คาด "สี จิ้นผิง" อาจกดดันทรัมป์ยุติขายอาวุธให้ไต้หวัน อ้างแถลงการณ์ร่วมปี 1982预计习近平可能会援引1982年的联合声明,向特朗普施压,要求其停止向台湾出售武器。
แหล่งข่าววงในเผย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เตรียมหยิบยกประเด็นไต้หวันขึ้นมาหารือและกดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันตามแถลงการณ์ร่วมปี 1982

แหล่งข่าววงในเผย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เตรียมหยิบยกประเด็นไต้หวันขึ้นมาหารือและกดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างเยือนสหรัฐฯ เพื่อให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันตามแถลงการณ์ร่วมปี 1982 โดยฝ่ายจีนอาจหยิบยื่นข้อเสนอช่วยกดดันเรื่องสงครามในตะวันออกกลางเป็นการแลกเปลี่ยน ขณะที่ไต้หวันยืนยันเดินหน้าติดต่อสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันการส่งมอบอาวุธตามแผน
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน คาดว่าจะกดดันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ให้ยุติการขายอาวุธให้ไต้หวันระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ โดยอาจยกแถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ-จีนปี 1982 มาเป็นเหตุผลในการเรียกร้องดังกล่าว แหล่งข่าว 3 คนที่รับทราบการหารือระหว่างสหรัฐฯ กับจีนก่อนการประชุมสุดยอด เปิดเผยกับรอยเตอร์โดยขอสงวนชื่อเนื่องจากเป็นประเด็นละเอียดอ่อน
ภายใต้แถลงการณ์ร่วมปี 1982 สหรัฐฯ ระบุถึงความตั้งใจที่จะทยอยลดการขายอาวุธให้ไต้หวัน และไม่ได้มุ่งหมายที่จะจัดหาอาวุธให้ไต้หวันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บันทึกประกอบแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนในขณะนั้นระบุว่า ความพร้อมของสหรัฐฯ ที่จะลดการขายอาวุธนั้นขึ้นอยู่โดยสิ้นเชิงกับการที่จีนยังคงยึดมั่นต่อการแก้ไขความแตกต่างกับไต้หวันด้วยสันติวิธี
จีนมองไต้หวัน ซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยว่าเป็นดินแดนของจีน และเรียกร้องมาโดยตลอดให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้ไต้หวัน ขณะที่รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างเรื่องอธิปไตยของจีน และยืนยันว่าอนาคตของไต้หวันควรถูกกำหนดโดยประชาชนไต้หวัน
แม้สหรัฐฯ กับไต้หวันไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ แต่กฎหมายสหรัฐฯ กำหนดให้สหรัฐฯ จัดหาเครื่องมือที่จำเป็นแก่ไต้หวันเพื่อใช้ป้องกันตนเอง โดยนโยบายของสหรัฐฯ ยึดหลัก “นโยบายจีนเดียว” ซึ่งสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการว่าไต้หวันมีอธิปไตยเหนือดินแดนหรือไม่ และรับทราบจุดยืนของจีนที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่ไม่ได้ให้การรับรองจุดยืนดังกล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า จีนอาจเรียกร้องไม่เพียงให้สหรัฐฯ ยุติการอนุมัติการขายอาวุธชุดใหม่ แต่ยังขอให้ระงับการส่งมอบอาวุธที่ไต้หวันสั่งซื้อไปแล้วด้วย โดยจีนอาจเสนอความช่วยเหลือในการกดดันอิหร่านเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลางเป็นสิ่งตอบแทน
หนึ่งในแหล่งข่าวระบุว่า สี จิ้นผิงอาจพยายามเน้นย้ำต่อทรัมป์ว่า ไต้หวันเป็นฝ่ายยั่วยุและเป็นต้นตอของความไม่มั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงเป็นฝ่ายที่กำลังเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมในช่องแคบไต้หวัน อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นมุมมองของฝ่ายจีนตามที่แหล่งข่าวระบุ
จีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารรอบไต้หวันอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการซ้อมรบที่มีการยิงขีปนาวุธจริง และกองทัพจีนปฏิบัติการรอบเกาะไต้หวันเกือบทุกวัน โดยจีนไม่เคยประกาศสละการใช้กำลังเพื่อรวมไต้หวันเข้ากับจีน
กระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีน "คัดค้านอย่างเด็ดขาด" ต่อการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้ไต้หวัน และเห็นว่าการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมทั้ง 3 ฉบับ รวมถึงคำมั่นก่อนหน้านี้ของสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวัน เป็น "เงื่อนไขที่จำเป็น" ต่อการพัฒนาความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนอย่างมีเสถียรภาพและเป็นไปในทิศทางที่ดี
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์อนุมัติแพ็กเกจขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่าประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.9 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นแพ็กเกจใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยอนุมัติ ขณะที่แพ็กเกจอีกชุดมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.5 แสนล้านบาท ยังคงถูกระงับมาหลายเดือน
หลังการประชุมสุดยอดกับสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคม ทรัมป์ระบุว่าเขายังคงชะลอแพ็กเกจดังกล่าวไว้ และเรียกการขายอาวุธชุดนี้ว่าเป็น "ไพ่ต่อรองที่ดีมาก" ขณะที่บริษัทผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ได้รับผลกระทบจากความล่าช้าดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์กล่าวว่าจะตัดสินใจเกี่ยวกับแพ็กเกจอาวุธชุดใหม่ภายในเวลาไม่นาน และชี้ว่าในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก ทรัมป์อนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันมากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ในสมัยที่สอง เขาอนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันภายในปีแรกมากกว่ายอดรวมตลอด 4 ปีของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน
ภายใต้ "หลักประกัน 6 ประการ" ที่สหรัฐฯ ให้แก่ไต้หวันในปี 1982 และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในปี 2020 สหรัฐฯ ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาสำหรับการยุติการขายอาวุธให้ไต้หวัน และไม่ได้ตกลงว่าจะต้องหารือกับจีนล่วงหน้าก่อนการขายอาวุธดังกล่าว
ด้านไต้หวันระบุว่าจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อผลักดันให้การขายและส่งมอบอาวุธดำเนินไปตามแผน นายเฉียว ฝูชุน รองโฆษกกระทรวงกลาโหมไต้หวัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองไถหนานว่า การรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็น "ผลประโยชน์ร่วมของประเทศประชาธิปไตย" พร้อมระบุว่ารัฐบาลและสภาคองเกรสสหรัฐฯ แสดงจุดยืนสนับสนุนความสามารถของไต้หวันในการป้องกันตนเองมาโดยตลอด
เขากล่าวว่า ไต้หวันจะยังคงติดต่ออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และเดินหน้าผลักดันให้การส่งมอบอาวุธเป็นไปตามแผน ด้านโช จุงไท นายกรัฐมนตรีไต้หวัน กล่าวว่า เขามีความเชื่อมั่นอย่างมากต่ออนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ
สี จิ้นผิงมีกำหนดเดินทางถึงกรุงวอชิงตันในวันที่ 23 กันยายน โดยการหารืออย่างเป็นทางการกับทรัมป์จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ขณะที่กำหนดการเยือนหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าอาจเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ผู้นำจีนหยิบยกประเด็นแถลงการณ์ร่วมปี 1982 ขึ้นหารือ.
ที่มา Reuters / Associated Press
内部消息人士透露,中国国家主席习近平正准备在访美期间提出台湾问题,并向美国总统特朗普施压,要求其根据1982年《中美联合声明》停止对台军售。作为交换,中国可能会在中东潜在战争爆发前向美国施压。与此同时,台湾方面则坚持将继续与美国保持密切联系,以推动按计划交付对台军售。
预计中国国家主席习近平本周访问华盛顿期间,将向美国总统特朗普施压,要求其停止对台军售,并可能援引1982年《中美联合声明》作为其要求的理由。三位熟悉中美峰会前会谈的消息人士向路透社透露了这一消息,由于问题的敏感性,他们要求匿名。
根据1982年的《中台联合声明》,美国表示有意逐步减少对台军售,并且不打算长期向台湾提供武器。然而,当时罗纳德·里根总统的一份备忘录指出,美国减少对台军售的意愿完全取决于中国是否继续致力于和平解决与台湾的分歧。
中国视台湾这个民主国家为其领土的一部分,并一直要求美国停止对台军售。然而,台湾政府拒绝接受中国的领土主张,并坚持认为台湾的未来应由其人民决定。
尽管美国与台湾没有正式外交关系,但美国法律要求美国向台湾提供必要的自卫工具。美国的政策基于“一个中国政策”,该政策规定美国不正式声明台湾对其领土拥有主权,并承认中国关于台湾是中国一部分的立场,但不承认这一立场。
消息人士指出,中国可能不仅要求美国停止批准新的武器销售,还可能要求美国暂停向台湾交付已订购的武器。作为交换,中国可能会在中东地区向伊朗施压,以防爆发战争。
有消息人士指出,习近平可能是在试图向特朗普强调,台湾才是挑衅者,是美中关系不稳定的根源,也是改变台海现状的始作俑者。然而,该消息人士也表示,这些指责仅代表中方观点。
过去五年,中国显著加强了在台湾周边的军事活动,包括实弹导弹演习,以及中国军队几乎每天都在台湾岛附近进行军事行动。中国从未宣布放弃使用武力实现台湾统一。
中国外交部表示,中国“坚决反对美国向台湾出售武器”,并认为遵守中美三份联合声明以及美国此前在台湾问题上作出的承诺,是中美关系稳定、积极发展的“必要条件”。
去年12月,特朗普政府批准了一项价值约110亿美元(约合3900亿泰铢)的对台军售计划,这是迄今为止批准的最大规模的对台军售。与此同时,另一项价值约140亿美元(约合4500亿泰铢)的军售计划已被搁置数月。
在5月与习近平在北京举行峰会后,特朗普表示他仍在推迟该方案,并称军售是“非常好的谈判筹码”,而美国武器制造商却受到了延迟的影响。
白宫官员表示,特朗普称他将很快就新的对台军售方案做出决定,并指出,在他担任美国总统的第一任期内,他批准的对台军售数量超过了美国历史上任何一位总统。在他第二任期的第一年,他批准的对台军售数量就超过了拜登总统四年任期内的总和。
根据美国在 1982 年向台湾作出的、并在 2020 年公开的“六项保证”,美国既没有设定停止对台军售的时间表,也没有同意在对台军售前必须与中国进行磋商。
台湾方面表示,将继续与美国密切协调,确保武器销售和交付按计划进行。台湾副发言人焦福春在台南对记者表示,维护印太地区的安全与稳定是“民主国家的共同利益”,并补充说,美国政府和国会一贯支持台湾的自卫能力。
他表示,台湾将继续与美国国防部保持密切联系,并按计划推进武器交付。台湾总理曹仲泰表示,他对台美关系的未来充满信心。
习近平定于9月23日抵达华盛顿,并于9月24日星期四与特朗普举行正式会谈。他计划于9月25日星期五访问美国国家档案馆,消息人士称,这可能是这位中国领导人讨论1982年《中美联合声明》的另一个地点。
来源:路透社/美联社