“ภราดร” แจงปม กยศ. งบปี 70 เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 9,000 ล้าน จี้เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน“法拉登”解释了学生贷款基金的问题,指出 2027 年预算将增加资金至 90 亿泰铢,并敦促加快向 260 万借款人收取债务。
“ภราดร” แจงปม กยศ. งบปี 2570 เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 9,000 ล้าน จี้ เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน ชี้โจทย์ใหญ่แยกให้ออก ใครว่างงาน-ใครมีรายได้แต่เบี้ยวหนี้ ลั่นเก็บได้ 30-40% รัฐแทบไม่ต้องเติมเงิน

“ภราดร” แจงปม กยศ. งบปี 2570 เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 9,000 ล้าน จี้ เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน ชี้โจทย์ใหญ่แยกให้ออก ใครว่างงาน-ใครมีรายได้แต่เบี้ยวหนี้ ลั่นเก็บได้ 30-40% รัฐแทบไม่ต้องเติมเงิน
วันที่ 22 กันยายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่องจนทำให้นักศึกษาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ส่งผลให้มหาวิทยาลัยขู่ไม่ให้นักศึกษาเข้าสอบจริงหรือไม่ ว่า เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (17 กันยายน 2569) หลังจากที่มีการเสนอกฎหมาย ตนก็ได้พูดคุยว่ามีปัญหาเรื่อง กยศ. นิดหน่อย ที่ยังไม่สามารถโอนเงินให้กับมหาวิทยาลัยได้ในช่วงเดือนแรกเพราะยังมีปัญหาอยู่ ทางมหาวิทยาลัยจึงขู่ทางนักศึกษาว่าหากยังไม่โอนเงินให้นักศึกษาจะไม่มีสิทธิ์สอบ ซึ่งหลังจากที่นายยศชนัน ทราบเรื่อง ได้พูดคุยกับทางอธิการบดีทั่วประเทศแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่มีปัญหา
ส่วนในเรื่องของเงินงบประมาณในปี 2569 ที่ไม่เพียงพอกับ กยศ. นั้น วันนี้วันที่ 22 กันยายนแล้ว อีก 8 วัน (1 ตุลาคม) จะเริ่มปีงบประมาณใหม่ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในส่วนของกองทุน กยศ. เพิ่มขึ้นจากปี 2569 เกือบสองเท่าจาก 5,000 ล้านบาทเป็น 9,000 ล้านบาท ทั้งที่หน่วยงานอื่นลดลงทั้งหมด จะบอกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับ กยศ. ถ้าพูดแบบนั้นก็จะเหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับทางรัฐบาล ซึ่งทางรัฐบาลเพิ่มเงิน 9,000 ล้านบาท วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ก็จะสามารถเข้าไปใช้ได้หลังจากที่ประกาศใช้ ซึ่งเงินจะเข้าไปหนุนในระบบของ กยศ. ต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามต่อ ปัญหาหลักคือการเบี้ยวหนี้ กยศ. ใช่หรือไม่ นายภราดร ระบุว่า ปัญหาหลักของกองทุนเพื่อกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น มีคนที่อยู่ในระบบ กยศ. ถึง 3.6 ล้านคน จากตัวเลขที่น่าตกใจคือมีเพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่เป็นลูกหนี้ดี ก็คือเป็นคนที่ชำระหนี้ตามเวลา ส่วนอีก 2.6 ล้านคนเป็นผู้ที่ผิดนัดการชำระหนี้ถือเป็น 60% ปัญหาใหญ่ที่ กยศ. ไม่สามารถไปดำเนินการกับจำนวนคนที่ไม่สามารถชำระหนี้ตามเวลาได้ ต้องย้ำว่าจำนวน 2.6 ล้านคนนี้ ต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก ยังอยู่ในสภาวะว่างงานอยู่ ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ต้องยกเว้นให้ อย่าไปรีดเลือดกับปู ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ กลุ่มที่มีรายได้แล้วแต่เลือกที่จะไม่ชำระหนี้ให้กับ กยศ. ซึ่งกลุ่มนี้ต้องไปหาให้เจอว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร และจะไปเรียกเก็บหนี้ได้อย่างไร
กลุ่มคนที่ชำระอยู่ 1 ล้านคน เป็นคนที่อยู่ในระบบ ซึ่งยังมีกลุ่มที่เป็นข้าราชการบ้าง หรือนักศึกษาที่มีงานทำ อยู่ในบริษัทเอกชน และมีเงื่อนไขที่ตกลงกับบริษัทเอกชนว่าหลังจากเงินเดือนออกแล้วให้หักให้กับกองทุน ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ต้องทำอยู่แล้ว กยศ. ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือ เรียกได้ว่าตามน้ำ มีการหักเงินคืนตามระบบอยู่แล้ว ดังนั้น ความท้าทายของ กยศ. คือจำนวนคน 2.6 ล้านคน ว่าใครคือผู้ที่มีรายได้แล้ว และพร้อมมีสถานะที่จะชำระเงินให้กับ กยศ.. และไปพูดคุยในการเก็บหนี้ให้ได้
นายภราดร ยังกล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่ กยศ. ไม่ทราบว่ามีบุคคลว่างงานและเป็นหนี้ กยศ. อยู่จำนวนเท่าไหร่ รวมถึงไม่มีการระบุสถานะของลูกหนี้ กยศ. ว่าใครอยู่ในสถานะไหน พร้อมชำระหนี้หรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ กยศ. ก่อนกล่าวต่อไปว่า กยศ. ยังไม่มีการบริหารจัดการได้ดีเท่าที่ควร เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ที่มีรายได้จะมีเงินหมุนเวียนในบัญชี แต่ยังย้ำว่าโจทย์ใหญ่คือการให้คนจำนวน 2.6 ล้านคน ที่ค้างชำระหนี้ กยศ. มาชำระให้ได้ ไม่จำเป็นต้องได้ทั้งหมดแต่ขอประมาณ 30-40 % ของจำนวนนี้ เพียงแค่หาทางให้กลุ่มคนเหล่านี้มาชำระหนี้ให้ได้ รัฐบาลแทบจะไม่ต้องให้เงินสนับสนุนเข้าไปในระบบ กยศ.
ในกรณีการสวมสิทธิ์กู้ กยศ. นายภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องของรายละเอียดที่ กยศ. ต้องไปประสานงานกับทางมหาวิทยาลัย และคนรับผิดชอบต้องเป็นคนอนุมัติ คนอนุมัติก็คือมหาวิทยาลัย ที่ปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์.
“法拉登”解释了学生贷款基金(SLF)的问题,指出2027年的预算将把拨款增加到90亿泰铢。他敦促加快向260万借款人追讨债务,并指出主要挑战在于区分失业者和有收入但拖欠贷款者。他断言,如果催收率达到30%-40%,政府几乎不需要追加拨款。
2026年9月22日,总理府部长帕拉东·普里斯南塔库尔先生就学生贷款基金(SLF)流动性问题发表讲话。该问题导致学生无力支付学费,并引发大学威胁学生,要求取消其考试资格。他表示,在2026年9月17日(星期四),在相关立法提案提交后,他曾讨论过学生贷款基金的这一小问题,即由于一些未解决的问题,基金在第一个月无法拨付给大学。他解释说,据称有大学威胁学生,如果资金不拨付,将取消其考试资格。约特萨南先生得知此事后,与全国各地的大学校长进行了沟通,目前看来,这个问题应该不会成为障碍。
关于2026年学生贷款基金预算不足的问题,今天是9月22日,再过八天(10月1日)就是新的2027财年了。尽管其他所有机构都削减了预算,但政府却将2026年学生贷款基金的预算从50亿泰铢几乎翻了一番,达到90亿泰铢。说政府不重视学生贷款基金是不公平的。这90亿泰铢的新增预算将在2026年10月1日正式公布后投入使用,并将继续支持学生贷款基金系统的运作。
记者接着问,主要问题是否在于学生贷款拖欠。帕拉多恩先生表示,学生贷款基金的主要问题在于,在360万借款人中,一个令人震惊的数字显示,只有100万是按时还款的“良好借款人”。其余260万,即60%,都处于违约状态。主要问题在于,学生贷款基金无法对这些不还款的借款人采取行动。他强调,这260万借款人必须分为两类。第一类是失业且没有收入的人,他们应该免除偿还贷款的负担。第二类是那些有收入但选择不偿还学生贷款的人。需要识别出第二类借款人,确定他们的下落,并追讨他们的债务。
目前有100万人正在偿还贷款,他们已在现有体系内。这其中包括一些公务员或在私营企业工作的学生,他们与公司签订了协议,从工资中自动扣除学生贷款基金的款项。这是一个已经运行的自动扣款系统。学生贷款基金(SLF)尚未证明其偿还能力;它目前只是按照既定流程运行,扣款机制已经到位。因此,SLF面临的挑战在于,如何识别出260万有收入且有能力偿还贷款的人,并与他们接洽以催收欠款。
帕拉多恩先生还指出,令人震惊的是,学生贷款基金(SLF)竟然不知道有多少失业人员背负着SLF的债务,也没有说明借款人的财务状况,例如他们是否有能力偿还债务。这对SLF来说是一个重大挑战。他进一步补充说,SLF的管理并不尽如人意,因为它无法核实有收入者的财务活动。他重申,主要目标是让260万拖欠SLF贷款的人偿还贷款。不必全部偿还,但目标是30%到40%。只要找到帮助这些人偿还债务的方法,政府就几乎不需要再向SLF系统提供任何财政支持了。
关于学生贷款的欺诈性使用问题,帕拉多恩先生表示,这是一个细节问题,学生贷款基金(SLF)必须与大学协调,而责任方是大学,因为是大学允许了贷款的欺诈性使用。