“พิชัย” ชี้ Data Center โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ AI ไฟฟ้า-น้ำ-บุคลากรต้องพร้อม皮查伊指出,数据中心是人工智能的关键基础设施,需要在电力、水和人员方面做好准备。
“พิชัย” แนะการแข่งขัน AI โลกเดือด ไทยต้องไม่ตกขบวน มอง “Data Center” โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ย้ำไฟฟ้า-น้ำ-บุคลากรต้องพร้อม ชี้ ธุรกิจต่อเนื่อง AI-GPU-Robotics สร้างงานทักษะสูง-รายได้ใหม่มหาศาล

“พิชัย” แนะการแข่งขัน AI โลกเดือด ไทยต้องไม่ตกขบวน มอง “Data Center” โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ย้ำไฟฟ้า-น้ำ-บุคลากรต้องพร้อม ชี้ ธุรกิจต่อเนื่อง AI-GPU-Robotics สร้างงานทักษะสูง-รายได้ใหม่มหาศาล
วันที่ 18 กันยายน 2569 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การแข่งขันด้าน AI ของโลกกำลังทวีความรุนแรง ประเทศต่างๆ เร่งพัฒนา Data Center ชิป ระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ไทยจึงต้องเร่งวางระบบให้พร้อม เพื่อไม่ให้ตกขบวนการแข่งขันด้านเทคโนโลยี และเปลี่ยนการลงทุนด้านดิจิทัลให้เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
นายพิชัย กล่าวต่อไปว่า Data Center ไม่ใช่เพียงศูนย์เก็บข้อมูล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ AI หากไทยต้องการพัฒนา AI อย่างจริงจัง จำเป็นต้องมี Data Center ระบบ Cloud, GPU และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เพียงพอ เพื่อรองรับทั้งการวิจัย การฝึกโมเดล และการใช้งานในระดับอุตสาหกรรม ไทยจึงควรเปิดรับการลงทุน Data Center แต่ต้องออกแบบให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ ทั้งการพัฒนา AI, Cloud, GPU และ Robotics รวมถึงการสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์เครือข่าย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของ AI และ Data Center จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ไทยจึงต้องเตรียมกำลังผลิตและระบบไฟฟ้าให้เพียงพอ มีเสถียรภาพ และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ พร้อมพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับแนวโน้มของบริษัทเทคโนโลยีและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากไฟฟ้าแล้ว น้ำก็เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Data Center เนื่องจากระบบทำความเย็นบางรูปแบบจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก ไทยจึงควรวางแผนบริหารจัดการน้ำควบคู่ไปกับการพัฒนา Data Center ทั้งการเพิ่มศักยภาพระบบเก็บกักน้ำ พัฒนาแหล่งน้ำ และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ โดยต้องบริหารต้นทุนและทรัพยากรอย่างเหมาะสม ไม่ให้ภาระตกกับประชาชนและธุรกิจทั่วไป
แม้ Data Center โดยตรงอาจใช้บุคลากรไม่มาก แต่จะก่อให้เกิดการจ้างงานและธุรกิจต่อเนื่องในหลายสาขา ทั้ง AI, GPU, Cloud, Robotics วิศวกรรม ซอฟต์แวร์ การผลิตอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบบริหารจัดการน้ำ และบริการด้านเทคโนโลยี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะสูง ดังนั้น การประเมินผลของ Data Center ไม่ควรมองเฉพาะจำนวนพนักงานภายในศูนย์ข้อมูล แต่ต้องพิจารณาถึงการจ้างงานและธุรกิจที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่เศรษฐกิจ รวมถึงการลงทุนด้านไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยยกระดับความสามารถของประเทศ นอกจากนี้ ไทยต้องเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย วิศวกร และคนรุ่นใหม่เข้าถึง GPU, Cloud และเครื่องมือ AI ผ่านมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย และความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อให้สามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำวิจัย และสร้างธุรกิจใหม่ได้จริง
อดีต รมว.พาณิชย์ เผยต่อไปว่า ไทยควรใช้การลงทุน Data Center เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้าง Supply Chain ภายในประเทศ โดยเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิป แผงวงจรพิมพ์ ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น อุปกรณ์เครือข่าย ซอฟต์แวร์ และระบบบริหารจัดการน้ำ รวมถึงธุรกิจด้านพลังงานและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในปี 2567 ขณะที่ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตนเคยมีส่วนในการชักชวนนักลงทุนด้านแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCBs และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยอุตสาหกรรมดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกไทย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยปีที่ผ่านมา การส่งออกไทยขยายตัว 12.9% ขณะที่การส่งออกตั้งแต่ต้นปีนี้ขยายตัว 18.93% และแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
“ผมอยากเห็นการลงทุนใน Data Center และ AI เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะ Data Center จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรม AI, Cloud, GPU, Robotics และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หากไทยสามารถเชื่อมโยงการลงทุนด้านเทคโนโลยี ไฟฟ้า น้ำ และบุคลากรเข้าด้วยกัน ก็จะช่วยสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศได้”
ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงว่า Data Center จะจ้างงานโดยตรงมากหรือน้อย แต่คือไทยจะสามารถใช้การลงทุนดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างระบบนิเวศ AI และ Supply Chain ภายในประเทศได้มากเพียงใด ไทยควรรับการลงทุน Data Center แต่ต้องเปลี่ยนการลงทุนให้เป็นความสามารถของประเทศ ทั้งการพัฒนา AI และ GPU การสร้าง Supply Chain การผลิตอุปกรณ์ในประเทศ การพัฒนาระบบไฟฟ้าและน้ำ การพัฒนาบุคลากร และการเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยี เป้าหมายไม่ใช่เพียงการมี Data Center อยู่ในประเทศ แต่ต้องทำให้เกิด AI Ecosystem ที่สร้างธุรกิจใหม่ งานทักษะสูง และรายได้ให้คนไทยในระยะยาว.
皮查伊建议泰国不应在竞争激烈的全球人工智能市场中落后。他强调数据中心作为关键基础设施的重要性,并着重指出充足的电力、水资源和熟练人才至关重要。他还指出,人工智能、GPU和机器人等相关产业将创造高技能就业岗位,并带来巨额新收入。
2026年9月18日,泰国前商务部长皮猜·纳里普塔潘先生表示,人工智能领域的全球竞争日趋激烈。各国都在加速发展数据中心、芯片、云系统和能源基础设施,以满足大数据处理的需求。因此,泰国必须尽快建立自己的系统,以免在技术竞争中落后,并将数字投资转化为国家新的经济支柱。
皮查伊先生进一步指出,数据中心不仅仅是数据存储设施,更是人工智能经济的关键基础设施。如果泰国想要认真发展人工智能,就需要充足的数据中心、云系统、GPU以及数字基础设施来支持研究、模型训练和工业级应用。因此,泰国应该大力投资数据中心,但其设计必须有利于泰国在人工智能、云计算、GPU和机器人技术发展方面的利益,并建立涵盖电力、冷却系统、网络设备、电子元件、软件及相关技术的国内供应链,从而促进相关产业发展,并为泰国创造附加值。
与此同时,人工智能和数据中心的扩张将显著增加电力需求。因此,泰国必须准备充足、稳定且经济高效的发电能力和电力系统,并发展电网以支持数据中心在各个领域的能源使用。此外,泰国还必须加快提高清洁能源的比例,以确保投资与科技公司的发展趋势和环境目标保持一致。除了电力之外,水也是数据中心的关键基础设施,因为一些冷却系统需要大量的水。因此,泰国应在数据中心发展的同时规划水资源管理,包括提高蓄水能力、开发水源和循环利用水资源,同时合理管理成本和资源,避免给公众和企业造成负担。
虽然数据中心本身可能不直接雇用大量员工,但它们却能带动人工智能、GPU、云计算、机器人、工程、软件、制造、电力系统、冷却系统、水资源管理和技术服务等诸多领域的就业和相关产业发展。这些工作大多需要高技能。因此,评估数据中心不应仅仅关注数据中心内部的员工数量,还必须考虑其在整个经济链中创造的就业机会和相关产业,以及对电力、水资源和基础设施的投资,这些投资能够提升国家的整体能力。此外,泰国必须通过大学、研究中心和私营部门的合作,为学生、研究人员、工程师和青年专业人士提供使用GPU、云计算和人工智能工具的机会,使他们能够开发软件、开展研究并创建新的企业。
这位前商务部长进一步透露,泰国应以数据中心投资为切入点,构建国内供应链,并将其与电子产业、芯片、印刷电路板(PCB)、电气系统、冷却系统、网络设备、软件和水管理系统以及相关的能源和技术企业连接起来。他还补充道,2024年,在他担任总理顾问期间,曾积极吸引PCB和电子行业的投资者来泰投资。这些行业对泰国出口增长做出了显著贡献,尤其是电子产品。去年,泰国出口增长了12.9%,而今年迄今为止的出口增长已达18.93%,其中电子产品是推动这一增长的关键因素。
“我希望看到泰国在数据中心和人工智能领域进行大量投资,因为数据中心将成为推动人工智能、云计算、GPU、机器人和先进电子产业进一步发展的基础设施。如果泰国能够将技术、电力、水资源和人力资源方面的投资整合起来,将有助于为国家打造新的经济基础。”
关键问题不仅在于数据中心能创造多少直接就业岗位,更在于泰国如何有效地利用这项投资,以此为起点,构建本土人工智能生态系统和供应链。泰国应该拥抱数据中心投资,但必须将这些投资转化为国家能力,包括人工智能和GPU的研发、建立本土供应链和设备制造体系、发展电力和水利系统、培养人力资源,以及让泰国民众能够接触到技术。目标不仅仅是在泰国境内建设数据中心,而是要创建一个人工智能生态系统,为泰国创造新的企业、高技能就业岗位和长期收入。