← 返回新闻首页
泰国权威

คมเฉือนใคร “เดชรัต-นฤพนธ์” ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี โค้งสุดท้าย

หากเปรียบ “ศึกเลือกตั้ง” การเมืองท้องถิ่น จ.นนทบุรี หลังสิ้น พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 เป็นสนามมวย มี 2 ค่ายใหญ่ที่ส่งยอดนักมวย “คู่เอก” ขึ้นชกเพื่อชิงแชมป์ “คนใหม่” โดย “ค่ายส้ม” ปชน. ดัน ต้น

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
在暖武里府行政组织(PAO)市长选举的最后阶段,德查拉特和纳鲁蓬之间的竞争。

หากเปรียบ “ศึกเลือกตั้ง” การเมืองท้องถิ่น จ.นนทบุรี หลังสิ้น พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2569 เป็นสนามมวย มี 2 ค่ายใหญ่ที่ส่งยอดนักมวย “คู่เอก” ขึ้นชกเพื่อชิงแชมป์ “คนใหม่” โดย “ค่ายส้ม” ปชน. ดัน ต้น “เดชรัต สุขกำเนิด” ลงนวมปะทะ ตี๋ “นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ” ค่ายผึ้งหลวง ทั้งคู่มีต้นทุนทางการเมืองต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือ การเข้าเส้นชัยในตำแหน่ง “นายก อบจ.นนทบุรี” ในวันที่ 20 ก.ย.นี้

การเปิดตัว “เดชรัต” พรรคประชาชน ท้าชน “นฤพนธ์” กลุ่มผึ้งหลวง ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะทั้ง 2 ต. คือ “ต้น -เดชรัต” และ “ตี๋-นฤพนธ์” เป็นชาวนนทบุรีโดยกำเนิด ต่างเพียง “ต้น-เดชรัต” มีเส้นทางเติบโตจากนัก วิชาการ ก่อนจะผันตัวเป็น “มันสมอง” ด้านนโยบายสาธารณะให้ค่ายส้ม และเน้นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมืองนนท์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริม SME

ขณะที่มือใหม่การเมือง “ตี๋-นฤพนธ์” เติบโตจากเส้นทางวิศวกรสู่ผู้บริหารเอกชน เข้ามาสานต่อภารกิจของ “ลุง” พ.ต.อ.ธงชัย โดยประกาศใช้นโยบาย 5 ธง ชูนโยบายเด่น ยกระดับคุณภาพชีวิตคนนนทบุรี เน้นด้านการศึกษา เดินหน้าศูนย์สาธารณสุขครบวงจร และเศรษฐกิจฐานราก

ศึกในสนามเลือกตั้งวันที่ 20 ก.ย.2569 แม้จะมีผู้ประกาศ “ชิงชัย” ลงรับสมัครเลือกตั้งในตำแหน่ง นายก อบจ.นนทบุรี ถึง 6 คนประกอบด้วย

คมเฉือนใคร “เดชรัต-นฤพนธ์” ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี โค้งสุดท้าย

หมายเลข 1 นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ

หมายเลข 2 พลเอก นิพนธ์ สีตบุตร

หมายเลข 3 ชุติพนธ์ ปิ่นมณี

หมายเลข 4 เดชรัต สุขกำเนิด

หมายเลข 5 ว่าที่ร้อยตรี นนทพันธ์ ปพัฒน์พรเจริญ

และหมายเลข 6 ธามม์ พักตร์บวร

แต่ “ตัวเต็ง” มีแค่ 2 คน ผลสำรวจนิดาโพล “เลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี ตอนนี้ใครนำ” เมื่อต้นเดือนก.ย.2569 ระบุ ร้อยละ 37.27 เป็น นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ (กลุ่มผึ้งหลวง) รองลงมา ร้อยละ 27.55 ระบุ เดชรัต สุขกำเนิด (พรรคประชาชน) ขณะที่ ร้อยละ 22.73 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจใด ๆ และ2.45 ระบุว่า ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)

ระยะเวลาหาเสียงประมาณ 1 เดือน นับจากเปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง “เดชรัต” และ “นฤพนธ์” ต่างลงพื้นที่ต่อเนื่อง นอกจากขึ้นรถแห่ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงใน 6 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนนทบุรี, ปากเกร็ด, บางบัวทอง, บางใหญ่, บางกรวย, ไทรน้อยแล้ว การเปิดวอร์หาคะแนนในโลกโซเชียลฯก็ “ขยับไว” ไม่แพ้กัน ทีมผึ้งหลวงปรับกลยุทธ์รุกคืบทุกแพลตฟอร์ม ถือเป็นของ “มีคม” ด้วยกันทั้งคู่ แต่ใครจะเฉือนใคร กองเชียร์คงต้องรอลุ้น

โค้งสุดท้ายเหลือเวลาอีก 2 วัน “ค่ายส้ม” ขนขบวน CONVOY ส่ง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคฯ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อม “เจี๊ยบ” อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล และนักการเมืองพรรค ปชน.อีกคับคั่ง ใช้รถวิ่งรอบเมืองนนทบุรี ขณะที่ “ผึ้งหลวง” 2 พี่น้องตระกูลเย็นประเสริฐ ตี๋ “นฤพนธ์” และ “ยุ้ย” พรรษพร ผนึกกำลังวิ่งรอกหาเสียงด้วยขบวนรถแห่ทุกจุดทุกอำเภอด้วยเช่นกัน

การชิงชัยเก้าอี้ นายกฯ อบจ.เมืองนนทบุรี ครั้งนี้ หากส่องกลยุทธ์การเข้าถึงคะแนน ทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีฐานเสียงสนับสนุนในแต่ละพื้นที่ บางเขตอาจต้องอุดช่องโหว่ และเปิดพื้นที่เรียกคะแนนกลุ่มรุ่นใหม่ และหากใครมีฐานคะแนนเดิมก็ต้องรักษาไว้ให้ได้ เพื่อไม่ให้เกิดรูรั่ว ส่วนฝ่ายใดจะได้หรือเสียเปรียบ ก็ขึ้นอยู่กับ “ความขยันและความต่อเนื่อง”

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประเมินโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง นายก.อบต.นนทบุรี ว่า การลงสมัครของ “นฤพนธ์” ตัวแทนกลุ่มผึ้งหลวง และ “เดชรัต” พรรคประชาชน อยู่ในภาวะที่ไม่ใช่การเลือกตั้งปกติ บรรยากาศและความสนใจทางการเมืองของประชาชนไม่ได้มีความตื่นตัวเท่าที่ควร อีกทั้งมีคดีฮั้ว สว.เกิดขึ้น จึงทำให้กลบกระแสการเลือกตั้งท้องถิ่นไปโดยปริยาย

“การเปิดตัวของพรรคส้ม แม้อาจารย์เดชรัต จะมีนโยบายเรื่องการปกครองท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง แต่การสร้างความเชื่อมั่นหรือสร้างกระแสจากนโยบาย ไม่ได้ก่อตัวมาก่อนหน้านี้ แม้จะมีจุดยืนเรื่องมาก่อนก็ตาม แต่การทำงานในระดับท้องถิ่นจะต้องมีความไว้วางใจและสร้างเชื่อมั่นค่อนข้างเยอะ แม้ผู้สมัครของพรรคส้ม จะถือว่าเป็นระดับมันสมองของพรรค มีความรู้เรื่องกระจายอำนาจ และทำนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง แต่การเมืองท้องถิ่นต้องอาศัยระยะเวลา”

รศ.ดร.โอฬาร วิเคราะห์ว่า อาจารย์เดชรัตน์ แม้จะเป็นคนนนทบุรี แต่ความต่อเนื่องทางการเมืองในระดับพื้นที่สู้กลุ่มผึ้งหลวง ซึ่งมีเครือข่ายอำนาจสำคัญ ตั้งแต่ระดับ อบจ. เทศบาล และ อบต.ที่ยึดโยงกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่นใน จ.นนทบุรี ไม่ได้แน่นอน

“แม้การเลือกตั้งในสนามระดับชาติ พรรคประชาชนจะกวาดสส.นนทบุรีได้ยกจังหวัด แต่ต้องไม่ลืมว่ากระ แสมันพร้อมกับการเลือกตั้งระดับชาติ ขณะที่การเมืองท้องถิ่น ตั้งอยู่บนแนวคิดเครือข่ายอำนาจ ซึ่งพรรคส้มมีจุดอ่อนและมีข้อเสียเปรียบ ...ประเมินว่า กลุ่มผึ้งหลวง น่าจะมีโอกาสจะมีชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้”

ส่วนการเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของพรรคประชาชน จะทำให้คะแนนของผู้สมัครฯ กลับมาตีตื้นได้หรือไม่นั้น รศ.ดร.โอฬาร มองว่า ต้องใช้ระยะเวลา หากก่อนหน้านี้ ดร.เดชรัตน์ เปิดตัวและทำงานต่อเนื่องคู่ขนานไปกับกระแสพรรค จุดยืนพรรค และทำงานคู่กับ สส.ในพื้นที่ได้ก็อาจมีผล

“แต่ครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งซ่อม แม้อาจารย์เดชรัต จะเป็นที่รู้จักของชนชั้นกลางในระดับหนึ่ง และจ.นนทบุรีจะเป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนชั้นกลางก็จริง ก็ต้องไม่ลืมว่า เขตพื้นที่รอบนอกยังเป็นชนบท มีความสัมพันธ์แบบท้องถิ่น ซึ่งพรรคประชาชนยังเข้าไม่ถึง …ดังนั้นโอกาสที่พลิก จึงแทบจะไม่มี”

ในฐานะที่ทำงานวิจัยเรื่องการเมืองท้องถิ่น รศ.ดร.ดร.โอฬาร บอกว่า การเมืองท้องถิ่นมีความละเอียดอ่อนและค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้เวลาพอสมควร และจากการส่งผู้สมัครฯ ของพรรคส้มในหลาย ๆ พื้นที่จะเห็นว่า เขาไม่เคยถอดบทเรียนเรื่องดังกล่าว เพราะการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น การมีเพียงนโยบาย หลักคิด กระแส จุดยืนและ สส.ยังไม่พอ ที่สำคัญมาก คือ การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเกาะติดพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่าย ซึ่งพรรคส้มไม่มี

จากวิจัยพบว่า มี 2 เรื่องคือ ในการเลือกตั้งระดับชาติจะมีนโยบาย มีกระแส มีการเคลื่อนไหวในภาพรวม การเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งนอกเขต แต่สำหรับการเมืองท้องถิ่นมีความใกล้ชิดและระบบแยกเฉพาะคลุมเครือข่ายไว้ทั้งหมด ซึ่งเกิดขึ้นในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ และนนทบุรี ซึ่งเป็นลักษณะของจังหวัดที่มีความเป็นเมือง ขณะที่การเมืองระดับชาติเป็นอย่างหนึ่ง

“ จริง ๆ อาจารย์เดชรัตน์ หากครั้งนี้ถ้าแพ้ไม่เป็นไร แต่ต้องทำงานต่อเนื่อง ประกาศให้ชัดว่า แพ้ครั้งนี้เป็นการเปิดตัว แต่ระยะยาวจะสร้างนโยบาย เครือข่ายในมิติทำงานท้องถิ่นอย่างไรที่จะทำให้พรรคประชาชนชนะ แต่จุดอ่อนของเขา คือ แพ้ปุ๊บหยุดปั๊บ ทั้ง ๆ ที่แพ้แล้วมันหยุดไม่ได้ ยังต้องทำงานต่อเนื่อง โดยเอาคะ แนนที่เป็นฐานจริง ๆ มาดูว่า หากลงขนาดนี้แล้ว จะต่อยอดอย่างไรในอีก 4 ปีข้างหน้า”

สำหรับกลุ่มผึ้งหลวงนั้น นักวิชาการคนเดิมมองว่า การมีเอกภาพหนึ่งเดียวภายในกลุ่ม คือ ความได้เปรียบ แม้ตัว พ.ต.อ.ธงชัย อดีตนายก อบจ.ฯ จะเสียชีวิตไป แต่ศักยภาพของเครือข่ายมีความสำคัญมาก แม้ “นฤพนธ์” จะเป็นมือใหม่ทางการเมือง ไม่รู้การเมืองท้องถิ่น ไม่ได้อยู่กับนโยบายการเมืองท้องถิ่นแบบอาจารย์เดชรัต แต่เนื่องจาก “พ.ต.อ.ธงชัย” ซึ่งเป็น “ลุง” ถือว่าเป็นผู้ที่มี “ต้นทุน” ทางสังคมที่ดีมากและกลุ่มผึ้งหลวงก็ที่มีเครือข่ายและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชน จึงเป็นฐานเสียงสนับสนุนให้ “หลานชาย”เข้ามาให้ทำงานต่อได้

แม้สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี จะเป็นเวทีเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น แต่ถือเป็นเขตชนบทที่ประชิดติดเมืองหลวง ที่ยังมีรากลึก “คมเฉือนใคร” ในความสัมพันธ์ที่คนเมืองยากจะเข้าใจ ...รักใคร-เลือกใคร ก็อย่าลืมเข้าคูหาไปใช้สิทธิ

"บาลานซ์อำนาจ" ศึกเมืองนนท์ ผึ้งหลวง ส่ง "นฤพนธ์" ชน "เดชรัต" ค่ายส้ม

นายกฯ ไฟเขียวไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 รอ "เอกนิติ" แถลง

เมื่อการล่วงละเมิดออนไลน์ สร้างบาดแผลฝังลึกในจิตใจ

เลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี 20 ก.ย.2569

เลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ

ข่าวเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี

ข่าวการเมืองวันนี้ล่าสุด

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻