“ป้าดา-ป้าบัวไข” พบ ตร.ขอนแก่น คดีบุกรุกวัด “ปู่มหามุนี” หอบพวงหรีด ให้กำลังใจ“达阿姨和布阿凯阿姨”与孔敬警方会面,了解瓦普玛哈牟尼寺的擅闯案件,并献上花圈表示支持。
“ป้าดา-ป้าบัวไข” พบ ตร.ขอนแก่น รับทราบข้อหาคดีบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม ยันไม่มีอะไรน่ากังวล ทุกอย่างเป็นความจริง ขณะที่ “ปู่มหามุนี” หอบพวงหรีด เตรียมให้กำลังใจ

“ป้าดา-ป้าบัวไข” พบ ตร.ขอนแก่น รับทราบข้อหาคดีบุกรุกวัดป่าอดุลยาราม ยันไม่มีอะไรน่ากังวล ทุกอย่างเป็นความจริง ขณะที่ “ปู่มหามุนี” หอบพวงหรีด เตรียมให้กำลังใจ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” ทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกกรณีข้อพิพาทวัดป่าอดุลยาราม โดยมีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวนธานอส” อดีตที่ปรึกษาฝ่ายทายาท ตลอดจนทายาทนายเฮียงและทีมกฎหมาย ร่วมเดินทางมาด้วยรถตู้โตโยต้า ทันทีที่มาถึงสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าบันทึกภาพและทักทายสอบถามตามปกติ
ต่อมา มีนายชัยรัตน์ ยอดพรม หรือ “ปู่มหามุนี” อายุ 38 ปี เข้ามาให้กำลังใจ แต่ในช่วงดังกล่าวยังไม่ได้มอบดอกไม้ให้ป้าดา ก่อนป้าดาและผู้ร่วมเดินทางในรถตู้คันเดียวกันจะขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 4 ของโรงพักทันที
ปู่มหามุนี กล่าวว่า “วันนี้ผมสมมติเป็นทีมป้าดาเลย วันนี้มาเป็นทีมป้าดา” โดยระบุว่าครั้งก่อนเคยไปนำเสนอในฝั่งทนายอนันตชัย แต่ครั้งนี้ตั้งใจมาให้กำลังใจป้าดา เพื่อแสดงว่ายังมีคนมาอยู่เคียงข้าง
ปู่มหามุนี ยังระบุว่า ตั้งใจมาถามหลายประเด็นที่ยังคาใจ โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวถึงการแจ้งความผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนที่ลงนามเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือวัดและศาสนา ว่าจะดำเนินการในข้อหาใดและตามประมวลกฎหมายอาญามาตราใด พร้อมกล่าวว่าไม่ทราบว่า “อาจารย์จตุรงค์” จะเดินทางมาหรือไม่ ส่วนสิ่งที่นำมารอมอบให้ป้าดานั้น เจ้าตัวเรียกว่า “ดอกไม้จิงเกอร์เบล” โดยอธิบายว่าเป็นดอกไม้ที่นิยมมอบเพื่อแสดงความยินดีหรือให้กำลังใจ และเลือกซื้อจากร้านที่พบเนื่องจากเตรียมงานอย่างกระชั้นชิด พร้อมกล่าวถึงกรณีที่ได้ยินว่าป้าดาพูดถึงการ “เอาชีวิตเดิมพัน” ว่า “พวกเราทุกคนเนี่ยยังเป็นกำลังใจให้ป้าดาเหมือนเดิมนะครับ” และย้ำว่าจะสอบถามข้อสงสัยในฐานะประชาชน หาย้อนไปก่อนหน้านี้ ตนเองเคยมอบให้กับลุงพล ซึ่งเชื่อว่าทางที่ป้าดาจะไปสุดคือทัณฑสถาน
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อพิพาท ป้าดายืนยันและแสดงความมั่นใจว่ามีเพียงความจริงในฝั่งทายาทที่จะนำมาเปิดเผยและให้ปากคำกับตำรวจ ขณะที่ป้าบัวไข กล่าวว่า “ไม่มีอะไรน่ากังวล” พร้อมย้ำว่าทุกอย่างเป็นความจริงและต้องรอดูกันต่อไป
นายวรเดช เปิดเผยว่า วันนี้เตรียมเอกสารหลักฐานมาแจ้งความและลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น รวม 4 เรื่อง เกี่ยวกับวัด เจ้าอาวาส และข้อกล่าวอ้างเรื่องการจัดตั้งวัดโดยมิชอบ เพื่อเก็บเป็นหลักฐานสำหรับนำเรื่องขึ้นสู่ศาลและเปิดเผยให้สาธารณชนทราบข้อเท็จจริง โดยในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ นายวรเดช ระบุถึงเอกสารแต่งตั้งเจ้าอาวาส เอกสารแต่งตั้งสมณศักดิ์ ประกาศตั้งวัดและผังที่ตั้งวัด ซึ่งโต้แย้งเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของเอกสารและความถูกต้องของข้อมูล
ด้านการดำเนินคดี พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอน โดยในส่วนของป้าดาเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาร่วมกันบุกรุก ข่มขู่ให้ตกใจกลัว กรณีข่มขู่ว่าจะนำรถแบ็กโฮไปพังรั้ว อั้งยี่และซ่องโจร และความผิดตามมาตรา 112 ส่วนนางบัวไขเป็นคดีเกี่ยวกับการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินในการขอออกใบแทนโฉนด
ข้อพิพาทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา ซึ่งเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดจาก นายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามแล้ว
อย่างไรก็ตามขณะรายงานข่าว ผู้สื่อข่าวยังไม่ได้สัมภาษณ์ป้าดาและผู้ร่วมคณะอย่างเป็นทางการ โดยต้องรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องและดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนก่อน ป้าดาระบุว่าจะให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเสร็จสิ้นการพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
ต่อมา พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าคดีบุกรุกวัดป่าอดุลยารามว่า วันนี้นางชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” กับพวก พร้อมทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหาตามหมายเรียกทั้ง 8 คนมาครบ และมีนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าบัวไข” ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี เข้าพบด้วย รวมผู้ต้องหา 9 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำแล้ว ทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า ป้าดาได้รับแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 4 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไป อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข อั้งยี่ซ่องโจร ข่มขู่ผู้อื่นจนทำให้เกิดความกลัว และความผิดตามมาตรา 112 โดยผู้ที่ถูกแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงมี 3 คน คือ บุคคลเสื้อม่วงที่ปรากฏในคลิป ป้าเสื้อดำ และป้าดา ส่วนป้าบัวไขได้รับแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
สำหรับขั้นตอนดำเนินคดี พ.ต.อ.ยศวัจน์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบในวันนี้แล้ว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง จึงไม่มีการจับกุมและไม่มีการประกันตัว ขั้นตอนต่อไปจะรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนการสอบสวนภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนนัดหมายกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อนำตัวพร้อมสำนวนส่งพนักงานอัยการ
ส่วนการรักษาความปลอดภัยของวัด ตำรวจได้จัดตั้ง สปก.ส่วนหน้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเวรและมี อสตร. หรืออาสาตำรวจช่วยดูแล ซึ่งขณะนี้มีความเรียบร้อยดี
“达姨”和“布阿凯姨”前往孔敬府警方,承认擅闯帕阿杜利亚拉姆寺的指控。她们坚称没什么可担心的,一切都属实。与此同时,“摩诃牟尼爷爷”带着花圈前来慰问。
2026年9月18日上午9点30分,孔敬市警察局,香·皮姆斯里先生的继承人乔曼妮·诺伊詹女士(人称“达阿姨”)和香先生遗产的执行人布阿凯·索拉萨穆特女士(人称“凯阿姨”)应邀前来接受调查,此次会面与帕阿杜利亚拉姆寺的纠纷有关。陪同她们的是继承人的前顾问沃拉德·昌布先生(人称“瓦恩·塔诺斯叔叔”),以及香先生的其他继承人和他们的法律团队,他们乘坐一辆丰田面包车抵达。抵达后,大批记者聚集在现场拍照、打招呼,并像往常一样提出问题。
后来,38岁的查拉特·约德普罗姆先生(人称“马哈穆尼爷爷”)前来慰问,但他当时并没有给达阿姨送花。达阿姨和同车的其他乘客随即前往警察局四楼的会议室。
马哈穆尼爷爷说:“今天我假装是姑妈达团队的一员。今天我作为姑妈达团队的一员来到这里。”他表示,他之前曾表示支持阿南塔猜,但这次他特意前来鼓励姑妈达,并表明仍然有人支持她。
马哈穆尼爷爷还表示,他打算询问一些仍然困扰着他的问题,特别是关于据称对州长和一些批准寺庙及宗教援助的官员提起诉讼一事。他想知道将要提起哪些指控,以及依据刑法的哪一条款。他还说,他不知道“阿赞扎图隆”是否会出席。关于他带去送给达姨的花,他称之为“铃铛花”,并解释说这种花通常用来表达祝贺或鼓励,由于准备时间紧迫,他是在一家临时找到的商店购买的。对于达姨“拿自己的生命冒险”的说法,他说:“我们所有人都会像以往一样支持达姨。”他强调,他是以公民的身份提出这些问题,并回忆起之前他曾给波尔叔叔送花的情景,他认为达姨最终的归宿是教养院。
当记者就此事询问达姨时,她证实了此事,并表示相信只有继承人一方的真相才能被揭露并提交给警方。与此同时,布阿凯姨则表示“没什么好担心的”,重申一切都是真的,他们只能拭目以待。
沃拉德先生透露,他今天已准备好文件和证据,准备向孔敬市警察局的调查人员提交一份关于寺庙、住持以及寺庙非法设立指控的四项事宜的报案。这些证据将用于将案件提交法院,并向公众披露事实真相。在之前的采访中,沃拉德先生曾提及有关住持任命、教职人员任命、寺庙成立公告以及寺庙选址规划的文件,但他对这些文件的合法性和信息的准确性提出质疑。
关于法律程序,孔敬市警察局局长约萨瓦·凯苏布塔尼尼警上校透露,调查人员将讯问嫌疑人并正式提出指控。达姨涉嫌非法侵入、恐吓、威胁使用挖掘机破坏围栏、参与犯罪团伙以及违反第112条。布阿凯女士被控向土地官员作虚假陈述以获取新的土地所有权证。
争议涉及位于孔敬府直辖县奈孟街道坎拉帕普鲁克路、地契编号为61945、面积为21莱3岸61平方哇的土地,该土地属于帕阿杜利亚拉姆寺。2026年9月16日,官员将地契上的所有权人姓名从香皮姆斯里先生变更为帕阿杜利亚拉姆寺。
然而,截至本报道发布时,记者尚未正式采访达阿姨及其同伴。这尚待调查人员对相关人员进行讯问并正式提起诉讼。达阿姨表示,她将在按传唤完成与调查人员的会面后再次接受采访。
随后,孔敬市警察局局长约萨瓦·凯苏布塔尼尼警上校透露了有关擅闯帕阿杜利亚拉姆寺案件的进展。他表示,今天,乔曼妮·诺伊昌女士(人称“达阿姨”)及其同伙,连同他们的律师,到场承认了指控。所有八名被传唤的嫌疑人均到场,其中包括香·皮姆斯里先生遗产的执行人布阿凯·索拉萨穆特女士(人称“布阿凯阿姨”),使嫌疑人总数达到九人。调查人员已对他们进行了讯问,所有人都否认了所有指控。
约萨瓦特警官表示,达姨共被控四项罪名:与两人或两人以上共同非法侵入他人财产,扰乱他人对该财产的和平占有;参与犯罪团伙;威胁他人致其恐惧;以及违反第112条。另有三人因涉嫌危害国家安全而被控违反第112条:视频中身穿紫色衬衫的人、身穿黑色衬衫的女子以及达姨。布阿凯姨则被控向官员作虚假报告。
关于法律程序,约萨瓦特警上校表示,调查人员今天已告知嫌疑人其享有的权利和所受指控。由于嫌疑人亲自到场认罪,因此没有逮捕或准予保释。下一步将在规定时间内收集证据并完成调查档案,之后将传唤嫌疑人并将档案提交给检察官。
关于寺庙的安全保障,警方已设立前线巡逻站,配备执勤警员和志愿警员协助安保工作。目前一切秩序井然。