ดีลภาษี “ไทย-สหรัฐฯ” จบแล้ว “อนุทิน” จ่อทวงสัญญา “ทรัมป์”“泰美”关税协议已最终敲定;阿努廷正准备要求特朗普履行其承诺。
“อนุทิน” จ่อทวงสัญญา ทรัมป์ คิดภาษีพิเศษทำตามแถลงการณ์ร่วม ด้าน “ศุภจี” เผย “อนุทิน-ทรัมป์” ยังไม่มีกำหนดหารือภาษีกันตามที่เป็นข่าว

# นายอนุทิน ชาญวีรกูล
# นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
# ประธานาธิบดีทรัมป์
# การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ
# ความคืบหน้าการเจรจา ART
# ภาษีการค้าไทย-สหรัฐ
# การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
# การค้าระหว่างประเทศ
# ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ
# รายละเอียดความตกลง ART
# ดุลการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ
# อัตราภาษีสินค้าไทย
# การป้องกันอัตราภาษีสูง
# การพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน
ทำไม Stablecoin ถึงเป็นธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในโลกการเงิน | Digital Frontiers EP.76
การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ใกล้ได้ข้อยุติ โดยเหลือเพียงการปรับแก้ถ้อยคำและรายละเอียดบางส่วนในร่างความตกลง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมหารือรายละเอียดกับ รมว.พาณิชย์ ในวันที่ 18 ก.ย. เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการเจรจาระดับผู้นำกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เป้าหมายหลักของไทยคือการรักษาอัตราภาษีนำเข้าให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 19% เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ไม่ให้เสียเปรียบประเทศคู่แข่ง
ทีมไทยแลนด์ยังคงเดินหน้าเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งสรุปรายละเอียดก่อนมาตรการภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้
ภารกิจหลักของนายกรัฐมนตรีในการเดินทางไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21–27 ก.ย. คือการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก
“เอกนิติ” พร้อมชง ครม. 22 ก.ย. ต่ออายุ “ไทยช่วยไทย พลัส” เติมเงินบัตรสวัสดิการเพิ่มให้ด้วย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงผลการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ รายงานว่าเรื่องหลักการหารือกันจะถึงข้อสุดท้ายแล้ว หารือกันเกือบทั้งหมดแล้วเหลืออยู่นิดหนึ่ง และพยายามจะให้ระดับผู้นำของสองประเทศได้พูดคุยกัน โดยวันที่ 18 ก.ย. ตนจะหารือกับนางศุภจีในรายละเอียด ทั้งนี้ ผลการเจรจาถือว่าเป็นไปในแนวทางที่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต่อสายหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้รับการรายงานรายละเอียดการพูดคุยมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอยู่ในจังหวะที่ผู้แทนการค้าทั้งสองฝ่าย พร้อมที่จะให้มีการต่อสายพูดคุยในประเด็นสุดท้าย ถ้าได้มีโอกาสคุยก็จะขอประธานาธิบดีทรัมป์ ในเรื่องที่ท่านบอกว่าประเทศไทยเราปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เรื่องการเก็บกวาดทุ่นระเบิดและปราบสแกมเมอร์ เราทำตามหมดเลยทุกอย่าง จำได้ไหม ที่ประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าจะพิจารณาอัตราภาษีให้เป็นพิเศษ ก็จะถามว่าไทยจะได้ตรงนี้หรือไม่
ด้านนางศุภจี กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐ (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกำหนดการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ จากเดิมที่คาดว่าจะมีการหารือในวันที่ 17 หรือ 18 ก.ย. 69
ทั้งนี้ แนวทางของฝ่ายไทยต้องการให้การเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่ รวมถึงรายละเอียดของความตกลง ART มีความชัดเจนมากที่สุดก่อน เพื่อจัดทำข้อมูลและข้อเสนอสำหรับนำไปหารือในระดับผู้นำ โดยขณะนี้ “ทีมไทยแลนด์” ยังคงเดินหน้าเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านการหารือระดับเจ้าหน้าที่ และระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
สำหรับการเดินทางของนายกรัฐมนตรี และคณะไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21–27 ก.ย. 69 ภารกิจหลักคือการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ในฐานะผู้แทนประเทศไทย เพื่อกล่าวถ้อยแถลง และเข้าร่วมภารกิจในเวทีระหว่างประเทศ ส่วนการหารือนอกรอบกับผู้นำสหรัฐฯ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการ
นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจา ART มีความคืบหน้าอย่างมาก และเข้าสู่ช่วงท้ายของการหารือแล้ว โดยประเด็นสำคัญส่วนใหญ่มีความชัดเจน เหลือเพียงการปรับแก้ถ้อยคำในร่างความตกลง และรายละเอียดบางส่วนที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งทีมเจรจายังคงเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โจทย์สำคัญของไทยคือการเร่งสรุปรายละเอียด ART ให้ได้ก่อนที่กระบวนการภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ จะเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านภาษีและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยไทยต้องการให้อัตราภาษีอยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน และไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค หรือไม่เกิน 19%
ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ จะไม่ทำการค้ากับประเทศที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯนั้น เป็นเรื่องที่สหรัฐฯตั้งใจอยู่แล้ว เพื่อปรับโครงสร้างดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง ทำให้การเจรจา ART มีความสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย ขณะที่ไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้อัตราภาษีของไทยสูงกว่าคู่แข่งจนส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการลงทุน
“เป้าหมายของไทยในการเจรจา ART คือพยายามรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 19% และต้องไม่ทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพราะหากไทยมีอัตราภาษีสูงกว่าคู่แข่งมาก จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ”
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# 阿努廷·查恩维拉库尔先生
# 苏帕吉·苏塔姆潘女士
# 特朗普总统
# 泰国与美国就互惠贸易协定进行谈判。
# ART谈判进展
# 泰美贸易关税
# 联合国大会
国际贸易
美国贸易代表
# ART协议详情
# 泰国与美国之间的贸易平衡
# 泰国产品税率
# 防范高税收
# 培养竞争力
为什么稳定币是金融界最明智的商业模式 | 数字前沿 第76期
泰国和美国之间的互惠贸易协定(ART)谈判已接近尾声,仅剩对协定草案的措辞和细节进行一些细微调整。
总理阿努廷·查恩维拉库尔计划于9月18日与商务部长讨论细节,为与美国总统唐纳德·特朗普的高级别谈判准备信息。
泰国的主要目标是将进口关税控制在 19% 以内,以保持泰国产品在美国市场的竞争力,避免与竞争对手相比处于劣势。
泰国代表团继续与美国贸易代表办公室 (USTR) 进行谈判,以最终确定细节,然后根据美国第 301 条款采取的措施才会生效。
总理于9月21日至27日访问美国期间的主要任务是出席在纽约举行的联合国大会。
埃克尼蒂准备于9月22日向内阁提议延长“泰人互助加强版”计划,包括向福利卡增加资金。
泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔公布了泰美互惠贸易协定谈判的最新进展。他表示,副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘报告称,谈判的主要原则已接近尾声,几乎所有方面都已讨论完毕,仅剩一些细节需要敲定。目前,双方正在努力促成两国领导人层面的磋商。阿努廷总理将于9月18日与苏帕吉副总理举行详细会谈。总体而言,谈判进展顺利。
当记者问及他是否会联系美国总统特朗普进行磋商时,阿努廷先生表示,他自上周以来就已了解相关对话的细节,现在正是双方贸易代表进行最终通话的合适时机。如果有机会,他会询问特朗普总统泰国在遵守泰柬关于排雷和打击诈骗的联合声明方面的情况。他回顾说,泰国已遵照所有指示行事,并询问特朗普总统是否会考虑给予泰国特别关税。
关于泰美互惠贸易协定(ART)的谈判进展,苏帕吉女士表示,此前预计于2026年9月17日或18日举行的泰国总理阿努廷·查恩维拉库尔与美国总统唐纳德·特朗普的会晤日程尚未得到官方确认。
泰国的策略是首先在官方层面明确ART协议的细节,以便为领导层层面的讨论准备信息和建议。目前,“泰国团队”正通过官方会晤和视频会议的方式继续与美国贸易代表办公室(USTR)进行谈判。
2026年9月21日至27日,泰国总理及其代表团访问美国,主要任务是作为泰国代表出席在纽约举行的联合国大会,并发表声明和参加国际论坛。目前尚未安排与美国领导人进行非正式会谈。
苏帕吉女士表示,泰国贸易协定(ART)谈判已取得显著进展,目前正进入最后阶段。大多数关键问题已明确,仅需对协议草案措辞进行细微调整,部分细节仍需讨论以达成最终协议。谈判团队正为此不懈努力。泰国的关键任务是在美国301条款程序进入下一阶段之前敲定ART的细节,以降低关税风险,并保持泰国产品在美国市场的竞争力。泰国希望关税税率保持在此前讨论的范围内,且不高于该地区其他竞争国家的税率,或不超过19%。
关于美国避免与对美贸易顺差国进行贸易的意图,这是美国为调整与贸易伙伴的贸易平衡而制定的计划。泰国是与美国贸易顺差较大的国家之一,因此,贸易协定(ART)谈判对双方都至关重要。与此同时,泰国希望保持其依赖美国市场的出口商和制造商的竞争力,尤其希望避免泰国关税高于竞争对手,以免影响订单和投资。
“泰国在ART谈判中的目标是努力将关税税率维持在之前商定的19%的范围内,并确保泰国产品与该地区的竞争对手相比不会处于劣势。如果泰国的关税远高于其竞争对手,将影响泰国出口商的竞争力,并加大依赖美国市场的制造业的压力。”
《泰叻报》编辑部。