สศช.จัดเวทีใหญ่แผนชาติฉบับ 14 ชู 5 เสาหลักซ่อมเสริมรากฐานประเทศรับอนาคต国家经济和社会发展委员会(NESDC)组织了一场关于第14个国家计划的重要论坛,重点介绍了加强国家未来基础的五大支柱。
สภาพัฒน์จัดเวทีใหญ่ 30 ก.ย. นี้ ชูแนวคิด “เปลี่ยนไทย ให้ไปไกลกว่าเดิม” ยกระดับประเทศผ่าน 5 เสาหลัก มุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ ปฏิรูปภาครัฐ พัฒนาคน และสิ่งแวดล้อม พร้อมรับมือความท้าทายโลก

# สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
# เปลี่ยนไทย ให้ไปไกลกว่าเดิม
# แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
# การบริหารจัดการทรัพยากร
# เศรษฐกิจและสังคมไทย
# การพัฒนาอย่างยั่งยืน
# การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทำไม Stablecoin ถึงเป็นธุรกิจที่ฉลาดที่สุดในโลกการเงิน | Digital Frontiers EP.76
สศช. เตรียมจัดงานสัมมนา 'Thailand’s Next Agenda' ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ก่อนประกาศใช้จริงในปี 2571
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภาพและการแข่งขัน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสัมมนา
กลยุทธ์หลักประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ การพลิกโฉมเศรษฐกิจ, การปฏิรูปภาครัฐ, การยกระดับทุนมนุษย์, การจัดการทรัพยากรยั่งยืน และการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรม
สศช. ระบุความท้าทายสำคัญ 3 ประการ คือ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำ, ความผันผวนจากปัจจัยภายนอก และการนำแผนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลจริง
เป้าหมายสำคัญของแผนคือการสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายและลดอุปสรรคจากภาครัฐเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
การบินไทยโฉมใหม่ฐานะสุดแกร่ง
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 ก.ย. นี้ สศช. เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ประจำปีภายใต้ชื่องาน “เปลี่ยนไทย ให้ไปไกลกว่าเดิม” (Thailand’s Next Agenda) ณ ศูนย์ประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนจัดทำแผนฉบับสมบูรณ์ เพื่อประกาศใช้ในปี 2571 โดยงานนี้จะมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเข้าร่วม
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 แล้ว โดยสาระสำคัญมุ่งเน้นการเป็นแผนที่นำไปสู่การปฏิบัติได้จริง มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจขยายตัวสูงขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน สร้างภูมิคุ้มกันรองรับการเปลี่ยนแปลง ภายใต้ธีม “การเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการซ่อมและเสริมรากฐานให้มั่นคง ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมและโอกาสสำหรับอนาคต”
แผนฉบับนี้มีหลักคิดนำทาง 4 ประการ ได้แก่ 1. ยกระดับผลิตภาพประเทศ 2. สร้างประโยชน์อย่างทั่วถึง 3. เสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว และ 4. สร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการขับเคลื่อนจะให้ความสำคัญกับการสร้างเป้าหมายร่วม แนวร่วม และระบบติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ ผ่าน 5 เสาหลักในการพัฒนา ดังนี้
เสาหลักที่ 1 การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจ: มุ่งยกระดับการผลิตเดิม (เกษตร อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว) ควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (เทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์สมัยใหม่ บริการสุขภาพ) ส่งเสริม R&D และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายลดขนาดเศรษฐกิจนอกระบบ พัฒนา SMEs อัจฉริยะให้เข้าถึงแหล่งทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิต พร้อมรักษาเสถียรภาพทางการคลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space)
เสาหลักที่ 2 การปฏิรูปภาครัฐ ทบทวนโครงสร้างและรูปแบบการบริหารภาครัฐให้มีขนาดเหมาะสม คล่องตัว ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับปรุงกฎหมาย โดยเร่งกิโยตินกฎหมาย ปรับปรุงระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับพลวัตของโลกธุรกิจยุคใหม่ เพื่อไม่ให้รัฐเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน ที่สำคัญที่สุดคือการยกระดับกลไกป้องกัน เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในทุกระดับอย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ
เสาหลักที่ 3 การยกระดับทุนมนุษย์: มุ่งรักษาอัตราการเกิด ดึงศักยภาพประชากรกลุ่มที่ยังใช้ไม่เต็มที่ บริหารจัดการแรงงานต่างชาติทักษะสูง ปรับรูปแบบการศึกษาเป็นการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และกระจายอำนาจ พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านแรงงาน ควบคู่กับการออกแบบสวัสดิการที่เอื้อต่อการเพิ่มผลิตภาพและส่งเสริมระบบสุขภาพเชิงป้องกัน
เสาหลักที่ 4 การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน: เร่งบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหา PM 2.5 จัดการขยะ และใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยพลังงานสะอาด และพัฒนาระบบบริหารจัดการภัยพิบัติแบบบูรณาการ
เสาหลักที่ 5 การถ่ายทอดและลงทุนในวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมายที่ตอบโจทย์ภาคการผลิตและบริการของประเทศ รัฐจะสร้างระบบนิเวศทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เอื้ออำนวย เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนด้าน R&D มากขึ้น รวมไปถึงการผลักดันให้นำผลงานวิจัยจากหิ้งไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง พร้อมปรับปรุงระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้คุ้มครองผู้คิดค้นได้อย่างรัดกุม
อย่างไรก็ตาม สศช. ได้สรุป ความท้าทายหลัก 3 ประการ ในการขับเคลื่อนแผนฯ 14 ได้แก่ 1. ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างสะสมที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำ (การลงทุนต่ำ ขาด R&D ภาระหนี้สูง) 2. ความผันผวนจากภายนอก ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคมสูงวัย 3. การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งต้องออกแบบกลไกขับเคลื่อนและติดตามผลที่เชื่อมโยงถึงระดับปฏิบัติจริง เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดในอดีต
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
国家经济和社会发展委员会
# 让泰国转型升级,迈向前所未有的高度。
国家经济和社会发展计划
# 资源管理
# 泰国经济与社会
# 可持续发展
#气候变化
为什么稳定币是金融界最明智的商业模式 | 数字前沿 第76期
国家经济和社会发展委员会(NESDC)正准备于9月30日举办题为“泰国下一个议程”的研讨会,以收集对第14个国家发展计划草案的反馈意见,该计划将于2028年正式实施。
第十四个国家发展计划着重提高生产力和竞争力,总理阿努廷·查恩维拉库尔主持了研讨会。
核心战略包括五大支柱:经济转型、公共部门改革、人力资本提升、可持续资源管理以及对研发和创新的投资。
国家经济和社会发展委员会(NESDC)确定了三个主要挑战:阻碍经济增长的结构性限制、外部因素造成的波动以及将经济计划有效转化为切实成果的挑战。
该计划的一个关键目标是创造包容性和可持续的经济增长,同时完善法律并减少政府壁垒,以增强竞争力。
焕然一新的泰国航空处于强劲地位。
国家经济和社会发展委员会(NESDC)秘书长达努查·皮查亚努特先生透露,NESDC将于9月30日在蒙通他尼IMPACT会议中心举办以“泰国未来发展议程”为主题的年度大型研讨会。研讨会将介绍第十四个国家经济和社会发展计划(2028-2032年)的框架,并在最终确定计划于2028年实施前收集各界意见。总理阿努廷·查恩维拉库尔将主持开幕式,内阁成员也将出席。
此前,内阁已批准了第十四个国家经济和社会发展计划的框架。该计划的关键方面侧重于实际执行,旨在实现高水平、包容性和可持续的经济增长,并增强应对变化的能力,其主题是“通过修复和加强基础来提高生产力和竞争力,同时为未来创造准备和机遇”。
该计划以四项核心原则为指导:1. 提高国家生产力;2. 创造包容性利益;3. 增强适应能力;4. 建设经济、社会和环境韧性。其实施将着重于通过五大发展支柱,建立共同目标、联盟以及有效的监测和评估体系:
支柱一:转型经济结构:重点在于升级传统生产方式(农业、工业、旅游业),同时打造新的经济引擎(先进技术、现代汽车、医疗卫生服务),促进研发和数字基础设施建设。此外,该支柱还旨在缩小非正规经济规模,扶持智能型中小企业获取资金、连接供应链,并保持财政稳定以扩大财政空间。
第二大支柱是公共部门改革。这包括审查公共行政的结构和模式,以达到适当的规模、灵活性,并遵循良好的治理原则。改革内容包括完善法律,特别是加快法律改革,简化规章制度和程序,使其与现代商业世界的动态相适应,确保政府不会阻碍竞争力。最重要的是,改革涉及果断有效地加强各级反腐败的预防、监督、调查和打击机制。
第三支柱,增强人力资本:重点在于维持出生率,发挥未充分利用的人口群体的潜力,管理高技能外国工人,将教育转变为跨学科学习和权力下放,开发数字劳动力平台,并设计提高生产力和促进预防性卫生系统的福利计划。
第四支柱:可持续资源与环境管理:加快水资源管理,解决PM2.5问题,管理废物,并利用经济机制进行生态系统恢复。做好应对气候变化的准备,努力建设清洁能源低碳社会,并建立综合灾害管理体系。
第五大支柱“研究、技术和创新领域的转移与投资”强调投资于满足国家生产和服务业需求的定向技术研发。政府将营造有利于科技创新发展的生态系统,激励加大研发投入,包括促进科研成果商业化,完善知识产权制度,为发明人提供更强有力的保护。
然而,国家经济和社会发展委员会(NESDC)总结了推进第十四个国家经济和社会发展计划的三大挑战:1. 累积的结构性制约因素导致经济增长缓慢(投资不足、研发投入不足、债务负担沉重);2. 外部环境的波动,包括地缘政治、技术和人口老龄化;3. 计划的实施,需要设计与实际层面相关的机制来推动和监测成果,以克服过去的局限性。
《泰叻报》编辑部。