“จอย T-Skirt” เปิดใจเผชิญมะเร็งซ้ำสอง ต้องผ่าตัดปอดด่วน หลังพบจุดตรวจก้อนเนื้อโตเร็ว“Joy T-Skirt”坦言自己第二次与癌症作斗争,在一次体检中发现肺部肿瘤迅速生长后,她不得不接受紧急肺部手术。
หัวใจสตรอง! “จอย T-Skirt” เปิดใจเผชิญมะเร็งกลับมาซ้ำสอง ต้องผ่าตัดปอดด่วน ยอมรับเสี่ยงกระทบเส้นเสียง แต่ได้กำลังใจดีจากครอบครัวและคนรอบข้าง

แฟนเพลงยุค 90 แห่ส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม สำหรับนักร้องสาวอดีตเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง “จอย ธัญพร สนธิขันธ์” หรือ “จอย T-Skirt” ที่ออกมาเปิดใจอัปเดตสุขภาพล่าสุด หลังตรวจพบว่าโรคมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ โดยต้องเข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อบริเวณปอดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากก้อนเนื้อเติบโตเร็วผิดปกติ
ซึ่ง จอย ได้เปิดใจกับ “ไทยรัฐบันเทิง” บอกว่า ตอนนี้ก็ต้องสู้ ได้กำลังใจดีมาก และคุณหมอกับพยาบาลดูแลดี ขณะนี้ตนเองอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการผ่าตัดชิ้นเนื้อที่ปอดออก ซึ่งก้อนเนื้อดังกล่าวมีขนาดขยายจาก 0.3 มม. เป็น 0.6 มม. ภายใน 1 เดือน แม้บริเวณเต้านมจะตรวจแล้วคลีนไม่มีปัญหา แต่จุดที่ปอดต้องรีบจัดการที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นกังวลคือ อาจส่งผลกระทบต่อเส้นเสียง ทำให้เสียงแหบและต้องใช้เวลาฟื้นฟูตั้งแต่ 4 เดือน ไปจนถึงตลอดชีวิต
“ก็ต้องสู้แหละ แต่ว่าเอาจริงๆ มันก็ครั้งที่สองเนอะ ถือว่าเป็นการกลับมาเป็นซ้ำ แต่ตอนนี้คุณหมอบอกว่าไม่รู้ว่ามันเป็นมะเร็งตัวเดิมหรือว่าตัวใหม่ คือมันสามารถเป็นไปได้ที่คนๆ หนึ่งจะเป็นมะเร็งหลายที่ แต่ถ้าเป็นตัวเดิมมันคือลุกลาม แต่ถ้าเป็นตัวใหม่ มันก็คือการเกิดอีกที่หนึ่ง ซึ่งมันสามารถจะเกิดตรงไหนก็ได้ พี่ก็ทำการปรึกษากับคุณหมอในเรื่องผ่าตัด เพราะยังไงก็ต้องผ่าน้องที่อยู่ในปอด เพราะว่าน้องโตเร็ว จากที่เราเคยคุยกันตอนนั้น น้องมีขนาด 0.3 มม. แล้วเราฟอลโลวไปเรื่อยๆ ครั้งที่ 2 น้องโต 0.6 มม. ภายในระยะเวลา 1 เดือน
หมอก็เริ่มชั่งใจแล้ว ทีนี้เราขออีกสักรอบหนึ่ง ก็นั่นแหละซีทีสแกนดูปั๊บน้องเขาโตเร็วจริงๆ แต่ว่าตรงเต้านมเนี่ยคลีน เต้านมไม่มีอะไร ตอนแรกที่เราคุยกัน มันจะมีเต้านมกับปอด ทีนี้ตอนนี้จุดที่เราต้องรีบที่สุดเลยก็คือจุดที่ปอดเพราะว่าน้องโตเร็ว
อย่างวันนี้พี่ก็ไปโรงพยาบาล พี่ไปโรงพยาบาลมาสองวันแล้ว ซึ่งที่โรงพยาบาลตำรวจก็ดูแลพี่ดีมากๆ คุณหมอก็อธิบายแหละค่ะว่าการผ่าตัดเนี่ยตอนนี้มันจะมีอยู่สองแบบ ยังไงก็ต้องผ่าเอาชิ้นเนื้อก้อนนั้นน่ะออกมาเช็คว่า ไอ้ก้อนนี้มันเป็นเชื้อมะเร็งตัวไหน ตัวเก่าหรือตัวใหม่
ทีนี้ถ้าเกิดเป็นตัวเก่าอะค่ะ เราก็อาจจะต้องผ่าตัดออกแหละ แต่จะต้องทำการคีโมเหมือนเดิม คุณหมออาจจะต้องสั่งยาเพิ่ม เข้าสู่กับสู่วงการคีโมเรคอร์ดเหมือนเดิม อันนี้คือแบบที่หนึ่ง กับแบบที่สองก็คือถ้ามันเกิดเป็นมะเร็งที่ใหม่ เป็นมะเร็งที่ปอดปุ๊บ ถ้าไม่เกี่ยวกันเลย อันนี้พี่อาจจะต้องผ่าตัดปอด ซึ่งตำแหน่งของมัน คือปอดคนเราอ่ะค่ะคุณหมออธิบายว่ามันแบ่งเป็นสี่ห้อง มันแบ่งเป็น 4 ส่วน ของพี่มันไปอยู่ตรงส่วนตรงกลางพอดีที่มันไม่สามารถที่จะแบบเอาออกไปน้อยได้ คือถ้าต้องผ่าก็คือต้องผ่าครึ่งหนึ่ง
แต่ที่พี่แบบตกใจนิดหนึ่งก็คือว่า คุณหมอจะต้องเลาะต่อมน้ำเหลือง ซึ่งต่อมน้ำเหลืองมันจะอยู่ใกล้ๆ เส้นเสียง อาจจะมีผลกระทบต่อเสียงได้ เสียงอาจจะแหบ อย่างมากที่สุดระยะเวลาฟื้นตัวก็อาจจะ อย่างเร็วคือ 4 เดือนหรืออาจจะเป็นตลอดไป”
ตอนนี้ พี่จอย ก็มาทำงานปกติ?
“ทำงานปกติค่ะ เพราะว่าเราก็พยายามแพลน ตอนนี้คืองงมาก คือเราจะเข้าผ่าตัดแล้วเราจะต้องพักฟื้นเท่าไหร่ แล้วตอนนี้งานของ KITA 40UP ก็เข้ามาเยอะเหลือเกิน บางทีก็มีคุยกับผู้จัดการว่าทางลูกค้าเขาโอเคไหม ที่เพื่อนไปกัน 4 คน อาจจะขาดเราไปอะไรอย่างนี้ค่ะ เพราะไม่อยากให้แบบพอเราป่วยปุ๊บ KITA 40UP หยุดเราก็อยากให้ทุกคนได้ดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนกันค่ะ
ที่บ้านเรามีกันสามคน พ่อ แม่ ลูก แล้วลูกก็จะสอบมันเหมือนตอนที่ป่วยเมื่อปีที่แล้ว ลูกก็จะสอบเข้า ปีนี้ลูกก็จะสอบเข้า แต่ดีหน่อยคือลูกรู้แล้วว่าเราเป็นอะไร แล้วก็โอเคไม่เป็นไร ทำทุกอย่างเหมือนเดิม เราไปหาหมอ พ่อพาลูกไปสอบ อยู่กับลูก แล้วก็แต่เราคุยกันตลอด เวลาหาคุณหมอคุยกับคุณหมอ ก็ขออนุญาตคุณหมอให้พ่ออยู่ในสายฟังไปด้วยกัน เพราะว่าการตัดสินใจเรื่องการผ่าตัดมันต้องตัดสินใจร่วมกัน”
ก่อนหน้าที่ร้องเพลงในรายการ 3 แซ่บ แต่เราไม่ได้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายเนอะ?
“มันต้องทิ้งไว้แหละ คือตอนนี้เอาจริงๆ ไม่มีอะไรแน่นอนเลย พี่จะต้องเข้าผ่าตัดมันยิ่งมันยิ่งซ้ำความรู้สึกย้ำๆ ว่า เธอจะต้องเตรียมทุกอย่างไว้จริงๆ แล้วล่ะ เราไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะยังไง เราก็พยายามใช้ความสดใส ใช้พลังงานทุกอย่างเพื่อยับยั้งเซลล์ แต่ก็ยังหายใจได้ ก็ยังพูดเหมือนเดิมป่วยก็รักษา ก็เข้าไปผ่าตัด คุณหมอก็ทุกคนน่ารักมาก ทุกคนดูแลอย่างดีมาก”
พี่จอยไม่สบาย ก็ยังไปเยี่ยมคนที่ไม่สบายด้วยเหมือนกัน?
“กำลังใจมันสำคัญ แล้วจอยก็แค่รู้สึกว่า ทุกวันนี้จอยยังมีโอกาส จอยยังมีโอกาสที่ได้เจอกับทุกคน จอยยังมีโอกาสที่ได้ร้องเพลง มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าอะไรก็ตามที่มันเป็นประโยชน์จอยก็จะทำ และในสิ่งที่จอยค้างใจ จอยก็อยากจะทำ ตอนนี้ก็เรียนปริญญาโทค่ะ ที่ มศว ประสานมิตร เรียนคณะศิลปกรรม อันนั้นน่ะคือค้างใจว่า เรายังอยากเรียนปริญญาโท แต่การงานวิจัยหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เราจะทำในทุกวันนี้ มันจะเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของมนุษยชนทั้งนั้นอะไรอย่างนี้ค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ”.
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
90年代音乐的粉丝们纷纷向这位前女子组合成员Joy Thanyaporn Sonthikhan(艺名Joy T-Skirt)表达了支持,此前她向粉丝们更新了自己的健康状况。她被诊断出癌症复发,并接受了紧急手术切除肺部快速生长的肿瘤。
Joy向“Thai Rath Entertainment”透露,她正在与病魔抗争,得到了各界的大力支持,医生和护士也对她照顾有加。她目前正在咨询医生是否需要手术切除肺部肿瘤。这个肿瘤在一个月内从0.3毫米长到了0.6毫米。虽然她的乳腺检查结果正常,但肺部肿瘤需要立即治疗。她最担心的是肿瘤可能对声带造成影响,导致声音嘶哑,并需要长达四个月甚至终身的恢复期。
“我必须与之抗争,但说实话,这已经是第二次了。这被认为是复发。但医生说他们无法确定是同一种癌症还是新的癌症。一个人有可能在多个部位患上癌症。如果是同一种癌症,那就说明它已经扩散了。如果是新的癌症,那就意味着它起源于其他地方,而且它可以出现在身体的任何部位。我已经咨询过医生关于手术的问题,因为我们肯定需要手术切除我肺部的肿瘤,它生长迅速。根据我们上次的讨论,肿瘤只有0.3毫米,我们进行了随访,结果第二次在一个月内就长到了0.6毫米。”
医生开始权衡各种方案。于是我们要求再做一次扫描。CT扫描结果出来了,显示胎儿生长速度非常快。但乳房一切正常,没有任何问题。最初我们讨论时,打算重点检查乳房和肺部。但现在,由于胎儿生长速度如此之快,我们最迫切需要关注的是肺部。
今天我去医院了。我已经住院两天了,警察医院对我的照顾非常好。医生解释说有两种手术方式,无论哪种,都需要取肿瘤组织进行活检,以确定是哪种癌症,是新发的还是旧的。
如果是以前的癌症,我们可能需要手术切除,但仍然需要化疗。医生可能会开一些其他药物,我们会继续进行化疗疗程。这是第一种情况。第二种情况是,如果是新的癌症,比如肺癌,即使与之前的癌症无关。在这种情况下,我可能需要做肺部手术。医生解释说,我们的肺分为四个腔室,我的肺位于中间,所以不能只切除一小部分。如果需要手术,他们必须切除一半的肺。
“但让我有点意外的是,医生必须切除声带附近的淋巴结。这可能会影响我的声音,可能会变得嘶哑。恢复期最多可能只有4个月,但也可能是永久性的。”
所以,Joy现在已经恢复正常工作了吗?
“我照常工作,因为我们正在制定计划。现在,我真的不知道手术后需要多久才能恢复。而且KITA 40UP的工作量也很大。有时候我会跟我的经理讨论,如果我的朋友们(我们四个人)一起出去旅行,客户是否介意,因为我不想因为我生病就让KITA 40UP停业。我也希望大家的生活都能继续下去。”
家里有我们三个人:爸爸、妈妈和孩子。我的孩子要参加考试了,就像去年我生病时一样。今年,我的孩子又要参加高考了。好在,我的孩子现在知道我生病了,这也没关系。我们照常生活。我们去看医生,我带孩子去考试,我陪孩子玩,我们一直聊天。我去看医生的时候,会请求允许我跟他们通电话,因为关于手术的决定需要我们共同商量。
在参加 3 Saap 节目演唱之前,我们并没有说这将是最后一次,对吧?
“只能这样了。说实话,现在什么都不确定。我得做手术,这让我更加意识到,我必须做好万全准备。我们真的不知道会发生什么。我们努力用乐观和活力来抑制癌细胞,但我还能像以前一样呼吸和说话。如果我生病了,我会接受治疗,也会做手术。医生们都非常和蔼,每个人都对我照顾有加。”
即使乔伊自己生病了,她还是去探望了同样生病的人?
“鼓励很重要。我觉得自己仍然有机会,仍然有机会见到大家,仍然有机会唱歌。所以我觉得,只要是有益的事情,我都会去做。而且,我一直想做一件事,现在也想继续做下去。目前,我正在诗纳卡琳威洛大学帕萨尼特校区美术学院攻读硕士学位。这就是我一直想做的,我仍然想攻读硕士学位。但我现在的研究或其他任何工作都将与造福人类相关。谢谢大家。谢谢大家的鼓励。”
点击阅读更多娱乐新闻。