โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 9 อดีต ขรก.ตุลาการ国王下令撤销9名前司法官员的皇家勋章。
โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ "อดีตข้าราชการตุลาการ" 9 คน เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออก และให้ออกจากราชการ

วันนี้ (17 ก.ย.2569) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อดีตข้าราชการตุลาการ สังกัดศาลยุติธรรม จำนวน 9 ราย ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา เนื่องจากถูกลงโทษไล่ออก และให้ออกจากราชการ โดยคำสั่งอันถึงที่สุด ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ดังนี้
1.นายเลิศพงษ์ พุ่มนาวิน ตำแหน่งเลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 2 สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ และการไม่ถือปฏิบัตินั้นเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 77 (1) (3) และ (5) และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 อันเป็นวันที่สั่งพักราชการ ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
2.นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2553 มาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 และข้อ 43 โดยที่เป็นกรณีที่ผลการสอบสวนไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า นายสราวุธ ศิริภาณุรักษ์ กระทำผิดที่จะต้องถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่ามีมลทินหรือมัวหมอง ซึ่งหากให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 35 วรรคสอง (1) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา
3.นายปรเมษฐ์หรือนายคมสัน โตวิวัฒน์ ตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวส่อไปในทางทุจริต และไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 37 และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 อันเป็นวันที่มีคำสั่งให้พ้นจากราชการและพ้นจากตำแหน่ง ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา
4.นายชยกร ธนาวัชน์ หรือนายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา หรือนายชยกร สุวรรณโกตา ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเก็ตแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 77 (5) และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
5.นายอรรถพร เพชรแก้ว ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจการสั่งปล่อยชั่วคราวของข้าราชการตุลาการอื่น อันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 ข้อ 11 วรรคสอง และข้อ 37 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2566 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
6.นายชาญวุฒิ บุญญเขตโกศล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดน่าน สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา62 ประกอบระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ว่าด้วยรถราชการและค่าตอบแทนเหมาจ่ายแทนการจัดหารถประจำตำแหน่ง พ.ศ.2547 ข้อ 34 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จตุรถาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา
7.นายอนันต์ ธนาวัฒนากุล ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงดุลยพินิจของผู้พิพากษาอื่นในการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาพิพากษาคดี อันเป็นเหตุให้ข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรมและฐานไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 37 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
8.นายประดิษฐ์ อัครทวีทอง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการและไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 55 และมาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 และกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นมหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
9.นายณัฐจักรธร มีมากบาง ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดระนอง สังกัดศาลยุติธรรม กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ กระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ ไม่อุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ราชการ ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการและจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด และไม่ยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งไม่วางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของคนทั่วไป ตามมาตรา 58 มาตรา 60 วรรคสอง มาตรา 62 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 35 เห็นสมควรลงโทษให้ออกจากราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 76 (3) และมีคำสั่งลงโทษให้ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
ทั้งนี้ บุคคลทั้ง 9 ราย เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว
ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2569 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
รวบ “นายก อบต.หนองหมี” จ.ศรีสะเกษ ปมเรียกรับเงินค่าต่อสัญญา พนง.
พบจุดน้ำมันรั่วจากท่อพระราม 3 "ฐิติภัสร์" จี้ BPT-BFPL เร่งซ่อม
"วรศิษฎ์" นั่งหัวโต๊ะถก ก.กลาง เคาะวันบรรจุข้าราชการ สถ. รอบที่ 4
เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
今天(2026 年 9 月 17 日),皇家公报网站刊登了首相办公室关于撤销皇家勋章的公告。
陛下已恩准撤销9名前司法官员(隶属法院)所获各级皇家勋章,原因是他们因违反首相府关于请求撤销皇家勋章的条例(佛历2548年)第6条和第7条第(4)款的规定,被最终命令开除公职并免去政府职务。具体如下:
1. 泰国最高法院第二上诉法院秘书勒蓬·普姆纳文先生因在公务中贪污腐败,违反政府规章制度和传统以及司法人员的职业道德,犯有严重违纪行为。此种不遵守行为对政府造成了严重损害,并构成2000年《司法人员法》第77条第(1)、(3)和(5)款规定的严重不当行为。法院已下令自2021年2月8日起将其免职,并撤销其所获的白象勋章大十字勋章、泰国王冠勋章大十字勋章、白象勋章一级勋章、泰国王冠勋章一级勋章、白象勋章二级勋章和泰国王冠勋章二级勋章。
2. 最高法院法官萨拉武特·西里帕努拉克先生因未遵守政府规章、程序和传统以及司法人员的职业道德,违反了司法委员会根据《佛历2553年司法公务员法》第62条以及《司法人员道德守则》第1条和第43条所认定的轻微违纪行为。本案调查结果并未证实萨拉武特·西里帕努拉克先生犯有足以被解雇、免职或终止职务的罪行,但根据《佛历2553年司法公务员法》,认为他已蒙受污名或名誉受损,若允许其继续在政府部门任职,将对政府造成损害。根据第2543号法令第35条第2款第(1)项,并下令自2021年6月7日起将其免职,同时撤销其所获的皇家勋章,包括白象勋章大十字勋章、泰王勋章大十字勋章、一级白象勋章、一级泰王勋章、二级白象勋章、二级泰王勋章、三级白象勋章、三级泰王勋章、四级白象勋章以及皇帝勋章。
3. 帕拉梅特先生(或科姆桑·托维瓦特先生),司法机构第一区刑事法院(负责腐败和不当行为案件)首席法官,因干预其他司法人员的案件审理,导致其判决缺乏独立性和公正性,构成严重违纪行为。此行为表明其存在腐败行为,且未能遵守司法委员会根据《2000年司法人员法》第62条和第66条以及《司法人员道德守则》第37条所规定的司法机构规章、程序和道德标准。他被勒令自2021年10月1日起解除职务。兹撤销其所获勋章——白象勋章大十字勋章、泰王勋章大十字勋章、一级白象勋章、一级泰王勋章、二级白象勋章、二级泰王勋章和三级白象勋章。同时撤销其三级泰王勋章、四级白象勋章和皇帝勋章。
4. 普吉府法院少年及家庭法庭法官 Chayakon Thanawat 先生或 Wichthamanut Suwannakota 先生或 Chayakon Suwannakota 先生,根据 2000 年司法公务员法第 77 (5) 条,犯有严重不当行为的严重违纪行为,并于 2022 年 5 月 23 日被下令将其从政府部门除名,并撤销其所获的泰国皇家勋章一级、一级、二级、二级和二级勋章。
5. 宋卡府法院法官阿塔蓬·佩特凯先生(Atthaporn Phetkaew)犯有严重违纪行为,其行为包括:未尽职尽责地履行职责,损害政府利益,不遵守政府规章制度和传统以及司法委员会确定的司法人员职业道德规范,干涉或妨碍其他司法人员酌情决定暂时释放其他司法人员,导致其他司法人员对案件的审理和判决缺乏独立性和公正性。上述行为违反了2000年《司法人员法》第57条第1款、第62条和第66条,以及《司法人员职业道德守则》第1条、第11条第2款和第37条的规定。根据2000年《司法人员法》第76条第(3)款的规定,应将其开除公职,并责令对其进行处罚。自 2023 年 1 月 19 日起解除其政府职务,并撤销其所获的泰国王冠一级勋章、白象二级勋章和泰国王冠二级勋章。
6. 南府法院首席法官Chanwut Bunyakhetkosol先生违反了2000年《司法公务员法》第62条以及2004年《司法行政委员会关于公务车辆及一次性补偿金替代公务车辆的规定》第34条,构成严重违纪行为。根据2000年《司法公务员法》第76条第(3)款,认为应予以开除处分,并已下令自2023年1月24日起将其开除。其所获皇家勋章将被收回:泰国王冠一级勋章、白象一级勋章、泰国王冠二级勋章、白象二级勋章、泰国王冠三级勋章、泰国王冠四级勋章以及皇帝勋章。
7. 拉廊府法院首席法官阿南·塔纳瓦特纳库尔先生(Anan Thanawatnakul)犯有严重违纪行为,理由是其干预或妨碍其他法官在审理和判决保释申请时行使自由裁量权,而该裁量权被视为案件审理和判决的一部分,导致其他司法人员缺乏独立性和公正性;此外,他还违反了政府的规章制度和传统,以及司法委员会根据2000年《司法公务员法》第62条和第66条以及《司法人员道德守则》第37条所确定的司法人员道德规范。根据2000年《司法公务员法》第76条第(3)款,应予以开除处分,并下令自2024年2月29日起将其开除。此外,还应授予其皇家勋章大十字勋章。白象勋章、泰国皇冠勋章大十字勋章、白象勋章一级勋章、泰国皇冠勋章一级勋章、白象勋章二级勋章和泰国皇冠勋章二级勋章将被收回。
8. 穆达汉省法院首席法官普拉迪特·阿克拉塔维通先生(Pradit Akrathawithong)违反司法部门相关规定,构成严重违纪行为。他未尽职尽责地履行公务,未将时间投入公共服务,也未遵守司法委员会根据《2000年司法公务员法》第55条和第62条以及《司法公务员道德守则》第35条制定的司法规章、程序和道德标准。此外,他还因从事有损其公职荣誉的行为,并进一步无视司法委员会根据《2000年司法公务员法》制定的司法规章、程序和道德标准,构成严重违纪行为。根据2000年第2543号法令第60条第2款和第62条,并结合《司法公务员道德守则》第35条,已下令将其免职,自2024年5月31日起生效,并撤销其玛哈·瓦吉拉蒙库特皇家勋章、一级白象勋章、一级泰国皇冠勋章、二级白象勋章和二级泰国皇冠勋章。
9. 拉廊府初审法院首席法官纳塔查克通·米马克邦先生(Natthachakthorn Meemakbang)犯有严重违纪行为,理由是其未尽职尽责地服务公众,放弃或疏忽其公务,从事任何可能损害其公职荣誉的行为,未能勤勉尽责地履行公务,未遵守政府规章制度和传统以及司法委员会制定的司法人员职业道德规范,未能维护法官的良好职业道德和传统,且其行为未能赢得公众的信任和尊重。根据2000年《司法人员法》第58条、第60条第二款、第62条和第64条以及《司法人员道德守则》第35条的规定,现认为应根据《司法人员法》的规定,将其免职处分。根据2000年《官员法》第76(3)条,对其处以开除公职的处罚,自2025年2月6日起生效,并撤销其一级白象勋章、一级泰国皇冠勋章、二级白象勋章和二级泰国皇冠勋章。
根据首相办公室的相关公告,这九个人的名字已从皇家勋章获得者名单中移除。
于2026年9月14日宣布。由总理阿努廷·查恩维拉库尔签署。
泰国四色菊府农密镇行政组织市长因涉嫌索要贿赂以换取员工续约合同而被捕。
拉玛三世路的一条输油管道发现漏油。Thitipass敦促BPT和BFPL加快维修速度。
沃拉西特主持中央政府会议,最终确定国家统计局第四轮公务员招聘日期。
撤销皇家勋章。