เขื่อนเจ้าพระยา จ่อปรับเพิ่มการระบายน้ำหลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่มต่อเนื่อง随着上游水位持续上涨,湄南河大坝将加大泄洪量。
อธิบดีกรมชลประทาน เผย เขื่อนเจ้าพระยา จ่อปรับเพิ่มการระบาย 1,000 - 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่มต่อเนื่อง ขอประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

อธิบดีกรมชลประทาน เผย เขื่อนเจ้าพระยา จ่อปรับเพิ่มการระบาย 1,000 - 1,300 ลบ.ม./วินาที หลังน้ำเหนือยังไหลเพิ่มต่อเนื่อง ขอประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด
วันที่ 20 กันยายน 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการ ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด พบว่า ในช่วงวันที่ 19 - 20 กันยายน ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกหนักบริเวณจังหวัดแพร่ เชียงราย กำแพงเพชร และสุโขทัย มากกว่า 100 มิลลิเมตร ทำให้มีปริมาณน้ำท่าในลำน้ำสายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ ก่อนจะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ไปรวมกันที่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
กรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราประมาณ 1,000 - 1,300 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำด้านเหนือเขื่อน ไว้รองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน ที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยจะพิจารณาปรับเพิ่มการระบายน้ำตามปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา
พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น จากการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราดังกล่าว จะทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.50 - 1.50 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณอำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำ และพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากกรมชลประทานและหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบน ปริมาณน้ำฝน ปริมาณน้ำท่า และระดับน้ำตามสถานีตรวจวัดต่าง ๆ รวมทั้งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อน รองรับปริมาณน้ำหลาก ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้มากที่สุด
หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง กรมชลประทานจะเร่งแจ้งข้อมูลและแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็ว
泰国皇家灌溉厅厅长透露,由于上游水量持续充沛,湄南河大坝的泄洪量将增加至每秒1000至1300立方米。他敦促居住在湄南河沿岸低洼地区、防洪堤外地区以及大坝下游地区的居民密切关注水情。
2026年9月20日,泰国皇家灌溉厅厅长维塔亚·凯米先生透露,对湄南河流域水情的密切监测和分析显示,9月19日至20日,帕府、清莱府、甘烹碧府和素可泰府出现超过100毫米的强降雨。这导致各流域水量逐渐增加,水流向下游汇聚于湄南大坝上游,导致水位相应上升。
为控制湄南河大坝上游水位并应对上游地区不断增加的洪水,皇家灌溉厅需要以每秒约1000至1300立方米的流量向大坝泄洪。泄洪量将根据流入湄南河大坝上游地区的水量进行调整。
由于湄南河大坝按既定流量泄洪,下游地区水位可能上升约0.50至1.50米。阿瑜陀耶府塞纳县、帕海县、邦巴尔县、帕那空阿瑜陀耶县、邦巴茵县和邦赛县等防洪堤以外的低洼地区受影响尤为严重。
然而,目前水位尚未影响到防洪堤内的社区。因此,居住在河岸低洼地区、防洪堤外地区以及湄南河大坝下游地区的居民,务必密切关注水情和皇家灌溉厅及其他机构发布的公告,并做好应对水位可能上涨的准备。
有关部门已指示所有灌溉工程密切监测水情,包括上游水量、降雨量、径流量以及各监测站的水位。同时,各工程还需据此调整水资源管理计划,以控制水坝上游水位,应对洪水,并最大限度地减少对公众和农业区的影响。
如果情况发生变化,皇家灌溉署会及时将相关信息和用水管理准则告知公众和相关机构。