAT)尚未降低隶属于内政部的曼谷电力局(MEA)和府级电力局(PEA)的电价。如果这种情况持续下去,这两个机构都将遭受损失,这可能会影响未来的电力扩张。
阿塔维奇先生进一步指出,根据国家企业政策办公室(SEPO)截至2026年8月31日向国库上缴的收入数据,省级电力局(PEA)上缴了160.11亿泰铢,首都电力局(MEA)上缴了51.04亿泰铢。两者合计仍不足以弥补政府现有的债务,赤字接近90亿泰铢。因此,在政府支出不断增加的情况下,政府必须紧急寻找创收途径来弥补缺口。能源部长必须尽快宣布提高数据中心的电价,并明确泰国国家电力局(EGAT)、省级电力局(PEA)和首都电力局(MEA)各自应承担的费用比例。
能源部的拖延会造成严重后果。不要犹豫,必须立即做出决定。两家电力公司已经不堪重负,电力成本的增加势必会影响它们的预算。