“ทวี” ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ “มติจบ แต่เรื่องยังไม่จบ”塔维强调,选举委员会的决定不能凌驾于宪法之上。“决定是最终的,但事情还没有结束。”
“ทวี” ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ “มติจบ แต่เรื่องยังไม่จบ” กันผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิดไว้เป็นพยานในคดีอาญาได้ แต่กันออกจากอำนาจศาลฎีกาไม่ได้

“ทวี” ย้ำมติ กกต. ต้องไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ “มติจบ แต่เรื่องยังไม่จบ” กันผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิดไว้เป็นพยานในคดีอาญาได้ แต่กันออกจากอำนาจศาลฎีกาไม่ได้
วันที่ 18 ก.ย.2569 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า ภายหลัง กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ให้ยกข้อกล่าวหาในคดีที่เรียกว่า “คดีฮั้ว สว.” แม้มติของ กกต. จะจบ แต่เรื่องยังไม่จบ
โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่หนึ่ง “กรรมการบริหารพรรค ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กระทำการโดยวิธีใด ๆ เพื่อช่วยให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทำให้ผู้สมัครรายใดไม่ได้รับเลือก” และข้อกล่าวหาที่สอง “ผู้สมัครซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ยินยอมให้บุคคลทางการเมืองดังกล่าวช่วยเหลือเพื่อให้ตนได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา” กกต. มีมติยกข้อกล่าวหาทั้งหมด
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า มติดังกล่าวธำรงไว้ซึ่งความสูงสุดของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขอยกตัวอย่างสำคัญคือกรณีที่ กกต. มีมติกันสมาชิกวุฒิสภา 2 คน ได้แก่ พยานรหัส 21/26 และพยานรหัส 22/26 ไว้เป็นพยาน
พยานรหัส 21/26 เป็นผู้สมัครกลุ่มที่ 3 กลุ่มการศึกษา หมายเลข 150 ได้ 30 คะแนนในรอบเลือกกันเอง และ 69 คะแนนในรอบเลือกไขว้ เป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม
พันตำรวจเอก ทวี ระบุด้วยว่า ผลการตรวจสอบพบการลงคะแนนชุดหมายเลขเดียวกันเรียงตรงกันทั้ง 10 หมายเลข จำนวน 16 ใบ โดยมีหมายเลข 150 รวมอยู่ด้วย เพราะตามบันทึกการไต่สวนที่เผยแพร่ พยานให้ถ้อยคำว่า หมายเลขของตนถูกบรรจุไว้ในโพยทั้งรอบเลือกกันเองและรอบเลือกไขว้ และเข้าใจว่าคะแนนสูงสุดที่ได้รับมาจาก “โพยฮั้วหรือเลขชุด” ซึ่งจัดทำขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พยานรหัส 22/26 เป็นผู้สมัครกลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ หมายเลข 5 ได้ 39 คะแนนในรอบเลือกกันเอง และ 70 คะแนนในรอบเลือกไขว้ เป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม
ผลการตรวจสอบพบการลงคะแนนชุดหมายเลขเดียวกันเรียงตรงกันทั้ง 10 หมายเลข จำนวน 19 ใบ โดยมีหมายเลข 5 รวมอยู่ด้วย
พร้อมระบุอีกว่า ตามเอกสารที่เผยแพร่ทางสื่อ พยานให้ถ้อยคำว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ได้เข้าร่วมประชุมกับผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศประมาณ 30 กว่าคน ณ โรงแรมแคนทารี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการอธิบายวิธีลงคะแนนและแจกเอกสารแนะนำตัว สว.3 ซึ่งกรอกหมายเลขไว้ล่วงหน้า
แม้พยานระบุว่าไม่ได้ร่วมจัดทำโพย แต่ยอมรับว่าหมายเลขของตนอยู่ในเลขชุด และเข้าใจว่าคะแนนจำนวนมากที่ได้รับมาจาก “โพยฮั้วหรือเลขชุดที่จัดทำขึ้น”
พันตำรวจเอก ทวี กล่าวอีกว่า ถ้อยคำของพยานทั้งสองจึงเชื่อมโยงตนเองกับโพยหรือเลขชุด และอธิบายที่มาของคะแนนโดยตรง เมื่อประกอบกับผลคะแนนและรูปแบบการลงคะแนนที่ตรงกัน จึงมิใช่ข้อสงสัยลอย ๆ
มาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา กำหนดให้ กกต. กัน “บุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด” ไว้เป็นพยานได้ เมื่อข้อมูล การชี้เบาะแส หรือคำให้การของบุคคลนั้นเป็นประโยชน์ต่อการพิสูจน์ความผิดของผู้กระทำผิดคนอื่นที่เป็นตัวการสำคัญ และสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำความผิดได้
มติที่กันบุคคลทั้งสองไว้เป็นพยานจึงสะท้อนว่า กกต. เห็นว่าบุคคลทั้งสองเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และยังมีผู้กระทำผิดคนอื่นที่เป็น “ตัวการสำคัญ” ซึ่งต้องพิสูจน์ต่อไป
หากข้อกล่าวหาเรื่องการจัดตั้งขบวนการ การจัดทำโพยหรือเลขชุด และการกำหนดการลงคะแนนไว้ล่วงหน้าพิสูจน์ได้ ย่อมมิใช่เพียงการทุจริตเพื่อให้บุคคลสองคนได้รับเลือก แต่เป็นการกระทำอย่างเป็นขบวนการ ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมที่มุ่งยึดกุมและบิดเบือนกระบวนการได้มาซึ่งวุฒิสภา กระทบต่ออำนาจอธิปไตยฝ่ายนิติบัญญัติ อันเป็นอำนาจหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ผลของการกันเป็นพยานตามมาตรา 65 มีเพียงว่า “ให้สิทธิในการดำเนินคดีอาญาเป็นอันระงับไป” มิได้ทำให้ข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานระงับไปด้วย และมิได้ยกเว้นบุคคลนั้นจากการตรวจสอบว่าได้รับเลือกมาโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่
พันตำรวจเอก ทวี กล่าวอีกว่า เมื่อ กกต. มีมติกันสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองคนไว้เป็นพยาน ประกอบกับถ้อยคำรับข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงตนเองกับโพยหรือเลขชุด (อันมีลักษณะเป็นการรับสารภาพถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องในข้อเท็จจริงสำคัญ) และผลคะแนนซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบการลงคะแนน พยานหลักฐานโดยรวมย่อมมีน้ำหนักอย่างน้อยถึงระดับ “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า”
กกต. จึงต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองคนด้วย เพราะ กกต. กันบุคคลไว้เป็นพยานในคดีอาญาได้ แต่ไม่มีอำนาจกันความจริง กันพยานหลักฐาน หรือกันบุคคลนั้นออกจากอำนาจไต่สวนของศาลฎีกา
https://www.facebook.com/share/p/1DkiiQRAPJ/?mibextid=wwXIfr
塔维强调,选举委员会的决议绝不能凌驾于宪法之上。“决议是最终的,但事情并未结束。”虽然涉嫌违法者可以在刑事案件中作为证人出庭,但他们不能被排除在最高法院的管辖范围之外。
2026 年 9 月 18 日,普拉查查特党领导人塔维·索松上校在 Facebook 上发帖称,尽管选举委员会 (EC) 于 2026 年 9 月 14 日以 5 比 2 的投票结果撤销了所谓的“参议院勾结案”的指控,但选举委员会的决定是最终的,这件事还没有结束。
具体而言,关于第一项指控,“党执行委员会成员、党内官员、国会议员或政治官员以任何方式帮助候选人当选参议员,或阻止候选人当选”,以及第二项指控,“随后当选参议员的候选人同意此类政治人士协助其当选参议员”,选举委员会决定驳回所有指控。
由此便产生了一个关键问题:这样的决议是否维护了宪法的至高无上地位?一个典型的例子是选举委员会决定禁止两名参议员(证人编号分别为21/26和22/26)作为证人出庭作证。
证人代码 21/26,第 3 组(教育组)第 150 号候选人,在自选轮中得 30 分,在交叉选拔轮中得 69 分,在其组别中排名第一。
塔维警官还表示,调查发现有16张选票的号码序列相同,其中10张选票的号码均为150。根据已公布的调查记录,证人作证称,他们的号码出现在内部投票和跨区投票的选票上,他们了解到自己获得的最高票数来自在大城府拉贾曼加拉科技大学素万那普校区汉特拉校区伪造的“作弊选票”或“号码组”。
证人代码 22/26,第 19 组(个体经营者)第 5 号候选人,在自选轮次中获得 39 分,在交叉选拔轮次中获得 70 分,在其组内排名第二。
调查发现有 19 张选票上的 10 个数字序列相同,其中包括数字 5。
另据向媒体公布的文件显示,证人作证称,2024年6月24日,他在大城府坎塔里酒店参加了一场约有30名来自全国各地的合格选民参加的会议。会上,他被告知如何投票,并拿到了预先印好的、介绍参议院候选人(参议院第3选区)的文件,文件上已填写了候选人的编号。
虽然证人表示他没有参与制作投注单,但他承认他的号码是其中的一部分,并且明白他收到的大量选票来自“作弊的投注单或号码组”。
塔维警官进一步指出,两名证人的证词直接与投注单或号码序列相符,解释了选票的来源。结合计票结果和投票方式,这并非毫无根据的怀疑。
《参议院成员资格取得组织法》第 65 条规定,选举委员会可以指定“参与或曾经参与犯罪的个人”作为证人,当他们的信息、线索或证词有助于证明其他主要犯罪者的罪行,并可作为确定罪行的证据时。
选举委员会决定将这两名个人指定为证人,免于起诉,这反映了选举委员会的观点,即他们参与或参与了不当行为,并且还有其他“主要肇事者”,其身份需要进一步证实。
如果有关策划竞选、伪造选票或预先确定数字以及操纵投票过程的指控得到证实,那么选举两名候选人就不仅仅是舞弊,而是有组织的行动,甚至可能是犯罪组织企图夺取控制权并扭曲参议院的选举过程,从而破坏立法主权——这是君主立宪制民主制度的核心权力。
第 65 条规定的证人豁免权的作用仅仅是“中止追究刑事诉讼的权利”,它并不中止事实或证据,也不免除对该人是否被诚实、公平地选中的审查。
塔维警官进一步表示,鉴于选举委员会决定指定这两名参议员为证人,加上他们供认与投注单或投注顺序有关(这相当于承认参与了关键事实),以及与投票模式一致的计票结果,总体证据至少具有足够的分量,可以被认为是“可信的证据,表明……”。
因此,选举委员会不得不就这两位参议员的情况向最高法院提起诉讼,因为虽然选举委员会可以给予个人在刑事案件中作证的豁免权,但它无权隐瞒真相、掩盖证据或将这些个人排除在最高法院的管辖范围之外。
https://www.facebook.com/share/p/1DkiiQRAPJ/?mibextid=wwXIfr