“อนุทิน” ถกทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ชู EV–พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์阿努廷与泰国队讨论如何平息有关日本将生产基地迁往泰国的谣言,强调电动汽车和清洁能源,并合作打击诈骗分子。
นายกฯ อนุทิน ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต มั่นใจยังลงทุนไทยต่อ ชู EV–พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์–ย้ำระบบการเงินไทยได้มาตรฐาน

นายกฯ อนุทิน ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต มั่นใจยังลงทุนไทยต่อ ชู EV–พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์–ย้ำระบบการเงินไทยได้มาตรฐาน
วันที่ 21 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ รวมถึงทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทำงานร่วมกันของทีมประเทศไทย ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว กงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซาก้า และนครฟุกุโอกะ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับทีมประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่า ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ ที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว นำเสนอ จะนำไปพิจารณาประกอบการดำเนินนโยบายต่อไป
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แม้การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยอาจไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลเหมือนในอดีต หรืออาจชะลอตัวลงบ้าง แต่ควรมองภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งในอดีตประเทศไทยต้องพึ่งพาญี่ปุ่นในหลายด้าน ขณะที่ปัจจุบันไทยมีการพัฒนาศักยภาพของตัวเองมากขึ้น และสามารถลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศหลายรายการ เนื่องจากสามารถผลิตได้ภายในประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ขณะเดียวกันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีน
ส่วนกระแสข่าวว่าญี่ปุ่นอาจย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยทั้งหมดนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากการพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ได้รับการปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมมองว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยในปัจจุบันอาจไม่เหมือนกับในอดีต โดยในอดีตไทยเคยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นนับหมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 6,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยที่กำลังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน แม้ขณะนี้สิ่งที่น่ากังวลคือสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติในประเทศไทยทำได้ยากขึ้น และมาตรฐานการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติของไทยถือว่าอยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมองว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งเมื่อประกอบกับความคุ้นเคยและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ญี่ปุ่นยังคงร่วมมือและลงทุนในประเทศไทยต่อไป
泰国总理阿努廷·查恩维拉库尔主持召开泰国代表团会议,驳斥了日本将生产基地迁往泰国的传言。他表示对继续在泰国投资充满信心,并重点介绍了电动汽车和清洁能源。他还宣布将与日本合作打击诈骗,并强调了泰国金融体系的高标准。
2026年9月21日,泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔先生在日本东京帝国酒店主持召开会议,讨论外交政策方针,包括促进泰日关系发展的方向以及整合“泰国团队”的工作。泰国副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士、外交部代表、泰国驻东京大使、泰国驻大阪和福冈总领事以及相关机构代表也出席了会议。
总理在启程前往美国纽约出席第81届联合国大会前,对与泰国代表团会面表示高兴。他还表示,泰国驻东京大使介绍的泰日关系各领域情况,将在制定未来政策时予以考虑。
总理表示,泰国和日本是友好国家,关系良好。尽管日本在泰国的投资规模可能不如以往,甚至有所放缓,但我们应该从更广阔的视角看待泰国经济的变化。过去,泰国在许多领域依赖日本,而如今,泰国已发展出自身的生产能力,能够减少对进口原材料的依赖,因为许多原材料都可以在国内生产。
总理以汽车行业为例,指出该行业正在从内燃机汽车向电动汽车转型。与此同时,电动汽车市场正面临日益激烈的竞争,尤其来自中国制造商的竞争。
针对有关日本可能将所有生产活动迁出泰国的传闻,泰国总理表示,此前他与日本驻泰国大使会晤时已否认了这一说法。他还指出,日本在泰国的投资情况可能与以往有所不同;过去,泰国对日贸易逆差高达数百亿泰铢,但目前已降至约60亿泰铢。
与此同时,日本正着力发展清洁能源相关产业,这与泰国推进能源转型的方向不谋而合。泰国政府已颁布紧急法令,授权财政部借款以应对能源危机的影响,并推动该国在2026年实现能源转型。
总理还表示,泰国能源安全有保障,尽管当前的油价形势令人担忧,需要密切关注。政府优先处理的另一项事务是打击诈骗,日本也对此高度重视。总理指出,如今在泰国进行金融诈骗交易更加困难,泰国的反诈骗标准被认为是高标准且可靠的。
此外,总理认为,泰国的地理优势,加上泰日两国之间的熟悉程度和良好关系,将鼓励日本继续在泰国开展合作和投资。