อินโดนีเซียรับมอบเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกในประวัติศาสตร์ อดีตเรือรบอิตาลีอายุ 41 ปี印度尼西亚接收了其历史上第一艘航空母舰,这是一艘服役41年的意大利前军舰。
อินโดนีเซียรับมอบอดีตเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรืออิตาลี "จูเซปเป การิบัลดี" ซึ่งมีอายุ 41 ปี และเตรียมเข้าประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซียในชื่อใหม่ ท่ามกลางแผนปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย

อินโดนีเซียรับมอบอดีตเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรืออิตาลี "จูเซปเป การิบัลดี" ซึ่งมีอายุ 41 ปี และเตรียมเข้าประจำการในกองทัพเรืออินโดนีเซียในชื่อใหม่ ท่ามกลางแผนปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัย ขณะที่รัฐบาลย้ำว่าจะเน้นใช้เรือลำนี้สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ โดรน และภารกิจบรรเทาภัยพิบัติ แต่การจัดซื้อและปรับปรุงเรือกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าและค่าใช้จ่าย
อินโดนีเซียต้อนรับการเดินทางมาถึงของเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของประเทศ วันนี้ (18 ก.ย.) โดยเป็นอดีตเรือบรรทุกเครื่องบิน "จูเซปเป การิบัลดี" ของกองทัพเรืออิตาลี ซึ่งมีอายุ 41 ปี และเดินทางจากอิตาลีผ่านเมืองโคลัมโบของศรีลังกาและช่องแคบมะละกา ก่อนเข้าจอดที่ท่าเรือในกรุงจาการ์ตา
เรือลำนี้มีความยาว 180 เมตร สามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ได้สูงสุด 18 ลำ และเจ้าหน้าที่ได้สูงสุด 830 นาย โดยเดิมเข้าประจำการในกองทัพเรืออิตาลีตั้งแต่ปี 1985 ก่อนปลดประจำการในปี 2024
มูฮัมหมัด อาลี ผู้บัญชาการทหารเรืออินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เรือจะเปลี่ยนชื่อเป็นเรือรบ "KRI Sriwijaya" และจะเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยภารกิจหลักจะเน้นด้านที่ไม่ใช่การทหาร โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
อาลีกล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่เกิดภัยพิบัติขึ้นบ่อยครั้ง จึงจำเป็นต้องมีเรือหรือแพลตฟอร์มที่สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์จำนวนมาก เพื่อใช้ลำเลียงสิ่งของและความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ห่างไกลได้อย่างรวดเร็ว พร้อมระบุว่าสภาพของเรือยังอยู่ในระดับดี และคาดว่าจะสามารถใช้งานในกองทัพเรืออินโดนีเซียได้อีก 15-20 ปี
อิตาลีตกลงส่งมอบเรือจูเซปเป การิบัลดี ให้อินโดนีเซียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยายความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างสองประเทศ ขณะที่อิตาลีกำลังมองหาโอกาสทำข้อตกลงด้านเรือดำน้ำและเครื่องบินกับอินโดนีเซีย
การรับมอบเรือลำนี้ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีเรือบรรทุกอากาศยานในกองเรือ ต่อจากไทย ซึ่งมีเรือหลวงจักรีนฤเบศรเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2540 หลังจัดซื้อจากสเปน พร้อมเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่งและระยะสั้น AV-8S Matador
ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผลักดันการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของอินโดนีเซีย ซึ่งมีหลายส่วนที่มีอายุการใช้งานสูง รวมถึงการขยายความร่วมมือด้านกลาโหมกับประเทศต่าง ๆ
อินโดนีเซียลงนามข้อตกลงมูลค่า 8,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับฝรั่งเศสในปี 2022 เพื่อจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Rafale จำนวน 42 ลำ โดยจนถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการส่งมอบแล้ว 6 ลำ อินเดียยังยืนยันเมื่อเดือนกรกฎาคมว่า จะจัดหาขีปนาวุธพิสัยไกลให้อินโดนีเซีย ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศเมื่อเดือนเมษายน ยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหมกับอินโดนีเซียเป็น “หุ้นส่วนความร่วมมือด้านกลาโหมระดับสำคัญ”
รัฐบาลอินโดนีเซียไม่ได้วางแผนใช้เรือจูเซปเป การิบัลดี ในลักษณะเดียวกับกองทัพเรือของชาติมหาอำนาจ ซึ่งใช้เรือบรรทุกอากาศยานเป็นฐานปล่อยเครื่องบินขับไล่ในระยะไกล แต่ต้องการใช้เรือลำนี้เป็นศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่และฐานสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ โดรน และปฏิบัติการทางทะเลในพื้นที่หมู่เกาะจำนวนมากของประเทศ
ปราโบโวกล่าวในการประชุมด้านการจัดการภัยพิบัติเมื่อต้นเดือนว่า รัฐบาลจะปรับปรุงเรือลำนี้และดัดแปลงให้เป็นเรือสำหรับเฮลิคอปเตอร์และโดรน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภัยพิบัติ เขาระบุว่า เรือสามารถรองรับเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้ประมาณ 10 ลำ ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำปริมาณมาก และนำไปใช้ในพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อนจากไฟป่าจำนวนมาก
รัฐบาลยังมีแผนใช้เรือเป็นฐานปฏิบัติการโดรน และเป็นแพลตฟอร์มเคลื่อนที่ที่สามารถส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยครั้ง ปราโบโวยังระบุว่า เรือจะช่วยรับมือกับไฟป่าและไฟในพื้นที่พรุ ซึ่งมักทำให้เกิดหมอกควันอันตรายปกคลุมบางพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แม้รัฐบาลมองว่าเรือจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการรับมือภัยพิบัติ แต่การจัดซื้อและปรับปรุงเรือกลับก่อให้เกิดการถกเถียงในอินโดนีเซีย นักวิเคราะห์ด้านกลาโหม นักเศรษฐศาสตร์ และนักการเมืองฝ่ายค้านบางส่วนตั้งคำถามว่า ประเทศจำเป็นต้องมีเรือบรรทุกอากาศยานหรือไม่ และควรใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อปรับปรุงและดูแลเรือรบที่มีอายุ 41 ปีหรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านการคลังของประเทศ
กระทรวงการคลังอินโดนีเซียอนุมัติเงินทุน 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการเรือบรรทุกอากาศยานในปี 2025 แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนเตือนว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดอาจสูงกว่านั้นมาก โดยทีบี ฮาซานุดดิน สมาชิกคณะกรรมาธิการที่ 1 ของรัฐสภา ประเมินเฉพาะค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงเรืออาจสูงถึง 16 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูฮัมหมัด เฟาซาน มาลุฟตี จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ หรือ CSIS ระบุว่า การจัดหาเรือลำนี้ควรตั้งอยู่บนความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจและความสามารถของอินโดนีเซียในการใช้งานเรืออย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เกิดจากเหตุผลด้านภาพลักษณ์หรือปัจจัยอื่น
เขาระบุว่า รัฐบาลต้องพิจารณาทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดหาและปรับปรุงเรือ รวมถึงค่าใช้จ่ายระยะยาวในการจัดกำลังพล การบำรุงรักษา เชื้อเพลิง ระบบอาวุธ และโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะเมื่อเรือลำนี้มีอายุการใช้งานสูง
เฟาซานยังยกกรณีเรือหลวงจักรีนฤเบศรของไทยเป็นตัวอย่างสำหรับการพิจารณาความท้าทายด้านการปฏิบัติการและงบประมาณ โดยระบุว่าเรือใช้เวลาส่วนใหญ่จอดอยู่ในท่าเรือ เนื่องจากข้อจำกัดด้านการปฏิบัติการและงบประมาณ.
ที่มา Associated Press / AFP
印尼已接收了服役41年的前意大利海军航空母舰“朱塞佩·加里波第”号,并正准备将其更名为印尼海军,以推进军队现代化进程。尽管印尼政府强调该舰主要用于直升机和无人机支援以及灾害救援任务,但此次采购和翻新的成本效益仍受到质疑。
今天(9 月 18 日),印度尼西亚迎来了该国第一艘航空母舰——41 年前的意大利海军航空母舰“朱塞佩·加里波第”号。该舰从意大利出发,途经科伦坡、斯里兰卡和马六甲海峡,最终抵达雅加达港。
这艘船长 180 米,可容纳 18 架直升机,最多可容纳 830 名船员。它最初于 1985 年加入意大利海军服役,并将于 2024 年退役。
印尼海军司令穆罕默德·阿里透露,这艘舰艇将更名为“斯里维加亚”号(KRI Sriwijaya),并于下周正式服役。其主要任务将侧重于非军事行动,特别是灾害救援。
阿里表示,印尼是一个自然灾害频发的国家,因此需要拥有能够搭载大量直升机的舰船或平台,以便迅速向偏远地区运送物资和援助。他还补充说,这艘舰船状况良好,预计还能在印尼海军服役15至20年。
意大利于去年3月同意向印度尼西亚交付“朱塞佩·加里波第”号军舰,这是两国扩大防务合作努力的一部分。与此同时,意大利正在寻求与印度尼西亚就潜艇和飞机交易进行谈判的机会。
这艘航母的交付使印度尼西亚成为继泰国之后,东南亚第二个拥有航空母舰的国家。泰国自 1997 年从西班牙购买了 HTMS Chakri Naruebet 号航母以来,一直在该舰服役,同时还装备了 AV-8S Matador 垂直起降短程飞机。
普拉博沃·苏比安托总统正在推动印尼军事装备的现代化,其中许多装备已经老化,同时他也在努力扩大与其他国家的防务合作。
2022年,印尼与法国签署了一项价值81亿美元的协议,购买42架“阵风”战斗机,其中6架将于今年5月交付。印度也在7月确认将向印尼提供远程导弹,而美国则在4月宣布将与印尼的防务合作升级为“关键防务伙伴关系”。
印尼政府并不打算像大国海军那样,将“朱塞佩·加里波第”号航空母舰用作远程战斗机起飞基地。相反,印尼政府计划将该舰用作移动指挥中心和基地,为该国众多群岛上的直升机、无人机和海上行动提供支持。
普拉博沃本月初在一次灾害管理会议上表示,政府将对这艘船进行翻新,并将其改装成直升机和无人机专用船,以增强其灾害应对能力。他指出,该船可容纳约10架中型直升机,这些直升机可以运载大量水,用于应对多处野火热点地区。
印尼政府还计划利用舰船作为无人机基地和移动平台,以便快速部署到灾区,因为印尼是自然灾害频发的国家之一。普拉博沃还表示,这些舰船将有助于扑灭野火和泥炭地火灾,这些火灾常常导致东南亚部分地区笼罩在危险的雾霾之中。
尽管印尼政府认为这些舰艇能够提升安全和灾害应对能力,但它们的采购和升级在印尼国内引发了争议。国防分析人士、经济学家和一些反对派政治人士质疑,印尼是否真的需要航空母舰,以及在国家财政压力下,是否应该将如此庞大的预算用于升级和维护服役41年的军舰。
印尼财政部已批准在2025年前为航空母舰项目提供4.5亿美元的资金,但一些议员警告称,总成本可能远高于此。国会第一委员会成员T.B. Hasanuddin估计,仅升级这艘航母的费用就可能高达16万亿印尼盾,约合9亿美元。
战略与国际研究中心 (CSIS) 的穆罕默德·法赞·马卢夫蒂表示,采购这艘舰艇应该基于作战需求和印尼持续运营该舰艇的能力,而不是出于形象原因或其他因素。
他指出,政府必须同时考虑购置和升级这艘舰艇的成本,以及人员、维护、燃料、武器系统和配套基础设施的长期成本。他呼吁政府公开透明地披露这些信息,尤其考虑到这艘舰艇的舰龄已相当老旧。
福赞还以泰国的 HTMS Chakri Naruebet 号为例,说明运营和预算方面的挑战,并指出由于运营和预算的限制,该舰大部分时间都停泊在港口。
来源:美联社/法新社