โฆษกวิป สว.จี้ กกต.สอบเข้ม 138 สว. ถามงานเซเนท 67 สุจริตจริงหรือฮั้ว?参议院党鞭发言人敦促选举委员会彻底调查 138 名参议员,质疑参议院 67 名成员选举的公正性,以及是否存在勾结。
“พิสิษฐ์” จี้ กกต.สอบเข้ม 138 สว. ปมฮั้วเลือก สว. ไม่ต่างคดี สว.สีส้ม ถามงานเซเนท 67 สุจริตจริงหรือฮั้ว? ทำไมต้องยึดมือถือ-ริสแบนด์ 3 สี ท้าบริสุทธิ์ใจจริงต้องกล้าพบ กกต. ระบุเป็นนักประชาธิปไตย แต่ปลุกมวลชนลงถนน

วันนี้ ( 20ก.ย.2569) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกวิปวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีไอลอว์จัดเวทีคดีฮั้ว สว. และคดีการเลือก สว. ของผู้สมัครบางกลุ่ม ที่เรียกว่า “สว.สีส้ม” ที่ผู้สมัครในเครือข่ายพรรคประชาชนและคณะก้าวหน้าจัดประชุม พบเจอก่อนการเลือกระดับประเทศ ที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ชี้ว่า 1.แม้จะมีคำกล่าวอ้างว่า ได้เชิญ กกต. มาร่วมสังเกตการณ์แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันข้อเท็จจริง
2.อ้างถึงนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ที่ออกมาชี้แจงว่า งานดังกล่าวไอลอว์ไม่ได้เป็นผู้จัด แต่จากการตรวจสอบพบว่า มีการลงทะเบียนผ่านเว็บเซเนท 67 แต่ผู้จัดทางเว็บไซต์คือไอลอว์ การชี้แจงเป็นการย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงหรือไม่ 3.ตั้งข้อสังเกตถึงการให้และรับผลประโยชน์ เพราะจัดงานที่ห้องจูปิเตอร์ มีค่าใช้จ่าย 4.การลงทะเบียนผ่านเว็บเซเนท 67 มีคำถามที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับมาตรา 112 และ 5.แม้ในการจัดงานจะอ้างว่า เปิดเผยแต่ก็ไม่มีการเปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตติดตามทำข่าว จึงถามว่า ทำไมต้องเก็บโทรศัพท์มือถือ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็แนะนำตัวธรรมดา แต่ที่ทราบมามีอะไรมากกว่านั้น
นายพิสิษฐ์กล่าวว่า 6.อ้างถึงการสวมใส่กำไลข้อมือ (ริสแบนด์) ของผู้ร่วมประชุมที่จัดสี สีขาว-เขียว-ฟ้า เหตุใดจะต้องมี 3 สี ซึ่งจะอ้างว่า 20 กลุ่มอาชีพก็ต้องมี 20 สี โดยเฉพาะริสแบนด์สีที่นายเทวฤทธิ และ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สวมใส่ เป็นสีเดียวกัน และเป็นสมาชิกวุฒิสภา จึงต้องการรู้ว่า คนที่ใส่ริสแบนด์ สีเดียวกันนี้ได้เป็น สว.ทุกคนหรือไม่ ซึ่งไม่มีใครชี้แจง
"ผมต้องการเรียกร้องให้ กกต.ใช้มาตรฐานเดียวกัน ในการตรวจสอบการฮั้ว สว.กับ สมาชิกวุฒิสภา 138 คน ไม่ได้มีเจตนาทำอะไรนอกเหนือจากนี้ ให้มีการตรวจสอบในระดับความเข้มข้นแบบเดียวกัน" นายพิสิษฐ์กล่าว
นายพิสิษฐ์ ยืนยันว่า 138 สว. ที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. ทุกคนไปให้คำให้การต่อ กกต. คณะอนุฯ ชุดที่ 26 ให้การอย่างครบถ้วนให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งหากกลุ่ม สว.สีส้ม หากบริสุทธิ์ใจควรไปให้การทุกอย่างเหมือนกับที่สมาชิกวิทยสภา 138 คนได้ทำ พร้อมทักทวงว่ากลุ่มที่ถูกจับตาว่าเป็น สว. สีส้มและอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้ปฏิบัติอย่างที่พูด แต่กลับนำมวลชนลงถนน ทั้งที่ 26 สว.ที่ กกต. มีมติส่งเรื่องคำฟ้องไปยังศาลฎีกา พร้อมเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนและทุกฝ่ายให้ตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ของกลุ่ม สว. ที่ถูกมองว่าเป็น สว. สีส้มด้วยมาตรฐานการตรวจสอบเดียวกัน กับ 138 สว. ให้เจาะลึกและเผยแพร่ต่อสาธารณะ
เมื่อถามว่ามีคำวิพากษ์ว่า กกต. มีมติส่งคำฟ้องผู้ถูกกล่าวหาระดับที่เปรียบว่าเป็นมด ไม่ใช่ระดับช้างนายพิสิษฐ์หัวเราะ หึๆ และกล่าวว่า กกต. ให้ชี้แจงข้อกล่าวหา 7 ประเด็นอย่างชัดเจนแล้ว
"มดและช้างอะไรผมไม่ทราบ แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี อนุทินก็ตาม กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวหา กกต. ได้ชี้แจงหมดทุกอย่างแล้ว จะเอาบรรทัดฐานอะไรเมื่อ กกต. เป็นองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการเลือก สว. เชื่อว่าต้องจบในกระบวนการตรงนั้น" นายพิสิษฐ์กล่าว
นายพิสิษฐ์ ยังกะว่าหากฝ่ายตรงข้ามใช้โมเดล สว. สำรองรายการไปยื่นร้องเอาผิด สว. ที่ กกต. ไม่ได้ส่งคำฟ้องนั้น มองว่าเป็นอำนาจหน้าที่และดุลพินิจของศาลฎีกา และเป็นสิทธิของผู้ร้อง ซึ่งไม่สามารถที่จะไปห้ามได้ และต้องดูต่อไปว่าอย่างกรณีนางแดง กองมา และนานสมพาน พละศักดิ์ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 2-3 ซึ่งผู้ถูกร้องที่ 1 คือ กกต. ต้องมาชี้แจง ย้ำว่าทั้งหมด กกต. ต้องชี้แจงถึงเหตุผลการลงมติในแต่ละเคสแต่กรณี ที่ร้องสมัครผิดกลุ่ม
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่หากแม้รอดคดีในชั้น กกต. แต่ไปถูกฟันความผิดในชั้นศาลฎีกาฯ นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ไม่เคยกังวลเรื่องใด ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรวันนี้ก็เป็นอย่างนั้น ด้วยเชื่อในกระบวนการยุติธรรม
"แม้วันนี้ที่ได้รับความเป็นธรรมมาแล้ว แต่ยังไม่มีคน คนยังไม่จบสักที เมื่อกระบวนการทุกอย่างหากมองตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ควรที่จะยุติเรื่องนี้ได้แล้วแต่หลายคนยังไม่หยุด แต่ไม่สามารถไปห้ามใด ๆ ได้" นายพิสิษฐ์กล่าว
นายพิสิษฐ์ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะใช้คดีฮั้ว สว. ในการอภิปรายซักฟอกรัฐบาลว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการตั้งรับมือ เพราะ สว. อยู่คนละสภา และอยู่ในฐานะผู้กลั่นกรองกฎหมาย ส่วนสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ในการซักถามได้ชี้แจงว่า เกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องธรรมดา หาก สว. ชุดปัจจุบันจะถูกพาดพิง เมื่อ กกต. มีมติออกมาแล้วทุกอย่างจบแล้ว
"บอสคิว" โยงข่าวจ่าย 40 ล้าน เชื่อมกลุ่มธุรกิจ Donaco International Limited (DNA)
ทรัมป์ประกาศเตรียมตั้ง "กองกำลัง AI" ไม่ยอมให้ขัดขวางการเติบโตของ AI
เปิดหีบเลือกตั้ง "นายก อบจ.นนทบุรี" 1,450 หน่วย 6 อำเภอ ประชาชนทยอยใช้สิทธิ
今天(2026年9月20日),参议员皮西特·阿皮瓦塔纳蓬(Pisit Apiwatthanapong)以参议院党鞭发言人的身份,就iLaw组织举办的关于参议员串通案以及某些被称为“橙色参议员”的候选人团体挑选参议员的论坛接受了采访。该论坛在蒙通他尼府的木星厅举行,人民党和进步运动联盟的候选人在全国大选前出席了论坛。他指出:1. 虽然有说法称选举委员会受邀旁听,但迄今为止无人证实此事。
2. 针对 Tewarit Maneechai 先生关于 iLaw 并未组织此次活动的声明,调查显示,活动注册是通过第 67 届参议院网站进行的,但 iLaw 才是组织方。这一澄清是否与事实相矛盾?3. 由于活动在木星厅举行,产生了费用,因此存在利益输送和接受方面的问题。4. 通过第 67 届参议院网站注册引发了与第 112 条相关的问题。5. 虽然活动声称是公开的,但媒体却被拒绝进入。因此,问题在于:为何没收手机?如果出于善意,简单的介绍就足够了。然而,事情似乎另有隐情。
皮西特先生指出,第6点指的是与会者佩戴腕带,腕带颜色分为白色、绿色和蓝色。他质疑为何只有三种颜色,并指出如果共有20个专业团体,就应该有20种颜色。具体来说,特瓦里特先生和南塔纳·南塔瓦罗帕斯女士佩戴的腕带颜色相同,而他们都是参议员。因此,他想知道所有佩戴相同颜色腕带的人是否都是参议员,而对此却无人作出解释。
“我敦促选举委员会在调查138名参议员之间的勾结行为时,采用同样的标准。我没有任何其他动机;调查应该以同样的严谨程度进行,”皮西特先生说。
皮西特先生证实,参议院串谋案中被指控的138名参议员均已向选举委员会作证。他表示,第26小组委员会全力配合,并提供了完整的证词。他认为,如果“橙色参议员”团体是清白的,他们也应该像其他138名参议员一样作证。他还质疑这个自称民主人士的“橙色参议员”团体的行为,他们言行不一,反而煽动民众抗议,尽管选举委员会已将针对26名参议员的案件移交最高法院。最后,他呼吁媒体和各方以与调查其他138名参议员相同的标准,对这群被称为“橙色参议员”的参议员的参议院串谋案进行调查,开展彻底的调查并将调查结果公之于众。
当被问及选举委员会决定对被告提起诉讼,并将他们比作蚂蚁而不是大象时,有人批评选举委员会将被告比作蚂蚁而不是大象,皮西特先生笑着说,选举委员会已经明确澄清了所有七项指控。
“我不理解‘蚂蚁和大象’的比喻,但所有相关人员,无论是总理、阿努廷、被指控政党的执行委员会,还是选举委员会,都已经澄清了一切。选举委员会是直接负责参议院选举的机构,我们应该采用什么标准呢?我认为这件事应该在选举程序之内结束。”皮西特先生说道。
皮西特先生表示,如果对方利用参议院的备用模式,对选举委员会未立案的参议员提起诉讼,他认为这属于最高法院的管辖范围和自由裁量权,也是原告的权利,不应被禁止。他还补充说,第二被告达恩·孔玛女士和第三被告颂潘·帕拉萨克先生的案件是否会被单独处理,还有待观察,因为选举委员会(第一被告)必须做出解释。他强调,选举委员会必须澄清其在每起案件中的投票理由,特别是萨马克被指控选入错误党团的案件。
当记者问及即使选举委员会宣判他无罪,他是否担心最高法院会判他有罪时,皮西特先生表示一切都在法律程序之内,他从未为此担忧过。一切都和以前一样,因为他相信司法系统。
“虽然今天正义得到了伸张,但仍有人没有停止。如果我们按照法律和2017年宪法来审视整个程序,这件事本应就此结束,但许多人并没有就此罢休。然而,我们无法阻止他们,”皮西特先生说道。
皮西特先生就反对派意图在针对政府的不信任投票中利用参议院串通案发表评论,指出政府有责任为此做好准备。他解释说,参议院是一个独立的机构,其职责是审查立法,而众议院则负责质询和澄清是否存在任何串通行为。他还补充说,鉴于选举委员会已经做出决定,此事已结,因此本届参议院受到牵连是正常的。
“Boss Q”将这笔 4000 万泰铢的付款消息与 Donaco International Limited (DNA) 商业集团联系起来。
特朗普宣布计划组建一支“人工智能部队”,以防止人工智能发展受到任何阻碍。
暖武里府行政组织(PAO)主席选举已在6个地区的1450个投票站举行,选民们正陆续投票。