ปรับเกณฑ์ปล่อยกู้กยศ. เน้นสาขาที่รัฐส่งเสริม แก้ปัญหาเด็กจบใหม่ตกงาน政府正在调整助学贷款标准,重点关注政府扶持的专业领域,以解决应届毕业生失业问题。
รัฐบาลแก้ปัญหาเด็กจบใหม่ตกงานเน้นปล่อยกู้กยศ.ในสาขาที่รัฐส่งเสริมเพื่อป้อนคนสู่ตลาดแรงงาน พร้อมเร่งหาเงินคืนชดเชยคนผิดนัด 2.6 ล้านคน

วันที่ 17 ก.ย.69 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกระทู้ถามสดแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประเด็นปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า จากการลงพื้นที่และรับข้อร้องเรียนจาก สส. พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่ารัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเน้นย้ำเจตนารมณ์ กยศ. ว่ามีหน้าที่ช่วยผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้เรียน แม้ที่ผ่านมาจะมีผู้มีฐานะเข้ามาแย่งสิทธิ์ไปบ้าง แต่รัฐบาลยังถือเป็นหน้าที่หลักในการส่งเสริมให้ทุกคนได้ศึกษาต่อตามความปรารถนา
ในปี 2569 กยศ. ได้เพิ่มเกณฑ์สาขาอาชีพที่รัฐส่งเสริม เพื่อจับคู่ (Matching) ความต้องการของตลาดกับการผลิตนักศึกษา ป้องกันปัญหาเรียนจบแล้วตกงาน โดยให้โอกาสผู้เรียนในสาขาที่ส่งเสริมก่อน ไม่ใช่เพื่อประหยัดเงิน แต่เพื่อให้ผู้เรียนมีงานทำ โดยเกณฑ์ใหม่นี้จะบังคับใช้เฉพาะเด็กปี 1 ที่เพิ่งเริ่มยื่นกู้ใหม่เท่านั้น ไม่กระทบกับรุ่นพี่ปี 2–4 ที่เคยกู้เดิมอยู่แล้ว
ข้อมูลพบว่า ผู้ได้รับเงินกู้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มสาขาทั่วไปประมาณ 62% และ 34% ขณะที่กลุ่มสาขาที่รัฐส่งเสริมยังมีจำนวนไม่มาก จึงจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเรียนในสาขาที่มีโอกาสด้านการจ้างงานมากขึ้น
โจทย์ใหญ่ที่ กยศ. ต้องดำเนินการ คือ การหาแนวทางบริหารจัดการกองทุน และ หาเงินคืนมาจากผู้ผิดนัดทั้ง 2.6 ล้านคน ที่มีกำลังการจ่ายจะได้แบบไหน แต่ กยศ. ไม่มีแนวทางขูดเลือดกับปู คนไม่มีรายได้ แต่คำถามคือคนมีกำลังแล้วแต่ไม่ใช้ จะให้คนแบบนี้มาเอาเปรียบคนมีวินัย หรือ ต้องไปหาวิธีเก็บหนี้จากคนมีกำลัง ให้จ่ายได้เพื่อเอาไปต่อยอดกองทุน ต่อลมหายใจให้น้องๆ นี่คือแนวทางที่ถูก
สำหรับเกณฑ์การพิจารณาผู้กู้ยืม กยศ. เดิมเน้นเกณฑ์รายได้และฐานะทางครอบครัวเป็นหลัก ได้แก่ 1. รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี 2. ครอบครัวถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3. ผู้ที่เคยได้รับเงินจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
ส่วนกรณีมหาวิทยาลัยบางแห่งแจ้งนักศึกษาว่า หาก กยศ. ยังไม่อนุมัติเงินกู้ อาจไม่สามารถเข้าสอบได้ นายภราดร กล่าวว่า จะประสานไปยังนายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อหารือกับมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องและสร้างความมั่นใจให้กับนักศึกษา
แต่ละปี กยศ. สามารถเรียกเก็บเงินคืนเข้าสู่กองทุนได้ประมาณ 27,000–28,000 ล้านบาท แต่หากสามารถบริหารจัดการกลุ่มผู้ผิดนัดชำระที่มีกำลังจ่ายได้ จะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่กองทุนเป็นประมาณ 40,000–50,000 ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณรัฐเพิ่มเติมมากขึ้น
นายกฯ ไฟเขียวไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 รอ "เอกนิติ" แถลง
กยศ.เตือนผู้กู้ ผิดนัดชำระหนี้ 6 งวด เสี่ยงเสียสิทธิ-ถูกดำเนินคดี
3 วันสุดท้าย! กยศ.เตือนผู้กู้รายใหม่ รีบยื่น Pre-Approve ภายใน 13 ก.ค.นี้
คำนวณยอดหนี้ใหม่เสร็จแล้ว 4.1 ล้านบัญชี ผู้กู้ตรวจสอบยอดหนี้ได้กยศ. Connect
ภราดร ปริศนานันทกุล
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
2026年9月17日,总理府部长帕拉东·普里斯南塔库尔先生代表总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔就学生贷款基金(SLF)问题作出紧急答复。他表示,根据实地考察和泰自豪党议员的投诉,政府认识到教育的重要性。他强调,学生贷款基金的宗旨是帮助经济困难的个人完成学业。虽然承认过去一些富裕人士曾滥用该基金,但政府仍致力于为所有人提供教育机会。
2026年,学生贷款基金(SLF)扩大了其资格标准,将政府扶持的职业纳入其中,以使市场需求与学生技能相匹配,从而防止学生毕业后失业。此举优先考虑扶持领域的学生,并非为了节省资金,而是为了确保学生就业。这项新标准仅适用于申请贷款的一年级学生,不会影响此前已从该项目获得贷款的二至四年级学生。
数据显示,贷款获得者大多选择一般学术领域,分别约占62%和34%。与此同时,选择政府扶持领域的学生人数相对较少。因此,有必要制定激励措施,鼓励学生选择就业前景更好的专业。
学生贷款基金(SLF)面临的主要挑战是如何管理基金并向260万违约者追讨还款。SLF并不想剥削那些没有收入的人,但问题是:那些有能力还款却拒不还款的人,是否应该被允许占那些自律学生的便宜?重点应该放在如何向有能力还款的人追讨债务上,这样才能保证基金持续增长,并为学生提供生命线。这才是正确的做法。
最初评估学生贷款申请人的标准主要集中在收入和家庭财务状况上,包括:1. 家庭年收入不超过 360,000 泰铢;2. 持有国家福利卡的家庭;以及 3. 以前从公平教育基金 (EEF) 获得过资金的人。
针对部分大学告知学生,如果学生贷款基金(SLF)尚未批准其贷款,他们可能无法参加考试的情况,帕拉东先生表示,他将与副总理兼高等教育、科学、研究与创新部长约萨努·翁萨瓦先生协调,与相关大学讨论此事,并向学生保证。
学生贷款基金每年收回约270亿至280亿泰铢的还款。然而,如果该基金能够妥善管理那些有能力偿还贷款的违约借款人,那么在无需动用额外政府预算的情况下,每年流入基金的资金量可增加至约400亿至500亿泰铢。
总理已批准“泰援泰加强版”第二阶段计划,等待Ekniti发表声明。
学生贷款基金警告借款人,拖欠六期贷款可能会导致失去贷款资格并面临法律诉讼。
仅剩3天!学生贷款基金(SLF)提醒新借款人,请在7月13日前提交预审批申请。
410万个学生贷款账户的余额重新计算工作已经完成。借款人可以通过KYS Connect查询贷款余额。
帕拉多恩·普里斯南库尔
学生贷款基金