“สภาพอากาศ” โจทย์ที่ท้าทาย“天气”是一个棘手的问题。
คอลัมน์ Sustainable Together สัปดาห์นี้ ขอพาไปรับฟัง การสัมมนาหัวข้อ “THRIVE THROUGH SUSTAINABILITY–PATHWAY TO IFRS SUSTAINABILITY DISCLOSURE” หรือการเติบโตด้วยความยั่งยืน

“สภาพอากาศ” โจทย์ที่ท้าทาย
คอลัมน์ Sustainable Together สัปดาห์นี้ ขอพาไปรับฟัง การสัมมนาหัวข้อ “THRIVE THROUGH SUSTAINABILITY–PATHWAY TO IFRS SUSTAINABILITY DISCLOSURE” หรือการเติบโตด้วยความยั่งยืน เส้นทางสู่การเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน IFRS
ที่จัดขึ้นโดยบริษัท โล–คาร์บ จำกัด (LO–CARB) ร่วมกับ IFRS Foundation (องค์กรกำหนดมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ IFRS Foundation หรือ IFRS ได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยให้ก้าวข้ามจากการทำความยั่งยืนในรูปแบบเดิม ไปสู่การใช้ข้อมูลความยั่งยืน และสภาพภูมิอากาศ เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการตัดสินใจทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนตลาดทุนระดับโลก
น.ส.ณิชาภัทร รัตนประภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท โล–คาร์บ จำกัด อธิบายว่า จากนี้ไปผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนมุมมองความยั่งยืนไปสู่การเติบโตของธุรกิจ เพราะความยั่งยืนในปัจจุบันไม่ได้เป็นเรื่องที่แยกออกจากการดำเนินธุรกิจอีกต่อไป และไม่ใช่แค่การลดต้นทุน (Cost Reduction) หรือการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง และการสร้างมูลค่าระยะยาว (Business Growth)
ทั้งนี้ บริษัทได้มีส่วนในการผลักดันภาคธุรกิจประเทศไทยให้ยกระดับ การเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (Sustainable Together) ตามมาตรฐานสากล โดยได้เป็นพันธมิตรด้านความยั่งยืนของ IFRS เป็นรายแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นตัวกลางการให้ข้อมูลของบริษัทต่างๆให้มีหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน เปรียบเทียบกันได้ทั่วโลก
“เพราะกฎเกณฑ์ของธุรกิจระดับโลก ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการของแต่ละประเทศ ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด กติกาการค้า และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ที่มีผลต่อธุรกิจโดยตรงมากขึ้น ทำให้โจทย์ของธุรกิจของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงทำรายงานแนวทาง การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ให้ครบ แต่ต้องนำข้อมูลความยั่งยืนมาใช้วางกลยุทธ์ ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจทางธุรกิจได้จริง”
หนึ่งในมาตรฐานสำคัญ คือการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน (IFRS Sustainability Disclosure Standards) โดยมีคณะกรรมการ มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระหว่างประเทศ (ISSB) เป็นผู้พัฒนามาตรฐานดังกล่าว โดยเฉพาะ IFRS S1 และ IFRS S2 หมายถึง การเน้นข้อมูลความเสี่ยงและโอกาส ด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศ ที่มีความสำคัญต่อนักลงทุน ดังนั้น การทำงานร่วมกับ IFRS จึงเป็นการเตรียมองค์กรของประเทศไทย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้สามารถสื่อสารกับนักลงทุนทั่วโลกด้วยภาษากลาง ให้นักลงทุน เห็นทั้งผลประกอบการ ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ แผนรับมือ และศักยภาพการเติบโต
เช่น การรายงานตามกรอบ IFRS ที่เน้นข้อมูลที่มีนัยสำคัญทางการเงิน ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุน ปัจจุบันมีกลุ่มนักลงทุน ที่บริหารสินทรัพย์รวมกว่า 54 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนมาตรฐานนี้ สอดคล้องกับผลวิจัยในประเทศแคนาดาที่พบว่า บริษัทจดทะเบียนที่เปิดเผยความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ มีสัดส่วนนักลงทุนสถาบันต่างชาติเข้าถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 24%และประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเริ่มจัดทำรายงานตามเงื่อนไข IFRS ในปีหน้า
“การเข้าสู่ IFRS Sustainability Disclosure Standards ในปี 2570 ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการทำตามข้อกำหนด แต่เป็นเสมือน Passport (หนังสือเดินทาง) ในการเชื่อมโยงข้อมูล ความยั่งยืน ความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศ และกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อปลดล็อกโอกาสและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจไทยในตลาดทุนโลก”.
อ่าน " คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ " ทั้งหมดที่นี่
“天气”是一个棘手的问题。
本周的“携手共进”专栏将带您参加一个关于“通过可持续发展蓬勃发展——通往 IFRS 可持续发展披露之路”或可持续增长的研讨会:通往按照 IFRS 标准披露信息之路。
本次活动由LO-CARB有限公司与国际财务报告准则基金会(IFRS基金会)合作举办,标志着IFRS基金会或IFRS首次与泰国私营部门开展合作。其目标是推动泰国企业超越传统的可持续发展实践,将可持续发展和气候数据作为战略工具,用于商业决策,并提升其在全球资本市场的竞争力。
Low-Carb有限公司总经理Nichapat Rattanaprapat女士解释说,从现在开始,企业家必须转变对可持续发展的看法,将其视为业务增长的一部分。可持续发展不再与业务运营相分离,也不仅仅是降低成本或合规,而是风险管理和创造长期价值(业务增长)不可或缺的一部分。
此外,该公司还积极推动泰国商业界将其可持续发展信息披露(Sustainable Together)升级至国际标准,成为泰国首家国际财务报告准则(IFRS)可持续发展合作伙伴。此举旨在为企业提供全球标准化、可比的信息。
“由于全球商业法规要求各国企业家应对不断变化的市场、贸易规则和气候风险,这些风险对企业的影响更为直接,因此,泰国企业面临的挑战不仅在于编制充分考虑环境、社会和治理 (ESG) 三个方面的商业实践报告,还在于利用可持续性数据来制定战略、评估风险并做出真正的商业决策。”
其中一项关键标准是由国际可持续发展信息披露标准理事会 (ISSB) 制定的国际可持续发展信息披露标准联盟 (IFRS)。具体而言,IFRS S1 和 IFRS S2 强调有关可持续发展以及气候风险和机遇的信息,这对投资者至关重要。因此,采用 IFRS 对于泰国企业提升竞争力、使其能够使用通用语言与全球投资者沟通、展示财务业绩、气候风险、缓解计划和增长潜力至关重要。
例如,以强调财务重要性信息的国际财务报告准则(IFRS)框架下的报告工作已经影响了投资者的决策。目前,管理着超过54万亿美元资产的投资者群体支持这一准则。这与加拿大的一项研究结果相符,该研究发现,披露气候风险的上市公司的外国机构投资者持股比例增加了24%。泰国是明年必须开始按照IFRS要求编制报告的国家之一。
“2027 年采用 IFRS 可持续发展披露标准不仅仅是为了合规,更是一张通行证,它将可持续发展信息、气候风险和商业战略联系起来,从而释放机遇,推动泰国企业在全球资本市场的发展。”
点击此处阅读《泰叻报》所有专栏文章。