อย่าสรุปล่วงหน้า FTA ไทย–EU ยังไม่ได้ข้อยุติ ย้ำยังคุ้มครองสิทธิเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ不要妄下结论;泰欧自由贸易协定尚未最终敲定。必须重申的是,农民为未来种植保留种子的权利仍然受到保护。
รัฐบาลแจง FTA ไทย–EU ยังเจรจาไม่ได้ข้อยุติ UPOV 1991 ย้ำกฎหมายปัจจุบันยังคุ้มครองสิทธิเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ วอนอย่าสรุปล่วงหน้า

รัฐบาลแจง FTA ไทย–EU ยังเจรจาไม่ได้ข้อยุติ UPOV 1991 ย้ำกฎหมายปัจจุบันยังคุ้มครองสิทธิเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อ วอนอย่าสรุปล่วงหน้า
วันที่ 21 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อกังวลเกี่ยวกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA ไทย–EU) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฉบับปี 1991 หรือ UPOV 1991 ว่า รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับข้อกังวลของเกษตรกรและทุกภาคส่วน โดยขอให้แยกข้อเท็จจริงออกเป็น 2 ส่วนให้ชัดเจน คือ “สิทธิของเกษตรกรตามกฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน” กับ “ข้อเสนอที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา” เนื่องจาก FTA ไทย–EU ยังไม่ได้ข้อยุติ และข้อเสนอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่ใช่ข้อตกลงที่ประเทศไทยยอมรับแล้ว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ภายใต้การกำกับของนางศุภจี กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามการเจรจา FTA ไทย–EU อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นทรัพย์สินทางปัญญาและการคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งยังมีประเด็นที่ต้องหารือต่อ แม้ฝ่ายสหภาพยุโรปจะมีข้อเสนอให้แต่ละฝ่ายคุ้มครองสิทธิในพันธุ์พืชตาม UPOV 1991 แต่เอกสารดังกล่าวเป็นข้อเสนอของ EU ที่ใช้เป็นฐานสำหรับการเจรจา ไม่ใช่ข้อความสุดท้ายที่ไทยและ EU ตกลงร่วมกันแล้ว ดังนั้น การระบุว่า “ประเทศไทยตกลงเข้า UPOV 1991 แล้ว” หรือ “ไทยตกลงแก้กฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชแล้ว” จึงยังไม่ตรงกับสถานะการเจรจาในขณะนี้
สำหรับสิทธิของเกษตรกรในปัจจุบัน ประเทศไทยยังใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งมาตรา 33 กำหนดข้อยกเว้นให้เกษตรกรสามารถใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองเป็นผู้ผลิตเพื่อเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ต่อได้ตามเงื่อนไขของกฎหมาย รวมถึงมีข้อยกเว้นสำหรับการศึกษา ทดลอง วิจัย ปรับปรุงพันธุ์ และการกระทำที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้าตามที่กฎหมายกำหนด
“ดังนั้น การบอกว่าวันนี้เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อแล้วจะผิดกฎหมายทั้งหมด ไม่ถูกต้อง แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการที่เกษตรกรเก็บส่วนขยายพันธุ์ที่ตนผลิตขึ้นไว้เพาะปลูกต่อ กับการผลิตหรือจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ใหม่ที่ได้รับความคุ้มครองในเชิงการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นคนละกรณีกัน” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับ UPOV 1991 แม้อนุสัญญาจะกำหนดสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ครอบคลุมกิจกรรมบางประเภทเกี่ยวกับส่วนขยายพันธุ์ของพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง แต่ข้อ 15 (2) เปิดทางให้ประเทศสมาชิกสามารถกำหนดข้อยกเว้นในกฎหมายภายใน เพื่อให้เกษตรกรนำผลผลิตจากพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองซึ่งปลูกในแปลงของตนเองกลับมาใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์ในแปลงของตนเองได้ ภายในขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด
ด้วยเหตุนี้ การกล่าวว่า “UPOV 1991 ห้ามเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อทุกกรณี” จึงเป็นการสรุปที่กว้างเกินกว่าตัวบท ขณะเดียวกัน รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ก็จะไม่สรุปล่วงหน้าว่า หากการเจรจาในอนาคตเกี่ยวข้องกับ UPOV 1991 แล้วสิทธิของเกษตรกรจะไม่เปลี่ยนแปลงเลย เพราะรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาขั้นสุดท้ายและกฎหมายภายในที่เกี่ยวข้อง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า นางศุภจีได้ให้ความสำคัญกับการเจรจาที่ต้องพิจารณาผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างรอบด้าน โดยกระทรวงพาณิชย์รับฟังข้อกังวลของเกษตรกร ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้บริโภค เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะการค้า แต่เชื่อมโยงถึงสิทธิของเกษตรกร สิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์ ต้นทุนการผลิต ความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืชพื้นเมือง ตลอดจนความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
“นางศุภจีและกระทรวงพาณิชย์ยืนยันหลักการว่า ข้อเสนอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่ใช่ผลการเจรจา และจะไม่สรุปผลล่วงหน้าก่อนการเจรจาจะได้ข้อยุติ ทีมไทยกำลังทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยต้องหาจุดสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการค้าระหว่างประเทศ กับการดูแลสิทธิของเกษตรกร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว
นางสาวลลิดา ย้ำว่า การเจรจา FTA ไม่ได้ทำให้กฎหมายไทยเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติ หากความตกลงขั้นสุดท้ายมีข้อผูกพันที่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนด และหากจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายภายใน จะต้องดำเนินการผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพียงการเจรจาแล้วกฎหมายไทยจะเปลี่ยนทันที
“รัฐบาลและนางศุภจีให้ความสำคัญกับการสื่อสารเรื่องนี้ด้วยข้อเท็จจริง ไม่สร้างความกังวลเกินกว่าสถานการณ์จริง แต่ขณะเดียวกันก็จะไม่ลดทอนข้อกังวลของเกษตรกร วันนี้ข้อเท็จจริงคือ FTA ไทย–EU ยังอยู่ระหว่างการเจรจา UPOV 1991 ยังไม่ใช่ข้อยุติ และกฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมีข้อยกเว้นรองรับการเก็บส่วนขยายพันธุ์ของเกษตรกรไว้เพาะปลูกต่อภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย ทุกข้อเสนอที่อาจกระทบต่อเกษตรกรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศจะต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ” นางสาวลลิดา กล่าว
政府澄清,泰国与欧盟自由贸易协定的谈判尚未就UPOV 1991达成一致,并强调现行法律仍然保护农民为将来种植保存种子的权利,敦促不要过早下结论。
2026年9月21日,总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士就有关泰欧自由贸易协定(泰欧自由贸易协定)和1991年《国际植物新品种保护公约》(UPOV 1991)的信息和声明传播问题发表讲话。她表示,在副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士的领导下,政府和商务部优先考虑农民和各界的利益。她要求明确区分两个方面:“泰国现行法律下农民的权利”和“仍在谈判中的提案”,并强调泰欧自由贸易协定尚未达成最终协议,双方的任何提案均不构成泰国已接受的协议。
拉莉达女士表示,在苏帕吉女士的指导下,商务部一直在密切关注泰欧自由贸易协定谈判,尤其是在知识产权和植物品种保护方面。目前仍有一些问题需要进一步讨论。尽管欧盟提议双方根据1991年国际植物新品种保护联盟(UPOV)的规定保护植物品种权,但该文件仅为欧盟提出的谈判基础,并非泰欧最终达成的协议。因此,声称“泰国已同意遵守1991年国际植物新品种保护联盟(UPOV)的规定”或“泰国已同意修改其植物品种保护法”并不能准确反映当前的谈判状况。
目前,泰国采用的是《植物品种保护法》(佛历2542年,即1999年),该法第33条规定了例外情况,允许农民在法律规定的条件下使用自行生产的繁殖材料进行栽培或进一步繁殖。该法还规定了研究、实验、育种以及法律定义的非商业用途活动的例外情况。
“因此,说所有今天保存种子用于再种植的农民都违法是不正确的。重要的是要区分农民保存自己生产的用于再种植的繁殖材料,和未经许可商业化生产或销售受保护的新品种繁殖材料。这是两种不同的情况,”拉利达女士说道。
总理副发言人表示,对于 1991 年的《国际植物新品种保护联盟公约》(UPOV),虽然该公约规定了植物育种者的权利,涵盖与受保护品种繁殖相关的某些活动,但第 15 条第 (2) 款允许成员国在其国内法律中制定例外条款,允许农民在特定限制和条件下,将自己田地里种植的受保护品种的农产品重新用于繁殖。
因此,断言“1991年国际植物新品种保护联盟(UPOV 1991)在任何情况下都禁止农民留种用于再种植”过于笼统。同时,政府和商务部不会假定,如果未来的谈判涉及UPOV 1991,农民的权利将保持不变,因为具体细节将取决于最终的谈判结果和相关的国内法律。
拉莉达女士表示,苏帕吉女士强调了全面考虑泰国利益的谈判的重要性。商务部已听取了农民、民间团体、学术界和消费者的意见,因为这个问题不仅关乎贸易,还涉及农民权益、植物育种者权益、生产成本、生物多样性、本土植物品种以及国家粮食安全。
苏帕吉女士和商务部重申,双方提出的方案均非谈判结果,在谈判最终完成之前不会仓促定论。泰方团队正与农业部、知识产权部、公共卫生部、食品药品监督管理局及其他相关机构合作,全面评估各项方案的影响。拉利达女士表示:“必须在促进创新和国际贸易与保护农民权益、生物多样性和国家粮食安全之间找到平衡。”
拉莉达女士强调,自由贸易协定谈判并不会自动改变泰国法律。如果最终协议包含符合宪法第178条规定的具有约束力的条款,则必须遵循宪法程序。此外,如果需要修改国内法律,也必须通过相关的立法程序进行,而不能仅仅通过谈判,因为谈判会立即改变泰国法律。
“政府和苏帕吉女士优先考虑以事实为依据沟通这一问题,既要避免造成不必要的焦虑,又要兼顾农民的关切。事实上,泰欧自由贸易协定仍在谈判中,《国际植物新品种保护联盟1991年版》(UPOV 1991)尚未最终定稿,而泰国现行法律也包含一些例外条款,允许农民在合法条件下保留种苗以备将来种植。所有可能影响农民和国家粮食安全的提案都必须认真考虑,”拉利达女士说道。