“ยิ่งชีพ” iLaw ชี้พิรุธ กกต. มองพยายามตัดตอนคดีฮั้ว สว. โยงพรรคสีน้ำเงิน来自 iLaw 的“Yingcheep”指出选举委员会的行为可疑,暗示他们试图掩盖与蓝党有关的参议员串通案。
“ยิ่งชีพ” ไอลอว์ ชี้พิรุธ กกต. ตัดตอนคดีโยงภูมิใจไทย ลั่น หลักฐานเส้นเงิน-โทรศัพท์โยงชัด เปิดเอกสารกลับคำให้การพยาน 3 คนส่งหนังสือมาวันเดียวกัน ซ้ำอ้างถูกข่มขู่ แต่บอกไม่รู้จัก

“ยิ่งชีพ” ไอลอว์ ชี้พิรุธ กกต. ตัดตอนคดีโยงภูมิใจไทย ลั่น หลักฐานเส้นเงิน-โทรศัพท์โยงชัด เปิดเอกสารกลับคำให้การพยาน 3 คนส่งหนังสือมาวันเดียวกัน ซ้ำอ้างถูกข่มขู่ แต่บอกไม่รู้จัก
วันที่ 19 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 15.10 น. มีการจัด งานเสวนา “โกง สว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ” ที่โรงแรมแบงค็อก มิดทาวน์ ราชเทวี กทม. โดยช่วงหนึ่ง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ (iLaw) กล่าวว่า จากผู้ต้องหาทั้งหมด 229 คน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สั่งไม่ฟ้องจำนวนมาก แม้ว่า กกต. จะไม่ฟ้องผู้บริหาร หรือกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย แต่ที่สั่งฟ้องไปก็มีคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย
นายยิ่งชีพ ยังได้ยกตัวอย่างถึงกรณีข้อมูลเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้สมัคร สว.สุราษฎร์ธานี ที่มีบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นผู้ช่วย สส. ได้โอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. เพื่อให้เลือกบุคคลที่จะเป็น สว. โดยได้นำเงินมาจากบุคคลหนึ่งในพรรค โดยมี สส. เป็นผู้โอนเงินให้รวมทั้งหมด 38,000 บาท ซึ่งบุคคลดังกล่าวก็ได้โอนเงินต่อให้ผู้ช่วย สส. 2 ครั้ง รวมแล้ว 38,000 บาท โดย กกต. เชื่อว่ากระบวนการนี้คือการโกงจึงส่งฟ้อง แต่ไม่ฟ้อง สส.
นอกจากนี้เรายังมีคำให้การของพยานในคดีอีกราย ที่ระบุว่า ผู้ช่วย สส. ได้บอกว่า ให้ช่วย “นายหัว” ด้วย พร้อมตั้งคำถามว่าเจ้านายของคนที่เป็นผู้ช่วย สส. จะเป็นใครได้ แต่การที่ กกต. ฟ้องแค่นี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าพยายามตัดให้เหลือแค่ตัวเล็กๆ จะได้ไม่ต้องฟ้องพรรคภูมิใจไทย
นายยิ่งชีพ กล่าวต่อไปว่า ตนได้ฟัง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง อธิบายเกี่ยวกับพยานที่เกี่ยวข้องพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีทั้งหมด 4 คน คือ พยาน 16/26, พยาน 21/26, พยาน 22/26 และพยาน 25/26 ซึ่งนายณรงค์ ระบุว่า เป็นพยานที่ไม่น่าเชื่อถือและกลับคำให้การ ตนจึงขอนำรายละเอียดคำให้การของพยานทั้ง 4 คนมาเปิดเผย
จากนั้นเล่าถึงไทม์ไลน์การเข้ามาให้การของพยานทั้ง 4 คน ว่า ในวันที่พยาน 3 คนกลับคำให้การ ทั้ง 3 คนไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่เป็นการส่งหนังสือลงลายมือชื่อ ส่งมาในวันเดียวกัน พร้อมอธิบายว่า ในช่วงที่พยานคนหนึ่งไปให้คำให้การต่อ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 หรือ คณะอนุ 26 กกต. เป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 ขณะนั้นพรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลร่วมกัน ซึ่งหากจะบอกว่ามีการปั้นพยานเพื่อปรักปรำพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน เพราะทั้ง 3 พรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่ และพยานในเวลานั้น ก็ได้ย้ายสังกัดไปอยู่พรรคกล้าธรรม
ดังนั้น แรงจูงใจในการข่มขู่พยาน เป็นสิ่งที่มองเห็นไม่ชัด แต่พยานกลับคำให้การในวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพิ่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคกล้าธรรม ทิ้งพรรคเพื่อไทยไปอยู่กับนายอนุทิน ซึ่งหลังจากที่สีน้ำเงินขึ้นสู่อำนาจได้ไม่นาน พยานทั้ง 3 คนก็กลับคำให้การ ตกลงแรงจูงใจที่จะให้การเท็จ ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2568 หรือตุลาคม 2568 คิดว่าแรงจูงใจทางการเมืองในช่วงไหนจะทำให้เกิดการให้การเท็จมากกว่ากัน
นายยิ่งชีพ กล่าวต่อไปว่า วิธีการกลับคำให้การเป็นการพิมพ์เอกสารส่งมา เช่น ระบุว่า การให้การในตอนแรก มีชายไม่ทราบชื่อติดต่อมาข่มขู่ ส่วนพยานอีก 2 รายก็ระบุว่าถูกข่มขู่จากบุคคลไม่ทราบชื่อ จำลักษณะไม่ได้ว่าเป็นผู้ใด ตนจึงสงสัยว่าทำไมไม่ถามเขาว่าชื่ออะไร และการที่อยู่ๆ มีคนไม่ทราบชื่อมาข่มขู่ระดับคนที่เป็น สส.บ้านใหญ่ และเป็นพ่อตาของอดีตรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคหนึ่ง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า การข่มขู่และการกลับคำให้การนี้น่าเชื่อถือหรือไม่
ทั้งนี้ คำให้การของพยานไม่ใช่การพูดลอยๆ แต่มีหลักฐานประกอบ เพราะมีการระบุว่าขบวนการนี้เพิ่งไปรับเงินจากบุคคลหนึ่งที่มีการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่อยู่พรรคภูมิใจไทย และยังพบหลักฐานการโทรศัพท์หา สว.อย่างน้อย 19 คน รวมทั้งหมด 62 ครั้ง ภายใน 80 วัน ตนจึงไม่เชื่อว่าสิ่งที่พยานพูด ไม่ใช่การพูดลอยๆ นอกจากนี้นายเอกราช ก็ระบุว่ามีการโทรหาผู้ใหญ่คนหนึ่ง และในสำนวนก็ปรากฏหลักฐานในโทรศัพท์ ดังนั้นถ้าแบ็กไม่ใหญ่ก็คงไม่ได้คะแนนเยอะขนาดนี้ ดังนั้นการที่นายณรงค์ ระบุว่า คำให้การของพยานเชื่อถือไม่ได้ แต่เนื้อหาที่พยานอธิบายนั้นสอดคล้องกับข้อเท็จจริง และหลักฐาน รวมถึงการให้ปากคำของพยานคนอื่น.
iLaw律师事务所的Yingcheep指出,选举委员会在处理涉及泰自豪党的案件中存在违规行为,并声称资金转移和电话通话的证据清楚地表明该案与选举委员会有关。他披露的文件显示,三名证人在同一天提交的证词中推翻了之前的证词,他们声称受到威胁,但否认知晓这些威胁。
2026年9月19日下午3点10分,一场题为“参议院腐败:国家统治的开端”的研讨会在曼谷拉差贴威区的曼谷中城酒店举行。研讨会期间,互联网人民法律项目(iLaw)主任英奇普·阿查农先生指出,在229名被告中,选举委员会撤销了许多指控。虽然选举委员会没有起诉泰自豪党的高管或董事会成员,但许多被起诉的人都与该党有关联。
英奇普先生还举了素叻他尼府一群参议院候选人的财务往来案例。其中,一名国会议员的助理向一位参议院候选人转账,试图影响其当选。这笔总计3.8万泰铢的款项来自党内某位人士,由一位国会议员转交给该候选人。之后,这位议员又两次将剩余的3.8万泰铢转给了他的助理。选举委员会认为此过程构成舞弊,并提起诉讼,但并未起诉该国会议员。
此外,本案另一名证人的证词表明,该议员的助理曾指示他们帮助“老板”,这引发了人们对助理的“老板”究竟是谁的疑问。然而,选举委员会仅提出如此多的指控,表明其试图淡化此事,将其降级为无关紧要的小事,以免起诉泰自豪党。
英奇普先生进一步表示,他听取了选举委员会主席纳隆·克兰瓦林先生关于与泰自豪党有关的四名证人(证人编号分别为16/26、21/26、22/26和25/26)的解释。纳隆先生指出,这些证人不可信,并且已经撤回了他们的证词。因此,他请求允许公开所有四名证人的证词详情。
随后,对四名证人的证词时间线进行了解释,指出其中三名证人撤回证词的当天,他们并未亲自出庭,而是提交了签字信函。此外,还解释说,其中一名证人于2025年5月在中央调查委员会第26号(或选举委员会第26分委员会)作证。当时,泰自豪党、克拉坦党和为泰党均在联合政府中。因此,尚不清楚该证人是否是为了陷害泰自豪党而捏造的,因为这三个政党当时都在联合政府中,而且该证人当时已经转投克拉坦党。
因此,恐吓证人的动机并不明显。然而,证人在2025年10月29日撤回了证词,当时阿努廷·查恩维拉库刚刚就任总理,因为克拉坦党脱离为泰党转而支持阿努廷。蓝衫军上台后不久,这三名证人全部撤回了证词。那么,关于作伪证的动机,您认为在2025年5月至2025年10月期间,哪个时期作伪证的政治动机更强?
英奇普先生进一步指出,撤回证词的方式是通过打印文件,例如声称最初的证词受到一名身份不明男子的威胁。另有两名证人也声称受到一名身份不明人士的威胁,但他们记不清此人的长相。他质疑他们为何不询问此人的姓名,以及为何一个身份不明的人会突然威胁一位地位显赫的人物,例如一位出身名门的国会议员、一位前部长的岳父以及某政党的领导人。这令人对威胁的真实性和撤回证词的可信度产生怀疑。
此外,证人的证词并非空穴来风,而是有证据支持的。证词表明,该团体近期从一位据称是泰自豪党官员的人士处获得了资金。证据还显示,该团体在80天内至少致电19位参议员,总计62通电话。因此,我认为证人的陈述并非毫无根据。此外,埃卡拉奇先生声称他曾致电一位高层人士,通话记录也证实了这一点。因此,如果他们没有强大的支持,就不可能获得如此多的选票。所以,尽管纳隆先生声称证人的证词不可靠,但证人的陈述内容与事实、证据以及其他证人的证词相符。