รวบเจ้าอาวาส พระลูกวัด ใช้เงินกิจนิมนต์ซื้อยาบ้าเสพ ยึดเกือบ 200 เม็ด一名方丈和一名寺庙僧侣因使用宗教仪式所得的钱购买冰毒而被捕;警方缴获了近 200 粒冰毒药丸。
เจ้าหน้าที่ขยายผลรวบเจ้าอาวาส พระลูกวัด รวม 3 รูป ที่บุรีรัมย์ นำเงินกิจนิมนต์ที่ได้มาจากญาติโยม สั่งซื้อยาบ้ามาแบ่งกันเสพ ยึดเกือบ 200 เม็ด คุมตัวสึก ดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ขยายผลรวบเจ้าอาวาส พระลูกวัด รวม 3 รูป ที่บุรีรัมย์ นำเงินกิจนิมนต์ที่ได้มาจากญาติโยม สั่งซื้อยาบ้ามาแบ่งกันเสพ ยึดเกือบ 200 เม็ด คุมตัวสึก ดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2569 พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล รอง ผกก.หัวหน้า ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ นำกำลังตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ ชปส.กก.ตชด. 21, ชปส.ร้อย ตชด.215, ชปส.ร้อย ตชด.216, ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองบุรีรัมย์, เจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน., เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยปราบปรามยาเสพติด ขกท.ศปก.ทบ.(นฝด.22,ขกท.กกล.สุรนารี) และเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 26 เปิดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด จับกุมพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้ารวม 184 เม็ด ก่อนขยายผลไปยังพระอีกรูปในพื้นที่ อ.พุทไธสง และเจ้าอาวาสวัดใน อ.ประโคนชัย
ปฏิบัติการเริ่มจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีการนัดส่งมอบยาเสพติดในพื้นที่รอยต่อ อ.คูเมือง กับ อ.พุทไธสง ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำมูล จึงติดตามรถยนต์เก๋งสีดำต้องสงสัย ซึ่งขับฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรหลายจุด ก่อนติดตามเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร จนรถมาจอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกบ้านหนองกุง ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ
พบผู้โดยสารภายในรถ เป็นพระสงฆ์ 2 รูป คือ พระตั้ง หรือนายกิตติศักดิ์ อายุ 31 ปี และ พระเพียว หรือนายวชิรวิทย์ อายุ 22 ปี ขณะตรวจสอบ พระตั้ง ทำยาบ้า 10 เม็ดที่บรรจุในถุงซิปหล่นลงบนพื้น เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นเพิ่มเติม พบยาบ้าอีก 89 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในอังสะ และอีก 82 เม็ด ซุกอยู่บริเวณใต้พรมคอนโซลรถ รวมของกลางในรถและตัวพระทั้งสอง 181 เม็ด
จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของพระตั้ง เจ้าหน้าที่พบข้อความสนทนา คลิปเสียง และหลักฐานการโอนเงินเกี่ยวกับการซื้อยาบ้า โดยมีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงพระอีกวัดหนึ่งใน อ.พุทไธสง รวมถึงเจ้าอาวาสวัดที่พระตั้งจำพรรษาอยู่ จึงขยายผลทันที
จากนั้นเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังวัดสุวรรณนาราม ต.บ้านเป้า อ.พุทไธสง พบ พระปลาย หรือนายยุทธนา อายุ 27 ปี กำลังออกบิณฑบาต จึงรอเข้าตรวจสอบ โดยพระปลายยอมรับว่า เป็นผู้ติดต่อซื้อยาบ้าจากวัยรุ่นในหมู่บ้าน จำนวน 1 ถุง ราคา 3,800 บาท เพื่อนำมาส่งให้พระตั้ง
พระปลายยังให้ข้อมูลว่า หลังส่งมอบยาให้พระตั้ง ได้รับยาบ้าจำนวน 5 เม็ด ก่อนนำไปเสพร่วมกับพระลูกวัดอีกรูป เหลือ 2 เม็ด ซุกไว้ในกล่องโทรศัพท์ภายในกุฏิ พร้อมอุปกรณ์การเสพยา เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่นิมนต์พระที่เกี่ยวข้องไปทำการสึก และขยายผลไปยัง พระตั้ม หรือพระพิพัฒน์ อายุ 32 ปี เจ้าอาวาสหรือเจ้าสำนักสงฆ์วัดป่าหนองหิน ต.ปังกู อ.ประโคนชัย ซึ่งจากการตรวจปัสสาวะพบผลเป็นบวก
เบื้องต้นพระพิพัฒน์ พยายามปฏิเสธว่าไม่ได้เสพยาเสพติด ก่อนยอมรับว่าเสพยาบ้าครั้งล่าสุดประมาณ 2-3 วันก่อน และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อ จนเจ้าหน้าที่นำหลักฐานการสนทนาทางเฟซบุ๊กและหลักฐานการโอนเงินมาแสดง จึงยอมรับว่าเป็นผู้สั่งให้พระลูกวัดไปซื้อยาบ้ามาเสพภายในวัด
พระพิพัฒน์ให้การว่า บวชเข้าสู่พรรษาที่ 7 และเป็นทั้งเจ้าอาวาสและเจ้าสำนักสงฆ์ โดยภายในวัดมีพระอยู่ 4 รูป ก่อนหน้านี้เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก่อนบวช แต่เลิกไปแล้ว กระทั่งหลังบวชมีเด็กวัดที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้นำยาบ้ามาให้ลอง จึงกลับมาเสพอีก และเสพร่วมกับพระลูกวัดอีก 2 รูป
สำหรับการซื้อยาบ้าครั้งล่าสุด พระพิพัฒน์ระบุว่าให้พระตั้งและพระเพียวไปรับยาบ้าจำนวนประมาณ 200 เม็ด ราคา 3,800 บาท โดยใช้เงินที่ได้จากกิจนิมนต์และเงินทำบุญของชาวบ้าน เป็นค่าใช้จ่าย ส่วนยาบ้าที่ได้รับจริงมีจำนวนไม่ถึง 200 เม็ด และนำมาแบ่งกันเสพ
ระหว่างถูกสอบสวน พระพิพัฒน์ยังแสดงความเป็นห่วงว่า วันที่ 20 กันยายน 2569 วัดมีกำหนดจัดโครงการธรรมะสัญจรประจำปี มีการสวดมนต์ เจริญภาวนา และถวายภัตตาหารเช้าแก่คณะสงฆ์ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม แต่ขณะนี้จากพระทั้งหมด 4 รูป ถูกจับกุมไปแล้ว 3 รูป เหลือพระชราที่เพิ่งบวชได้เพียงไม่กี่วันเพียงรูปเดียว ซึ่งยังสวดมนต์ไม่คล่อง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมเร่งขยายผลติดตามกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.พุทไธสง ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดหายาบ้ามาจำหน่ายให้กับพระกลุ่มดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
武里南府当局逮捕了该寺住持及其他三名僧侣,罪名是挪用信众捐款购买并贩卖冰毒。警方缴获了近200粒冰毒。这些僧侣已被剥夺僧籍,并将面临法律诉讼。
2026年9月18日,武里南府警察局副局长兼禁毒部门负责人苏瓦·南蒙科尔中校率领联合边境巡逻警察第21分局禁毒部门、边境巡逻警察第215连禁毒部门、边境巡逻警察第216连禁毒部门、武里南市行政部门、国内安全行动指挥部(ISOC)军方人员、泰国皇家陆军禁毒部队(第22禁毒部队,苏拉纳里特遣队)军方人员以及第26游骑兵团特遣队军方人员开展了一次联合禁毒行动。他们逮捕了一名涉嫌在武里南府贩毒的僧侣,并缴获了184粒冰毒药丸。进一步调查导致普泰松县另一名僧人和帕空猜县一座寺庙的住持被捕。
行动起因是警方收到情报,称有人计划在库芒县和普泰松县交界处、靠近门河大桥附近进行毒品交易。随后,警方跟踪一辆可疑的黑色轿车,该车多次闯红灯,警方追捕超过40公里,最终在武里南府春赫街道农贡路口红灯处将其拦下。警员表明身份后,上前检查车辆。
车内有两名僧人:31岁的帕唐(Phra Tang,又名基提萨克先生)和22岁的帕菲(Phra Phiew,又名瓦奇拉维特先生)。检查过程中,帕唐从一个密封袋中掉落了10粒冰毒药丸。进一步搜查发现,他的僧袍里藏有89粒药丸,仪表盘地毯下还有82粒。警方在车内和两名僧人身上共查获181粒冰毒药丸。
警方检查该僧侣的手机后,发现了与购买冰毒相关的短信、录音和转账记录。这些信息将嫌疑人与佛泰松县一座寺庙的另一名僧侣以及该僧侣所住寺庙的住持联系起来,调查随即扩大范围。
随后,警员前往普泰颂县班宝街道的素万那拉姆寺,发现27岁的帕普莱(又名尤塔纳先生)正在托钵乞食。他们上前盘问,帕普莱承认联系了村里的一名少年,购买了一袋冰毒,价格为3800泰铢,准备交给另一位僧人。
僧人帕普莱还供述,他将毒品交给帕唐后,自己也收到了5粒冰毒药丸,并与寺庙里的另一位僧人一起服用。剩余的两粒药丸和一些吸毒用具被藏在他住所内的电话盒里。当局将这些物品作为证据没收。
随后,官员们传唤涉事僧侣解除僧籍,并将调查范围扩大到帕通寺(Phra Tum,又名帕皮帕 Phra Pipat),32 岁,他是巴空猜县邦库街道帕农欣寺的住持,他的尿检结果呈阳性。
起初,帕皮帕否认吸毒,但后来承认最近一次吸食冰毒是在两三天前。他起初否认下令吸食,但当官员出示脸书聊天记录和转账记录等证据后,他承认指示一名低僧购买冰毒供寺庙内使用。
帕皮帕作证说,他已出家七年,既是寺院的住持,也是寺院的负责人。寺院里有四位僧人。他出家前曾吸毒,但后来戒掉了。然而,出家后,一位之前被捕的寺院男孩给了他冰毒让他尝试,于是他又开始吸毒,并且还和寺院里的另外两位僧人一起吸食。
关于最近一次购买冰毒的事件,帕皮帕特(Phra Phiphat)表示,他指示帕唐(Phra Tang)和帕皮尤(Phra Phiew)用宗教仪式所得和村民捐款购买约200粒冰毒,总价3800泰铢。然而,他们实际收到的冰毒数量不足200粒,并将剩余的冰毒分给了彼此吸食。
调查期间,帕皮帕还表达了担忧,因为寺庙原定于2026年9月20日举行年度佛法推广活动,其中包括诵经、禅修以及为参与活动的僧侣提供早餐。然而,被捕的四名僧侣中,目前仍有三人在场,只剩下一名年长的僧侣,他受戒仅数日,诵经能力尚不熟练。
当局目前正准备扩大调查范围,追查佛泰松区涉嫌向僧侣提供冰毒的一群青少年,以便依法对他们提起诉讼。