กกต. แจงชัด 3 สถานะความหมายต่างกัน เคลียร์ปมชื่อ สว.อิสระ โผล่สำนวนฮั้วเลือก สว.选举委员会澄清了这三个术语的不同含义,解决了出现在参议员选举串谋案中的独立参议员的姓名问题。
กกต. เคลียร์ปมชื่อ สว.อิสระ โผล่สำนวนฮั้วเลือก สว. ไม่ได้แปลว่ากระทำผิด แจงชัด 3 สถานะ “มีชื่อปรากฏในสำนวน-ผู้ถูกร้อง-แจ้งข้อกล่าวหา” ความหมายต่างกัน

กกต. เคลียร์ปมชื่อ สว.อิสระ โผล่สำนวนฮั้วเลือก สว. ไม่ได้แปลว่ากระทำผิด แจงชัด 3 สถานะ “มีชื่อปรากฏในสำนวน-ผู้ถูกร้อง-แจ้งข้อกล่าวหา” ความหมายต่างกัน
วันที่ 22 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 18.50 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณี นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย และ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นหนังสือขอความชัดเจนกรณีมีชื่ออยู่ในสำนวนไต่สวนการเลือก สว. ว่า “การมีชื่อปรากฏในสำนวน” “การมีสถานะเป็นผู้ถูกร้อง” และ “การได้รับแจ้งข้อกล่าวหา” เป็นคนละขั้นตอนและมีความหมายแตกต่างกัน โดยตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566 เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือก สว. และกล่าวหาว่าผู้สมัครรับเลือกหรือบุคคลใดอาจกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. บุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคำร้องจะได้รับการกำหนดสถานะเป็น “ผู้ถูกร้อง” เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน
หากพยานหลักฐานสนับสนุนฟังได้ว่าผู้ถูกร้องอาจกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา แก่ผู้ถูกร้องตามขั้นตอนที่กฎหมายและระเบียบ กกต. ข้อ 54
ในกรณีที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแล้วพบว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล หรือไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนฟังได้ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบกำหนดเพื่อยุติเรื่อง หรือยกคำร้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อกล่าวหา
ดังนั้น การมีชื่อปรากฏในสำนวน อาจเป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง เอกสาร หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ถูกร้องและกระทำความผิด
ส่วนผู้ถูกร้อง เป็นสถานะในกระบวนการตรวจสอบข้อกล่าวหากำหนด ไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด ตามระเบียบ กกต. และการแจ้งข้อกล่าวหา เป็นขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องได้รับทราบข้อกล่าวหาและใช้สิทธิชี้แจง แสดงพยานหลักฐาน และโต้แย้งข้อกล่าวหา ไม่ใช่การตัดสินว่ากระทำความผิด ซึ่งหากกรณีไม่มีพยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ถูกร้องกระทำความผิด ก็อาจไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยุติเรื่องหรือยกคำร้องได้เลย
选举委员会澄清了有关独立参议员姓名出现在参议院选举舞弊案卷宗中的问题,指出这并不一定意味着该参议员存在任何不当行为。委员会解释说,“姓名出现在案卷中”、“被告”和“被指控”这三种状态具有不同的含义。
2026年9月22日下午6点50分,泰国选举委员会(ECT)发表声明,澄清了参议员特瓦里特·马尼猜(Tewarit Maneechai)和南塔纳·南塔瓦罗帕斯(Nantana Nantavaropas)要求澄清其姓名出现在参议院选举调查档案中的情况。选举委员会解释说,“姓名出现在档案中”、“被列为被告”和“被告知指控”是三个不同的程序,含义也各不相同。根据选举委员会关于调查、询问和裁决的规定(佛历2561年(2018年)及其截至佛历2566年(2023年)第五版的修正案),当有人就参议院选举提出投诉,指控候选人或任何个人可能违反或未能遵守参议院选举相关法律时,投诉中提及的人员将被指定为“被告”,以启动事实调查和证据收集程序。
如果证据支持被告可能违反或未遵守有关参议院选举的法律的认定,将按照法律和选举委员会条例规定的程序,特别是第 54 条,正式对被告提起诉讼。
如果在审查事实和证据后发现指控没有根据,或者没有支持证据表明存在违反或不遵守参议院选举法律的行为,则可以按照法律法规规定的程序和准则结案或驳回投诉,而无需正式通知被指控人有关指控的内容。
因此,声明中出现的名字可能代表与正在调查的事项相关的信息、事实、文件或证据,但并不一定意味着该人就是被告人并犯下了罪行。
根据选举委员会的规定,被调查人的身份是调查指控过程的一部分;它并不代表认定该人有罪。指控通知程序旨在让被调查人了解指控内容,并使其有权解释、提供证据和反驳指控。这并非有罪判决。如果证据不足以支持指控,则不会发出指控通知,案件可能结案或驳回投诉。