“หมอปลาย” เปิดเส้นทางรัก “พัณวา” จากคู่ทำงานสู่คู่ชีวิต! ก่อนทำเซอร์ไพรส์วิวาห์ฟ้าแลบ“普莱医生”公开了他和“潘瓦”的爱情故事,从工作伙伴到生活伴侣!在惊喜闪婚之前。
“หมอปลาย” เปิดเส้นทางรัก “พัณวา” จากคู่ทำงานสู่คู่ชีวิต! ก่อนทำเซอร์ไพรส์วิวาห์ฟ้าแลบ

เรียกว่าเป็นข่าวดีสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อ หมอปลาย พรายกระซิบ หรือ ณวราชา พินิจโรคากร หมอดูชื่อดัง เข้าพิธีวิวาห์กับ พัณวา ประสิทธิ์เสริฐ ผู้บริหารช่อง INTV โดยเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ทั้งคู่ได้จัดพิธีบวงสรวงและงานแต่งงาน ณ ตำนักชคินมาตา ก่อนจะเปิดใจกับสื่อมวลชนเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา
ถามถึงงานแต่งงานวันนี้?
หมอปลาย: รู้สึกช็อกใช่ไหม รู้สึกแบบอยู่ดีๆ ก็ประกาศอะไรอย่างงี้ใช่ไหมคะ แต่จริงๆ ก็คือเตรียมกันไว้พักนึงแล้วค่ะ แล้วก็ดูฤกษ์เอาไว้ แต่ว่าในช่วงปลายปีเนี้ยค่ะ ก็คือวันที่ 18 อ่ะ เป็นวันที่อยู่ในช่วงของพระพิฆเนศด้วย ก็เลยได้มีการบวงสรวง ไม่รู้ว่าพี่ๆ มาทันบวงสรวงหรือเปล่านะคะ ก็มีบวงสรวงทั้งพระพิฆเนศ พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ เหมือนการไหว้ครูไปด้วยในตัวค่ะ แล้วก็ได้ทำบุญบ้านด้วยค่ะ
หมอปลาย: ฟ้าแลบ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้มีเหตุ (คนไม่รู้ว่าเรามีความรัก?) ใช่ค่ะ ไม่ค่อยได้เปิดเผยเท่าไหร่ค่ะ
เห็นหลายคนตกใจคำว่าฟ้าแลบ?
หมอปลาย: ค่ะ ฟ้าแลบแป๊บๆ (หัวเราะ) ไม่มีอะไรเลยค่ะ ปกติเลยค่ะ แต่ว่าถึงช่วงเวลาอายุที่แบบเนอะ...ตามประเด็นเลย 35 แล้ว ก็คิดนิดนึงว่าถ้านานไปกว่านี้คงจะมีน้องไม่ได้
แสดงว่าที่แต่งเนี่ยฤกษ์ได้ จังหวะได้?
หมอปลาย: ค่ะ (แล้วท่านยมฯ อนุญาตแล้ว?) ก็คงต้องอนุญาตแล้วค่ะ (หัวเราะ) หามาให้แล้วก็ต้องจัดนิดนึงค่ะ
แต่วันนี้ได้มีบอกท่านอยู่มั้ยว่า หนูจะไปฝั่งปฏิบัติแล้ว?
หมอปลาย: ก็บอกตั้งแต่วันที่ก่อนได้ฤกษ์ค่ะ แล้วก็บอกทุกอย่าง ทำพิธีแบบถูกต้องทั้งหมดค่ะ
ทั้ง 2 คนเริ่มจากยังไง?
หมอปลาย: เริ่มแบบยังงงอยู่เหมือนกัน เพราะว่าเจอกันก็คือไปกัมพูชา ไปทำงานค่ะ แล้วก็เจอกัน แต่ปลายก็จำพี่เขาไม่ได้ แล้วก็ไปเจอกันอีกทีหนึ่งที่ลาว ก็ยังจำไม่ได้ แต่ว่าได้ขึ้นทอล์กคู่กันเนาะ แล้วก็พี่เขาจำหนูได้ หนูจำไม่ได้ ได้คุยกัน ส่งไมค์กันอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
ปลายเป็นคนความจำสั้น ก็เออ คนนี้พูดเยอะดี ความรู้สึกแบบพูดเยอะอ่ะ คนนี้ชื่อพันวาพูดเยอะ หนูก็จะเมมไว้ในใจ แล้วก็ถ้าสมมติเดินทางไปต่างประเทศ เวลาที่มีงาน ก็คิดว่าเออ น่าจะทำธุรกิจด้วยกัน แล้วน่าจะคล่องดี ไปกันได้อะไรอย่างเงี้ย ก็เลยนัดมาคุยงานกัน แต่ว่าก็คือแบบแอบโดนดุอ่ะ แบบไปสาย ไปถ่ายรายการของพี่เอ แล้วก็นัดกัน 6 โมง แต่ว่าหนูไป 4 ทุ่ม (หัวเราะ) สมควรดุใช่ป่ะคะ (ยิ้ม) ก็เลยจำได้ว่าวันนั้นก็คือแบบ อารมณ์โดนด่า
พัณวา: ไม่ด่า (หัวเราะ)
หมอปลาย: ไม่ด่า แค่ดังลั่นร้านอาหารเลย แล้วทุกคนก็มายืนแบบว่าหมอปลายๆๆ อย่างเงี้ย แล้วคนนี้เขาก็ไม่เห็นว่าคนข้างหลังเขาเรียกทักหนู เขาก็เหมือนโดนด่า โดนผู้ชายด่าอะไรอย่างเงี้ย แต่ก็เราก็รู้ว่าเราทำผิดอ่ะค่ะ หลังจากนั้นก็คุย ก็รู้สึกขอโทษเขาในวันนั้นอ่ะค่ะ แล้วก็ก็คุยกันมาเรื่อยๆ
พัณวา: คุยกันจนได้ดี
ใครจีบใครก่อน มีคำว่าจีบตอนไหน?
พัณวา: ไม่มีคำว่าเริ่มนะ ไปเรื่อยๆ ก็พูดคุยกันไปเรื่อยๆ แล้วก็คุยกัน ปรับทุกข์ปรับสุข แล้วก็คุยกันเข้ากันได้ดี ก็สนิทกันเรื่อยๆ
ก็คือเราก็ให้อภัยเขาตั้งแต่นั้นมา?
พัณวา: ผมให้อภัยตั้งแต่เข้ามาแล้วครับ แต่เขาไม่รู้ เป็นพี่เป็นไงฮะ 4 ชั่วโมง (หัวเราะ)
แล้วตอนไหนที่ความรู้สึกของเรา 2 คน ที่มันเปลี่ยนไปจากเพื่อนร่วมงานมาเป็นแฟน?
หมอปลาย: ก็พี่เขามาที่บ้านทุกวันเลยค่ะ
หมอปลาย: กี่โมงกี่ยามก็ต้องคุย เพราะเดี๋ยวงานไม่เสร็จ ก็ต้องคุย มันก็เลยเหมือนได้เจอกันทุกวันเรื่อยๆ
เขามาหาเรา เขาได้ดูดวงกับเรามั้ย?
พัณวา: ไม่ใช่สายด้วยนะ ไม่ใช่สายมูด้วย
แล้วตอนแรกท่านยมฯ บอกตอนไหนว่าคนนี้จะชอบเรา?
หมอปลาย: ไม่ค่ะ แต่ว่าก่อนที่จะนัดคุยงานอ่ะ ก็มีชื่อเขาขึ้นมา แต่สารภาพตรงๆ ว่าชื่อที่เขาขึ้นมา แต่หน้าเขาอ่ะไม่ตามขึ้นมา เพราะว่าหนูจำหน้าไม่ได้ (หัวเราะ)
แล้วพอได้มาเจอชื่อเขาแล้ว มันมีเอ๊ะมั้ย หรือว่าคนนี้ตามที่ท่านบอก?
หมอปลาย: ก็เออ น่าจะช่วยทำงานได้ดี น่าจะเป็นที่ปรึกษาได้ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีวันนี้
พัณวา: ตอนแรกน่าจะเอามาใช้งานครับ เริ่มต้นอย่างงั้น (ยิ้ม) (เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่เป็นเพื่อนร่วมชีวิต?) น่าจะประมาณนั้น
ตอนนั้นเรามีความรู้สึกตอนไหน ที่รู้สึกว่าเริ่มรู้จักศึกษาคนนี้มากขึ้นกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน?
พัณวา: มันไปเรื่อยๆ อ่ะ จังหวะมันพอได้คุยกันเยอะๆ ก็สนิทกันเยอะ จนมันให้ใจไป ให้ใจครับ เขาให้ตรงนี้ไป
เรารู้มั้ยว่าตอนไหนที่เขาให้ใจเรา?
หมอปลาย: เวลาช่วงนั้นที่ทุกข์ที่สุด พี่ๆ ก็รู้เนอะ ช่วงที่หนูเกิดเหตุ ช่วงนั้นดาวน์ ก็คือเจอกันช่วงนั้น เกิดเหตุ เขาก็จะรับฟังคำที่หนูบ่นทุกคำได้อะไรเงี้ย
ถ้าเรามีแฟนเป็นหมอปลาย ตอนแรกเรารู้สึกยังไง?
พัณวา: รู้สึกแปลกๆ อยู่ดีครับตอนแรก เพราะว่าเราไม่ได้สังคมสายมูมาก่อน แต่ผมไม่ได้มองเขาที่มูหรือไม่มู มองที่อุปนิสัยครับ แล้วก็เขาให้อะไรในเรื่องของการใช้ชีวิตกับผมเยอะเหมือนกัน เพราะว่าเขาเป็นคนทำงานหนัก เราคิดว่าเราทำงานหนัก แล้วเขาหนักกว่าเรา ก็เลยได้อะไรดีๆ จากเขาเยอะ
แล้วเขารู้มั้ยเราจีบเขา แต่เขาเป็นคนมีเซนส์ เรากลัวมั้ย?
พัณวา: ก็กลัวทุกวันอ่ะครับ ก็ทั้งเซนส์ ทั้งองค์ ทั้งอะไร มันมีหมดอ่ะครับ อ่า ถ้าพี่ไม่กลัว ก็พี่ก็แปลกเหมือนกันนะครับ
แต่เขาบอกว่าเราเป็นคนกลัวน้อยที่สุด ตั้งแต่เขาคุยมา?
พัณวา: ก็มันใจกล้าละมั้งฮะพี่ ถ้าจะจีบเขาก็ต้องใจกล้า
เราได้เอาดวงไปดูเช็กไหม?
หมอปลาย: ไม่เช็กค่ะ เป็นคนไม่ชอบเช็กอ่ะ ชอบแบบให้เรื่องมันแบบธรรมชาติ
พัณวา: ใช่ มันเป็นธรรมชาติมาก
หมอปลายต้องทำยังไงให้เขาสบายใจ หมายถึงว่า ไม่ต้องกลัวฉัน ฉันก็เหมือนเป็นคนธรรมดา ถ้าเราเป็นแฟนกัน?
หมอปลาย: ก็ตอนนี้น่าจะไม่กลัวแล้วมั้ง (หัวเราะ)
พัณวา: ยังกลัวอยู่ครับ (หัวเราะ) กลัวโดนดุ พูดเล่นๆ
พัณวา: ไม่มี ส่วนใหญ่ก็เป็นคนทำงาน เป็นผู้หญิงทำงาน นี่ไม่หยุดทำงานเลย เราก็ต้องคอยให้กำลังใจ คอยดูแลอะไรพวกนี้ครับ ผมคิดว่าเติมเต็มตรงนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี
โมเมนต์แฟนเป็นยังไง นึกภาพหมอปลายไม่ออก?
พัณวา: ไม่ อันนี้คือปัญหาที่พวกพวกผม 2 คนก็คุยกันไม่ได้ว่า เรามาเป็นแฟนกัน (ยังไม่คุยว่าเป็นแฟนกันตอนไหน?) ใช่ครับ ไม่ถึงขนาดนั้นฮะ
หมอปลาย: ไม่ถึงขนาดนั้น
มีออกเดตกัน นอกจากมานั่งคุยงานที่บ้านมีมั้ย?
พัณวา: (หันไปถามหมอปลาย) มีมั้ย (มีต่างจังหวัดอะไรอย่างนี้?) มีๆ ครับ
หมอปลาย: คุยโทร แล้วก็นั่งคุยงานกันอยู่ตรงเนี้ยค่ะ แล้วก็ไปกินข้าวต้มหน้าปากซอย อันนี้น่าจะเดตหน้าปากซอย (หัวเราะ)
ถ้าถามระยะเวลาที่คบกันเป็นแฟนจนเดินทางมาด้วยกันประมาณกี่ปี?
ประทับใจอะไรในตัวเจ้าสาว?
พัณวา: คือผมมองว่าเป็นผู้หญิงตัวอย่างของผู้หญิงทำงาน หาเงิน แล้วก็ในเรื่องของการให้คติในการใช้ชีวิตนะครับ เพราะว่างานเขาส่วนหนึ่ง มันไม่ได้แค่คำว่าหมอดู แต่การเป็นการไกด์ไลน์ชีวิตให้คนอื่นเขาด้วย แล้วมันบางทีพอเราสัมผัสอ่ะ คนนู้นมาฟังชีวิตดีขึ้น
คนนี้ตอนแรกเราก็ไม่ได้เชื่ออะไร แต่เราเชื่อคนที่มาสัมผัสกับเขา แล้วคนเหล่านั้นมาบอกว่าดียังไง ส่วนใหญ่จะไม่ได้เจอว่ามาหาหมอปลายแล้วอะไรวะ ไม่มี แล้วก็เลเวลของคนที่มาก็แบบจากล่างสุดไปบนสุด ส่วนลักษณะของเขา ถ้าสัมผัสตัวจริง จริงๆ เป็นคนกางเกงขาสั้นเสื้อยืดเลยครับ ไปได้ยันทั้งประเทศ อารมณ์ประมาณนี้
อย่างเวลาทัวร์ลงเขา เราให้กำลังใจเขายังไงบ้าง?
พัณวา: ผมว่าอยู่ข้างๆ ดีที่สุด อยู่ข้างๆ ไม่ทิ้ง ไม่ห่าง คือกำลังใจมันไม่ได้ต้องบ่งบอกด้วยคำพูดเสมอ แต่มันบ่งบอกด้วยการกระทำ ก็คือถ้าเราจริงใจกับเขา เราอย่าไปทิ้งเขาแค่นั้นเอง วันหนึ่งก็เห็นมั้ย ได้แต่งงาน (ยิ้ม)
หมอปลายมีภาพในฝันของการเป็นเจ้าสาวอยู่ในชีวิตยังไงบ้าง?
หมอปลาย: ไม่มีเลย นี่คือแบบ 0% ของความคิดอ่ะค่ะ เรื่องที่แบบใครเล่าให้ฟังว่าแบบ... คิดนะว่าอนาคตจะต้องใส่ชุดเจ้าสาว จะต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่ไหนอะไรอย่างเงี้ย พี่ปลา ฟินาเล่ อ่ะค่ะ ถามหมอปลายมีธีมอะไรมั้ยครับ ก็บอกหนูไม่มีค่ะ
พอถามแล้วอยากซื้อใส่ชุดอะไร หนูไม่มีค่ะ แล้วแต่พี่ปลาจัดให้ค่ะ คือคำนี้อย่างเดียวเลยอ่ะ แล้วก็เลยได้ไปถ่ายที่ปรารถนาวนาลัยนะคะ แล้วก็ได้เครื่องประดับของบิวตี้ เจมส์ ก็ต้องขอบคุณมากๆ เพราะว่าพี่ปลาจัดให้ทุกอย่าง เพราะว่ารู้อย่างเดียวว่า หมอปลายพูดคำว่าไม่รู้อะไรเลย (หัวเราะ)
พอวันหนึ่งที่ต้องรู้ว่าเราต้องเป็นเจ้าสาว มันมีความคิดมั้ยว่าอยากเป็นในรูปแบบไหน หรืออยากมีอะไร?
หมอปลาย: ไม่มีอ่ะค่ะ เพราะว่ามีความรู้สึกว่า ชวนคนมางานวันนี้ อยากให้มางานบวงสรวง (หัวเราะ) คือความรู้สึกเป็นงานแต่งงานที่ดีมาก ธีมบวงสรวง แล้วก็เอาทีมมโนราห์ที่รับครูมารำ เพราะว่าเราต้องบอกบรรพบุรุษ ก็เลยมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ เดี๋ยวจะบวงสรวงกี่โมง มโนราห์จะมาทันมั้ย ตั๋วมโนราห์โดนเลื่อน ทีนี้เลื่อนของตัวเองก็ลืมแหละ
แล้วมันจะแตกต่างแต่งงานทั่วไปยังไง มีทั้งบวงสรวงด้วย มีทั้งมโนราห์ด้วย?
หมอปลาย: ใช่ ก็เลยยังงงๆ อยู่ (หัวเราะ)
พัณวา: ผมว่าพี่เข้ามาได้ยิน ได้กลิ่นควันธูป ก็แตกต่างแล้วล่ะครับ (ธีมใหม่เหรอ?) ธีมใหม่ ธีมใหม่ของการแต่งงาน (หัวเราะ)
คำมั่นสัญญาทั้งคู่ที่จะให้กันหลังจากนี้ยังไงบ้าง?
พัณวา: อ๋อ ผมคือลึกๆ ผมไม่ทิ้งอ่ะครับ อะ แค่นั้นเองฮะ ทุกข์ทั้งสุขก็ไม่ทิ้ง ส่วนการสร้างฐานะสร้างอะไร เขาเก่งอยู่แล้ว แต่เราแค่ไปเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาดดีกว่าครับ
หมอปลาย: ก็อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ค่ะ แก่ไปด้วยกันค่ะ
เรื่องทายาทจะแพลนยังไงบ้างหลังจากนี้?
หมอปลาย: กำลังหาวิธีอยู่ (หัวเราะ) เพราะว่าอายุมันเริ่มเยอะแล้ว ก็คิดว่าคงจะไม่น่าจะมีธรรมชาติได้ ก็ต้องไปปรึกษาหมอ
พัณวา: คือตัวเขาทำงานเยอะครับ คนทำงานเยอะเขาก็ค่อนข้างจะเซนซิทีฟนิดนึงในการที่จะมีลูก เพราะฉะนั้นเราต้องปรึกษาหมอ ทั้งหมอ ทั้งอาหารเสริม จัดเต็มหมดนะครับ
แล้วถ้าเกิดเราต้องเลือกศาสตร์ก่อน เราเอาศาสตร์ไหน ระหว่างศาสตร์วิทยาศาสตร์ หรือศาสตร์ที่เราถนัด?
หมอปลาย: เราจะไปควบคู่กัน (หัวเราะ) เพราะว่าตอนนี้ถามหมอ หมอ SLE บอกว่า คุณจะไปบนอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องมาตรวจกับหมอก่อน เพราะว่าอาจจะมีเชื้ออะไรบางอย่างที่แบบว่า ถ้ามีน้องออกมาแล้ว เขาอาจจะได้รับเชื้อค่ะ ก็เลย โอเค ยังไม่มูมาก เดี๋ยวรอผลจากคุณหมอ แล้วค่อยไปมู แล้วค่อยไปพบแพทย์ที่อื่นค่ะ
แสดงว่ามันก็เป็นความกังวลของเรา 2 คนในการมีทายาท?
หมอปลาย: ก็มีบ้าง เพิ่งมากลายเป็นความกังวลในชีวิตไปเนาะ ไปทำให้ทุกคนท้องมากี่คู่ จนแบบมีลูกมีอะไรแล้วอ่ะ แล้วก็มาถึงเรา เรามีความรู้สึกว่า เราไม่น่าจะมีแล้วอ่ะค่ะ พอมาถึงแล้วแบบ เออ เข้าใจแล้ว คนที่อยากมีลูกมันทรมาน
ตัวหมอปลายมีภาวะมีลูกยาก?
หมอปลาย: ไม่เคยเลยค่ะ (หรือว่ามีมีโรคประจำตัว มี SLE?) ใช่ค่ะ ก็คือเป็นแพ้ภูมิตัวเอง (ส่วนผู้ชายก็คือแข็งแรง?) แข็งแรงค่ะ (หัวเราะ)
หมอปลาย: ก็อยากปล่อยค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าแบบ เราไม่สบายอ่ะ อยากให้ลูกแข็งแรงดีกว่า ก็คือต้องรอเช็กกับหมอก่อนว่าเป็นยังไงก่อน
แล้วถ้าในแง่ของศาสตร์ที่เราถนัด?
หมอปลาย: ก็คือเรื่องของการบนนี่แหละค่ะ บนแล้วก็ทำอะไรอย่างงี้ เราทำให้คนอื่นได้ เราต้องทำให้ตัวเองได้สิ ก็มีคิดอยู่เหมือนกัน เราต้องทำให้ได้
พัณวา: ทำได้ครับ ทำได้ ธรรมชาติ
อันนี้คือตั้งเป้าไว้สักกี่คน?
หมอปลาย: กี่คนดีคะ (หัวเราะ) ขอมีคนแรกก่อนค่ะ (8 ไหม?) นี่ มีคนยุแล้ว 8
พัณวา: มีคุยๆ อยู่นะ
มาถึงสินสอด พอพูดออกไปฮือฮาเลย ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
พัณวา: เงินสด ทอง แหวน
เงินสด 5 ล้าน โอเค เข้าใจได้ แต่ทองคำ 500 บาท มันค่อนข้างปริมาณมาก ตัวเลขที่ใช้เลข 5 เป็นหลัก อะไรยังไง?
พัณวา: มันมีความสุขมั้งฮะ (หัวเราะ) น่าจะประมาณนี้
แสดงว่ามองว่ามันไม่ได้เป็นอะไรที่มากไป?
พัณวา: ผมว่าเงินทองมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การใช้ชีวิตหลังจากนี้มากกว่า เพราะเงินมีได้ก็หมดได้ ผมว่าการจัดระเบียบชีวิตหลังจากแต่งงาน หลังจากเป็นเนื้อคู่กันแล้วเนี่ยครับ มันจะทำยังไงต่อ ส่วนสินสอดก็เป็นเรื่องฮือฮากันในสังคมโซเชียลอะไรพวกเนี้ยครับ เอามาจากไหน เป็นยังไงอะไรพวกเนี้ยครับ ก็เป็นเรื่องปกติที่ผมกับคุณปลายน่าจะเตรียมใจตั้งรับกันอยู่แล้ว
ตื่นเต้นมั้ยเขาเปิดวาร์ป?
พัณวา: ก็ตื่นเต้น แต่ตื่นเต้นกับงานแต่งวันนี้มากกว่า
เจ้าสาวก็ตื่นแต่เช้าเลย ตื่นเต้นเหมือนกัน?
พัณวา: ไม่ใช่ตื่นเช้า ตื่นตั้งแต่ตี 3 ยังไม่ได้นอน
แพลนฮันนีมูนต่างๆ จากนี้ไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ไหนยังไง?
หมอปลาย: ทำงานวันที่ 20
พัณวา: 20 ผมไปอีกประเทศหนึ่ง เขาก็ไปอีกประเทศ (มีเวลาทำ?) อันนั้นจัดได้พี่
หลังจากนี้วางแผนยังไงกับชีวิตครอบครัว เพราะเป็นสามีภรรยาเต็มตัวแล้ว?
หมอปลาย: ก็ว่าจะทำธุรกิจร่วมกันด้วย จะได้มีเวลาด้วยกันมากขึ้น
พัณวา: ต้องร่วมกัน ถึงมันจะมีเวลา
หมอปลาย: ไม่งั้นก็ไปทาง พี่เขาก็ไปทาง
เวลาอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่ได้เป็นหมอปลายเนี่ย เป็นปลายปกติ เขาเป็นแม่บ้านยังไง?
พัณวา: ผมว่าเขาก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งนะที่ปกติ
หมอปลาย: ปกติเหรอ (หัวเราะ)
พัณวา: เพราะว่าสังคมข้างนอก เขามองเป็นภาพออกสื่อ มันคนละบริบท คนละลักษณะนิสัยด้วยครับ เพราะว่าเขาเป็นเฟรนด์ลี่มาก แต่นี้ก็อยู่ปกติมาก แล้วก็อารมณ์ขึ้น อารมณ์ลง อารมณ์มาสั้น อารมณ์ยาว ก็ปกติหมด เพียงแต่ว่า เราต้องทนหน่อย
พัณวา: ขี้งอน ผู้หญิงถ้าไม่งอน ไม่ใช่ผู้หญิง (ยิ้ม)
แล้วมีความเป็นแม่บ้านแม่เรือน?
พัณวา: เขาดูแลผมดีมาก (แล้วอ้อนมั้ย?) อ้อนมั้ยฮะ ถ้ามาแบบอ้อนชุดใหญ่เลย เขามีโมเมนต์อะไรนะ เขาเรียกที่อะไรนะ ที่เราเรียกกันอ่ะ มุ้งมิ้งๆ
แสดงว่ามีสรรพนามเรียก?
พัณวา: คือเรื่องศัพท์เนี่ยผมโดนบ่อย เพราะว่าผมค่อนข้างจะใช้ศัพท์โบราณ เขาบอกโอ๊ย จะพูดแบบศัพท์นี้ได้ยังไง สมัยพ่อขุนรามคำแหง
หมอปลาย: เขาเรียกหนูว่า ยายบ๊อง (แล้วเราเรียกเขาว่าอะไร?) ตาบ๊อง
พัณวา: พอๆ กัน ศีลเสมอกัน
แล้วตัวหมอปลายเองหลังจากนี้จะยังไง?
หมอปลาย: ก็คงดูน้อยลง แต่ว่าเน้นทำธุรกิจมากขึ้น (เหมือนจะเฟดจากงานดูดวงหรือเปล่า?) ก็ยังทำอยู่ แต่อาจจะน้อยลงหน่อยค่ะ
พัณวา: จัดระเบียบเวลา
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
令人惊喜的是,著名占星家纳瓦拉查·皮尼罗卡科恩(Nawaracha Pinijrokakorn,又名莫·普莱·普拉克拉西普 Mor Plai Praykrasip)与INTV电视台高管潘瓦·普拉西瑟特(Panwa Prasitserth)喜结连理。2026年9月18日星期五上午,这对新人在查金玛塔神社举行了祝福仪式和婚礼,随后于下午2点接受了媒体采访。
您是在问今天的婚礼吗?
普莱医生:你们可能很惊讶吧?突然宣布这样的消息?其实我们已经准备了一段时间了。我们一直在寻找吉日,到了年底,特别是18号那天,因为那天也是象头神伽内什的节日,我们举行了一个仪式。不知道你们有没有赶上,我们向伽内什、湿婆、梵天和毗湿奴祈祷,同时也算是祭拜祖先。我们还举行了房屋祈福仪式。
普莱医生:就像闪电一样(笑)。没有什么特别的原因。(大家不知道我们恋爱了吗?)是的,没错。我们不太喜欢公开谈论这件事。
很多人似乎对“闪电”这个词感到害怕?
普莱医生:是的,就像一道闪电划过(笑)。没什么特别的,一切正常。但是,到了这个年纪……嗯,重点是,我现在35岁了,我一直在想,如果我再等下去,可能就不能生育了。
那是否意味着婚礼日期和时间都选对了?
普莱医生:是的。(阎罗王同意了吗?)我想他得同意才行。(笑)既然是他帮我找到的,我就得稍微安排一下。
但我今天有没有告诉过你,我要谈谈实际操作方面的事情?
普莱医生:在确定吉日之前,我已经把所有事情都告诉他们了。我解释了一切,并确保仪式顺利进行。
他们俩是怎么认识的?
普莱医生:我一开始还有点懵,因为我们是在柬埔寨认识的,当时我在那里工作。我没认出他。后来我们在老挝又碰面了,我还是没认出他。不过我们一起上了个访谈节目,他认出了我,但我却不记得了。我们聊了会儿天,互相传递麦克风什么的。
我记性不好,所以经常会想:“哦,这个人话很多。”比如,“这个人叫潘瓦,话很多。”我就把这些信息记下来。举个例子,如果我出国出差,我就会想:“好,我们可以一起做生意。我们肯定能做好,而且会相处融洽。”然后我们就会安排一次会面讨论工作。结果我却被训了一顿。我迟到了。我去给P'A录节目,我们约好下午6点见面,结果我晚上10点才到!(笑)我活该被训,对吧?(微笑)所以我记得那天……嗯,我被吼了。
潘瓦:我没骂人。(笑)
普莱医生:他没骂人,只是餐厅里特别吵。然后大家都开始喊“普莱医生!普莱医生!”。他根本没看到身后的人在喊我。感觉就像有人在骂他,好像有人在冲他大喊大叫。但我知道我误会了。之后我们聊了聊,那天我挺同情他的。从那以后,我们一直保持联系。
潘瓦:我们反复讨论,直到取得好的结果。
这段关系是谁先开始的?“调情”这个词是什么时候开始使用的?
潘瓦:没有开始,就这么自然而然地发展起来了。我们一直聊天,分享彼此的喜怒哀乐,相处融洽,所以渐渐地就变得很亲近了。
所以,从那时起我们就原谅他了?
潘瓦:他一到我就原谅他了,但他不知道。兄弟,最近怎么样?四个小时了!(笑)
那么,我们的关系是什么时候从同事变成了恋人呢?
普莱医生:嗯,他每天都来我家。
普莱博士:无论何时我们都必须交谈,否则工作就无法完成。我们必须交谈,所以我们就像每天都见面一样。
他来找我们算命了吗?
潘瓦:我也不信那些。我不迷信,也不相信什么运气之类的东西。
那么,阎王是什么时候第一次说这个人会喜欢我们的呢?
普莱医生:不,不过在会议开始前,有人提到了他的名字。但说实话,只提到了他的名字,没看到他的脸,因为我记不住别人的脸。(笑)
当你看到他的名字时,你是否有过任何怀疑,或者他就是你所描述的人?
普莱博士:嗯,我当时觉得她可以协助工作,成为一名优秀的顾问,但我从未想过这一天会到来。
潘瓦:一开始,我觉得他们是用来工作的。事情就是这样开始的。(微笑)(同事,不是生活伴侣?)大概就是这样。
你是什么时候开始觉得你对这个人的了解已经超越了同事关系?
潘瓦:一切都是水到渠成。时机正好,我们聊了很多,关系也越来越亲密。最终,我把心交给了他,他也把心交给了我。
我们知道他/她何时将心交给我们吗?
普莱医生:你们都知道那段时间有多难熬,对吧?就是那件事发生的时候,我情绪低落的时候……我们正是在那段时间认识的,他们会倾听我所有的抱怨。
如果我们的合伙人是医生,我们一开始会有什么感受?
潘瓦:一开始感觉有点奇怪,因为我们不太迷信。但我并没有因为他是否迷信就评判他,而是看他的人品。他很努力,给了我很多人生经验。我们自认为很努力,但他比我们更努力,所以我从他身上学到了很多。
他知道我们在跟他调情吗?但他观察力很强。我们害怕吗?
潘瓦:我每天都感到害怕。直觉、鬼魂,所有的一切……都在那里。如果我不害怕,那我才奇怪呢。
但他说,在他接触过的所有人中,我们是最不害怕的?
潘瓦:我想是因为你必须勇敢,哥哥/姐姐。如果你想追求她,你就必须勇敢。
我们看过星座运势了吗?
普莱医生:我不查。我不是那种喜欢查证的人。我更喜欢顺其自然。
潘瓦:是的,这很自然。
我该怎么做才能让他安心,我的意思是,让他感到自在,告诉他不要害怕我,如果我们真的成为一对,我只是个普通人?
普莱医生:看来他们现在不害怕了,是吧?(笑)
潘瓦:我还是有点害怕(笑)。害怕被骂。开玩笑啦。
潘瓦:不,她们大多是上班族,尤其是职业女性。她们从不停止工作。我们必须鼓励她们,照顾她们。我认为满足她们的需求是一件好事。
浪漫的时刻是什么样的?我无法想象普莱医生会是什么样子?
潘瓦:不,这是我们两个不能讨论的问题——我们为什么会成为情侣?(你们还没谈过什么时候成为情侣的事吗?)没错,还没深入到那个程度。
普莱医生:没那么糟糕。
除了在家开工作会议之外,我们还会约会吗?
潘瓦:(转身问普莱医生)有吗?(比如在其他省份?)有的。
普莱医生:我们先通了电话,然后坐在这里谈工作,之后就去街尾的小摊吃粥了。听起来像是在街尾小摊约会。(笑)
如果你问我们交往和一起旅行了多久,大约有多少年?
新娘最让你印象深刻的是什么?
潘瓦:我认为她是职业女性的榜样,她不仅能赚钱,还能提供人生建议。因为她的工作不仅仅是算命,更是指导他人的人生。而且有时候,你会看到人们听了她的建议后,生活真的有所改善。
起初,我们其实并不相信这个人,但我们相信那些和他接触过、并告诉我们他医术高明的人。你很少会听到有人说:“看完这位医生之后,我到底做了什么?”而且,来找他看病的人也分很广,从最底层到最高层都有。至于他的外表,如果你见到他本人,通常会看到他穿着短裤和T恤。他平易近人,而且服务范围遍及全国各地,你就会遇到这样的人。
例如,当旅行团参观一座山时,我们如何鼓励他们?
潘瓦:我觉得待在他们身边最好。留在他们身边,不抛弃他们,不疏远他们。鼓励不一定要用言语表达,行动也能体现。如果我们真心待他们,就不应该抛弃他们,仅此而已。总有一天,你们会看到,我们会结婚的!(微笑)
普莱医生梦想中的新娘生活是怎样的?
普莱医生:绝对没有。我根本没想过这些。比如,有人跟我说“我以后想穿婚纱”,或者“我在想婚纱照在哪里拍”,诸如此类。还有,Finale 的 P' Pla 问我有没有想好主题,我说“没有”。
当被问到想买什么衣服时,我说:“我没有。摄影师P'Pla帮我安排什么就行。” 我就说了这么一句。结果,我们最后就在Prarthana Wanalai拍了照。我还从Beauty Gems买了首饰,非常感谢他们,因为P'Pla安排了一切。我唯一知道的就是Pla医生说她什么都不知道。(笑)
当你知道自己即将成为新娘的那一天到来时,你有没有想过自己想成为什么样的新娘,或者想要拥有什么样的婚礼?
普莱医生:不,因为我觉得,我邀请大家来参加今天的活动,是希望他们能来参加祈福仪式(笑)。感觉就像一场盛大的婚礼,但主题是祈福仪式,我们还请来了马诺拉舞蹈团,他们还聘请了老师来表演,因为我们需要祭拜祖先。所以我当时就在想,“祈福仪式几点开始?马诺拉舞蹈团能准时到吗?马诺拉的票都延期了。”然后,我甚至都忘了我自己也延期了。
它与普通婚礼有何不同?它包含宗教仪式和马诺拉舞吗?
普莱医生:是啊,所以我现在还有点困惑。(笑)
潘瓦:我觉得如果你进来听听,闻闻香,就会觉得不一样了。(新的主题?)新的主题,婚礼的新主题!(笑)
此后他们会彼此许下怎样的承诺?
潘瓦:哦,说到底,我不会离开她的。就是这样。无论快乐还是悲伤,我都不会抛弃她。至于她们的未来经济规划等等,她们本来就有能力做到,所以我们只需要弥补她们的不足。
普莱医生:我们会永远在一起,一起慢慢变老。
你之后有什么生育计划?
普莱医生:我还在想办法(笑),因为我年纪大了,所以我觉得不会自然而然地发生。我得咨询一下医生。
潘瓦:他工作很忙。工作忙的人往往对生孩子比较敏感。所以我们咨询了医生,也在研究一些营养补充剂——我们正在竭尽全力。
如果我们必须首先选择一个研究领域,我们会选择科学本身还是我们擅长的领域?
普莱医生:我们会两边都做(笑)。因为我问过一位系统性红斑狼疮专家,他说光靠祭祀是不够的。必须先去看医生,因为可能存在某种感染,如果孩子出生,可能会通过其他途径传染。所以,好吧,我暂时不会太依赖这些仪式。我会等医生的检查结果,然后再考虑祭祀和去看另一位医生。
所以,这是否意味着我们俩都对生孩子这件事感到担忧?
普莱医生:嗯,这种情况确实发生过几次。只是最近才开始让我感到担忧。我帮助过很多夫妇怀孕,甚至帮助他们生了孩子。然后,这种想法突然出现在我身上。我感觉自己不应该再要孩子了。当这种想法真正发生之后,我才明白。对于想要孩子的人来说,这确实很痛苦。
这位医生是否难以受孕?
普莱医生:从来没有。(或者您有慢性疾病,比如系统性红斑狼疮?)是的,那是一种自身免疫性疾病。(这个人身体健康吗?)他很健康。(笑)
普莱医生:我很想试试,但我不太确定……我感觉不太舒服,我希望我的宝宝健康。所以,我得先等等,先咨询一下医生,看看情况如何。
那么,就我们的专业领域而言呢?
普莱医生:这关乎许下誓言。你许下誓言,然后去做类似的事情。我们能为别人这样做,所以我们也应该能为自己这样做。我一直在思考这个问题。我们必须这样做。
潘瓦:是的,有可能。这是很自然的。
你的目标人数是多少?
普莱博士:多少个?(笑)那就从第一个开始吧。(8个怎么样?)已经有人怂恿我选8个了。
潘瓦:我一直在和某人说话。
提到嫁妆,引起了不小的轰动。嫁妆究竟包含哪些内容呢?
Phanwa:现金、黄金、戒指。
五百万泰铢现金,好吧,我能理解。但是价值五百泰铢的黄金,那可是一笔巨款。反复使用数字“5”……这有什么特别的含义吗?
潘瓦:我觉得它应该是高兴的。(笑)大概是这样吧。
那是不是意味着你觉得这不算过分?
潘瓦:我觉得钱是另一回事。更重要的是婚后的生活,因为钱财来来去去。我认为,婚后,成为彼此的灵魂伴侣之后,如何安排好生活才是我们真正需要考虑的。至于嫁妆,这在社交媒体上是个热门话题——它的来源、运作方式等等。我和普莱应该为此做好准备。
你是不是很兴奋他公开了自己的身份?
潘瓦:我很兴奋,但我更兴奋的是今天的婚礼。
新娘也起得很早。她很兴奋,不是吗?
潘瓦:我不是起得早,我是凌晨三点就醒了,到现在还没睡。
你们未来的蜜月计划是什么?打算去哪里放松身心,又计划做些什么呢?
普莱博士:正在研究20号。
潘瓦:我20岁的时候去了一个国家,他去了另一个国家。(你有时间去吗?)我们可以安排一下,兄弟。
既然你们正式成为夫妻,对家庭生活有什么计划?
普莱博士:我们也在考虑一起创业,这样我们就可以有更多的时间在一起。
潘瓦:即使有时间,我们也必须一起工作。
普莱医生:否则,你走一条路,他就会走另一条路。
当他们在一起时,如果她不是普莱医生,而只是普通的普莱,那么她作为家庭主妇是什么样的呢?
潘瓦:我觉得她只是个普通女人。
普莱医生:这正常吗?(笑)
潘瓦:因为外界看到的只是媒体塑造的形象。现实情况不同,他本人也是另一个人。他很友善,也很普通。他的情绪会有波动,时而情绪爆发,时而情绪低落——一切都很正常。我们只需要多一些耐心。
潘瓦:很容易生闷气。不生闷气的女人算不上女人。(微笑)
那么家务技能呢?
潘瓦:他真的很照顾我。(他会不会很黏人?)他会不会很黏人?如果他太黏人的话,他会有那种时候……他叫我什么来着……我们彼此称呼的方式……很可爱很甜蜜。
那是不是意味着会使用代词来称呼某人?
潘瓦:我经常被问到词汇方面的问题,因为我倾向于使用古老的词汇。人们会说:“哦,你怎么能这样说话?那可是兰甘亨国王时代的语言啊!”
普莱医生:他们都叫我“邦奶奶”(那我们怎么称呼他们呢?)“邦爷爷”
潘瓦:他们差不多。他们的道德观也一样。
此后普莱博士本人将会面临怎样的境遇?
普莱医生:我可能会减少算命次数,把更多精力放在生意上。(这算是逐渐淡出算命行业吗?)我还会继续做,但频率可能会降低。
潘瓦:安排好你的时间。
点击阅读更多娱乐新闻。