ป้าดา-ลุงแหวน พาป้าบัวไข ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 จนท.ที่ดิน达姨和瓦恩叔叔陪同布阿凯姨向反贪污委员会根据第 157 条对一名土地官员提出申诉。
“ป้าดา-ลุงแหวน พาป้าบัวไข” ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 จนท.ที่ดิน ฐานโอนโฉนด 21 ไร่ให้ “วัดป่าอดุลยาราม” อ้างเป็นที่ดินมรดก ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์

Home » โซเชียล » ป้าดา-ลุงแหวน พาป้าบัวไข ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 จนท.ที่ดิน
“ป้าดา-ลุงแหวน พาป้าบัวไข” ร้อง ปปป.เอาผิด ม.157 จนท.ที่ดิน ฐานโอนโฉนด 21 ไร่ให้ “วัดป่าอดุลยาราม” อ้างเป็นที่ดินมรดก ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์
เวลา 10.00 น. ของวันที่ 23 กันยายน 2569 น.ส.ชมมณี หรือ “ป้าดา” พร้อมด้วย นายวรเดช หรือ “ลุงแหวน” ได้พานางบัวไข และกลุ่มทายาทของ “ตาเฮียง” เดินทางมาที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ในการแจ้งความร้องทุกข์กรณีการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นบางรายอาจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการโอนที่ดินดังกล่าวทั้งหมด
นายวรเดชเปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อพาป้าบัวไขมาร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ที่ดินประมาณ 3-4 คน ที่เชื่อว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงอาจมีเจ้าหน้าที่รายอื่นที่มีส่วนสนับสนุนในการโอนโฉนดที่ดินของป้าบัวไข ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก โดยที่ทางฝ่ายทายาทไม่เคยได้รับรู้หรือให้ความยินยอม เนื่องจากมองว่าการโอนโฉนดดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเข้าใจว่าเกิดจากความคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะของที่ดิน
สำหรับประเด็นที่ดินที่ถูกระบุว่าตกเป็นของวัดตั้งแต่ปี 2533 นั้น ทางฝ่ายทายาทชี้แจงว่าที่ดินแปลงดังกล่าวตามข้อเท็จจริงเป็นที่ดินสำหรับสร้างวัดตามมาตรา 33 (2) ไม่ใช่ที่ธรณีสงฆ์ตามมาตรา 33 (1) ซึ่งหากเป็นที่ธรณีสงฆ์จริงจึงจะถือเป็นของวัดตั้งแต่มีการยกให้ตามกล่าวอ้าง แต่การโอนโฉนดครั้งนี้กลับเป็นการผิดวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของ “พ่อเฮียง” ผู้ให้ที่ดินเพื่อสร้างวัด นอกจากนี้ ทายาทได้พบข้อมูลผังหรือเอกสารเมื่อปี 2541 ที่ระบุว่ามีสิ่งก่อสร้าง 12 รายการในพื้นที่ แต่เมื่อลงพื้นที่จริงกลับไม่พบสิ่งก่อสร้างดังกล่าว จึงตั้งข้อสงสัยว่ามีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาใช้ประกอบการขอตั้งวัดจนทำให้มหาเถรสมาคมอนุมัติ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นโมฆะ พร้อมกันนี้ยังได้นำพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีใหม่
ด้าน น.ส.ชมมณี หรือ “ป้าดา” กล่าวด้วยความอึดอัดว่า ที่ผ่านมาครอบครัวถูกสังคมประณามว่าต้องการฮุบที่ดินวัด ทั้งที่ความจริงที่ดินดังกล่าวเป็นของบรรพบุรุษคือ “ตาเฮียง” และครอบครัวได้ต่อสู้เรื่องนี้มากว่า 20 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเคยสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ รวมถึงพระผู้ใหญ่หลายรูปก็เคยได้รับคำตอบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีข้อมูลในระบบว่าเป็นวัด จนกระทั่งมีการโอนโฉนดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ทายาทจึงทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดที่ระบุว่าเป็นวัดตั้งแต่ปี 2492 ขณะที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติระบุปี 2541 และทีมทนายฝั่งตรงข้ามระบุปี 2525 ทำให้เกิดความสับสนว่าตกลงแล้วสถานะของวัดเริ่มต้นในปีใดกันแน่
ป้าดายังตั้งคำถามถึงกระบวนการโอนโฉนดว่า เหตุใดจึงยังคงมีการโอนเกิดขึ้นทั้งที่เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ทายาทได้ทำหนังสือคัดค้านไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นแล้ว และคดีเรื่องโฉนด 21 ไร่ ยังอยู่ในชั้นศาลฎีกายังไม่มีคำพิพากษาเด็ดขาด พร้อมทั้งระบุว่าครอบครัวเพียงต้องการปกป้องสิทธิในฐานะทายาท และตั้งข้อสังเกตว่าหลักฐานที่อีกฝ่ายนำมาอ้างอิงอาจเป็นเท็จ 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรียกทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้าเพื่อพิสูจน์หลักฐานอย่างโปร่งใส แทนที่จะปล่อยให้ครอบครัวถูกโจมตีฝ่ายเดียวในสื่อสังคมออนไลน์
首页 » 社交媒体 » 达姨和瓦恩叔叔带着布阿姨向反腐败委员会投诉土地官员违反第 157 条规定。
“达阿姨和瓦恩叔叔,以及布阿凯阿姨”向反贪污委员会投诉土地官员违反第 157 条规定,指控他们将 21 莱土地的地契转让给 Wat Pa Adulyaram,声称该土地是继承的,而不是寺庙的财产。
2026年9月23日上午10点,Chommanee女士(人称“Da阿姨”)与Woradech先生(人称“Waen叔叔”)陪同Buakhai女士及“Hiang爷爷”的一群后裔前往中央调查局投诉中心,与反腐败部门的调查人员会面。他们就Wat Pa Adulyaram寺土地所有权证上的名称变更一事提出投诉,指控孔敬府土地局的部分官员可能存在不当行为,并要求对整个土地转让过程进行调查。
沃拉德奇先生透露,他今天来是为了陪同布阿凯阿姨去投诉大约三四名他认为行为不当的土地官员。他还声称,由于布阿凯阿姨是遗产执行人,其他官员可能也参与了她土地所有权的转让,而继承人对此毫不知情,也未征得她的同意。继承人认为此次转让是非法的,源于对土地状况的错误判断。
关于据称自1990年起就属于寺庙的土地问题,继承人澄清,该土地实际上是根据《寺庙法》第33条第(2)款规定的寺庙建设用地,而非根据第33条第(1)款规定的寺庙用地。如果该土地确实是寺庙用地,那么自其被声称捐赠以来,就应该被视为寺庙所有。然而,此次地契的转移违背了“香法师”捐赠土地用于寺庙建设的初衷。此外,继承人发现1998年的信息或文件显示该地区有12座建筑物,但他们实地考察后并未发现任何此类建筑物。因此,他们怀疑在申请设立寺庙时使用了虚假信息,导致最高僧伽委员会批准了该申请,而该申请可能无效。他们还向调查人员提供了相关证据和文件,以启动新的法律程序。
Chommanee女士(人称“Da阿姨”)表达了她的沮丧之情。她说,她的家人被社会谴责试图侵占寺庙土地,而实际上这块土地属于她的祖先“Hiang爷爷”,她的家人为了此事已经抗争了20多年。在此期间,他们咨询了多个机构和几位资深僧侣,但得到的答复都是该地在系统中没有寺庙登记。直到9月16日土地所有权转移完成,继承人才联系了省佛教事务办公室。该办公室表示,这块土地自1949年起就是寺庙用地,而国家佛教事务办公室则声称是1998年,对方律师团队则声称是1982年,这导致人们对寺庙的实际设立日期产生了困惑。
达姨也对土地所有权转移程序提出质疑,她质问为何在继承人已于9月3日向孔敬府土地局提交异议函的情况下,转移程序仍在继续,而且涉及这21莱土地所有权的案件仍在最高法院审理中,尚未有最终判决。她表示,家人只是想维护作为继承人的权利,并暗示对方提供的证据可能不实。她还呼吁主管国家佛教事务的副总理帕空·尼拉帕潘对事实进行调查,并促使双方坦诚面对证据,而不是任由家人在社交媒体上遭受单方面攻击。