“กุลวลี” ชี้ ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ทำรัฐเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญ《库拉瓦利》指出,国家灾害保险制度给政府的思维方式带来了重大改变。
“กุลวลี” ปลื้ม รัฐเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญของประเทศ จากรอเยียวยาสู่หลักประกันล่วงหน้า ทำให้คนไทยอุ่นใจ ชี้บทเรียนที่ปัว จ.น่าน และที่หาดใหญ่ ทำให้เห็นแล้วรอเงินเยียวยาหลายเดือนนั้นไม่ทันกิน

“กุลวลี” ปลื้ม รัฐเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญของประเทศ จากรอเยียวยาสู่หลักประกันล่วงหน้า ทำให้คนไทยอุ่นใจ ชี้ บทเรียนที่ปัว จ.น่าน และที่หาดใหญ่ ทำให้เห็นแล้วว่าการรอเงินเยียวยาหลายเดือนนั้นไม่ทันกิน
วันที่ 20 กันยายน 2569 นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าว สนับสนุนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ที่เห็นชอบให้จัดทำ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” โดยรัฐจ่ายเบี้ยประกันภัยให้ประชาชนราว 30 ล้านครัวเรือน คุ้มครองน้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว จ่ายชดเชยบ้านเสียหายสูงสุด 100,000 บาท/หลัง และกรณีเสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ซึ่งเริ่มมีผลในเดือนตุลาคมนี้
“นี่คือการเปลี่ยนวิธีคิดครั้งสำคัญ จากที่เคยรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยเยียวยา มาเป็นการเตรียมหลักประกันไว้ให้พี่น้องประชาชนล่วงหน้า บทเรียนที่ปัว จ.น่าน และที่หาดใหญ่ ทำให้เห็นแล้วว่าการรอเงินเยียวยาหลายเดือนนั้นไม่ทันกิน คณะกรรมาธิการจึงขอชื่นชมรัฐบาลที่กล้าตัดสินใจ และพร้อมสนับสนุนนโยบายขับเคลื่อนได้จริงและอยู่กับประเทศไปนานๆ” นางสาวกุลวลีกล่าว
ประธาน กมธ.การที่ดินฯ กล่าวว่า การที่รัฐบาลใช้ระบบประกันภัยและการส่งต่อความเสี่ยงที่มีอยู่แล้ว แทนการจัดตั้งกองทุนใหม่ เป็นแนวทางที่ถูกต้องและทำได้เร็วที่สุด อีกทั้งมติ ครม. ยังให้ความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของ กมธ. จึงเสนอแนวทางเสริม 4 ข้อ เพื่อให้นโยบายเดินได้เต็มศักยภาพ
1) เร่งคุ้มครองพื้นที่เสี่ยงสูง โดย กมธ. พร้อมสนับสนุนข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากและดินถล่ม เพื่อจัดลำดับการช่วยเหลือให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบหนักได้รับการดูแลก่อน 2) สื่อสารให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย โดยเฉพาะเรื่องเบี้ยประกัน เงื่อนไขการจ่าย และขั้นตอนการขอรับเงิน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนโยบาย
3) ลดความเสี่ยงควบคู่กับการประกันภัย โดย กมธ.จะเร่งผลักดันการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัย การขุดลอกลำน้ำ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้แนวทางเสริมกับนโยบายรัฐบาล ในระยะยาวจะช่วยลดต้นทุนเบี้ยประกัน ซึ่งหากพื้นที่ใดไม่เกิดภัยพิบัติ เบี้ยประกันปีต่อไปควรถูกลง 4) ผลักดันเป็นกฎหมายถาวร หลังประเมินผลช่วง 1-2 ปีแรก ตามที่รัฐบาลวางไว้ เพื่อให้ความคุ้มครองมีความมั่นคง ไม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณรายปี ซึ่ง กมธ.ยินดีสนับสนุนในชั้นการพิจารณาของสภาฯ
นางสาวกุลวลี กล่าวว่า แนวทางที่รัฐบาลเลือกเดินสอดคล้องกับหลายประเทศที่ทำสำเร็จ เช่น โรมาเนีย ออกกฎหมายให้ทุกบ้านมีประกันภัยพิบัติ โดยรัฐจ่ายเบี้ยสำหรับครัวเรือนที่เข้าเกณฑ์ ส่วนตุรกีใช้บริษัทประกันเอกชนเป็นผู้ขายประกัน และรวมความเสี่ยงไว้ที่กองกลางก่อนส่งต่อไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเบี้ยตามโซนเสี่ยง ขณะที่เม็กซิโกใช้ระบบรัฐบาลกลางและท้องถิ่นร่วมจ่ายเบี้ยให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งยืนยันว่าไทยเดินมาถูกทาง และการดูแลพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษคือหัวใจที่ทำให้ระบบอยู่ได้ยาว นอกจากนี้มีบางประเทศ เช่น ฝรั่งเศส จ่ายเบี้ยเท่ากันทุกพื้นที่ ไม่แยกตามระดับความเสี่ยง ผลคือระบบประกันขาดทุน ต้องปรับอัตราเบี้ยจาก 12% เป็น 20% ตั้งแต่ปี 2568 เป็นประเด็นที่เราต้องตัดสินใจให้ดี
คณะกรรมาธิการจะเชิญ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงาน คปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย และกระทรวงการคลัง ร่วมหารือแนวทางการกำหนดพื้นที่เสี่ยงและการสื่อสารกับประชาชน เพื่อให้นโยบายของรัฐบาลสามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึงต่อไป
“库拉瓦莉”很高兴政府对国家的态度发生了重大转变,从等待救济金到提供预先担保,这让泰国人民感到安心。她指出,楠府普阿县和合艾县的经验表明,等待数月救济金是不够的。
2026年9月20日,泰国众议院土地、自然资源和环境委员会主席库瓦莉·诺帕蒙博迪女士表示支持2026年9月1日内阁通过的决议,该决议批准建立“国家灾害保险体系”。该体系由政府承担,将为约3000万户家庭支付保险费,涵盖洪水、风暴和地震等灾害。受损房屋最高可获得每户10万泰铢的赔偿,每人死亡最高可获得200万泰铢的赔偿。该体系计划于今年10月生效。
“这是一种至关重要的思维转变,从等待事故发生后再提供救济,转变为提前为民众做好保障措施。楠府普阿和合艾的教训表明,等待数月才发放赔偿金是远远不够的。因此,委员会赞扬政府的这一勇敢决定,并准备支持这项切实可行且能长期惠及全国的政策,”库拉瓦利女士说道。
众议院土地事务委员会主席指出,政府利用现有的保险和风险转移体系,而非设立新的基金,才是正确且最有效的做法。此外,内阁决议优先考虑高风险地区居民和弱势群体,这与委员会的建议相符。因此,委员会提出了四项补充措施,以确保该政策能够充分发挥作用。
1)加快高风险地区的保护。委员会已准备好提供易受洪水和山体滑坡侵袭地区的详细信息,以便优先提供援助,确保受灾最严重的家庭首先获得救助。2)以简明易懂的方式向村民传达信息,特别是关于保险费、支付条件和申请流程的信息,以防止村民丧失权益并增强他们对保险政策的信心。
3)风险降低与保险相结合:委员会将加快绘制风险地图、疏浚航道、恢复流域森林以及建立预警系统。此举将与政府政策相辅相成,并从长远来看降低保险费。如果某个地区未发生灾害,则后续几年的保费应有所降低。4)按照政府计划,在评估前1-2年的效果后,推动制定永久性立法,以确保保险覆盖范围稳定,不受年度预算的影响。委员会愿意在议会审议过程中支持这一举措。
库尔瓦利女士指出,泰国政府采取的措施与罗马尼亚等一些成功国家的做法一致。罗马尼亚立法规定所有家庭都必须购买灾害保险,政府为符合条件的家庭支付保费。土耳其则利用私营保险公司销售保险,并在将风险分散到国际市场之前集中风险,保费根据风险区域而定。墨西哥则采用中央和地方政府共同为高风险地区的小农户支付保费的制度。她肯定泰国的做法是正确的,特别关注高风险地区是该体系长期可持续发展的关键。她还指出,一些国家,例如法国,对所有地区收取相同的保费,而不根据风险等级进行区分,导致体系损失。法国不得不从2025年开始将保费率从12%调整到20%,这是一个我们需要认真考虑的问题。
委员会将邀请灾害预防和减灾部、保险委员会办公室、泰国一般保险协会和财政部讨论确定高风险地区和与公众沟通的指导方针,以便政府政策能够迅速、全面地传达给公众。