ผู้ตรวจการแผ่นดินประชุมเร่งแก้ปัญหา “ขยะอันตรายข้ามแดน” ชงข้อเสนอ ครม. ปิดช่องโหว่ต้นทาง-ปลายทาง监察专员办公室召开会议,紧急处理“跨境危险废物”问题,并向内阁提出措施,以堵住源头和目的地的漏洞。
ผู้ตรวจการแผ่นดินประชุมเร่งแก้ปัญหา “ขยะอันตรายข้ามแดน” ชงข้อเสนอ ครม. ปิดช่องโหว่ตั้งแต่ด่านนำเข้า–โรงงานปลายทาง ยกระดับ X-ray และฐานข้อมูล Real-Time พร้อมจัดตั้งโรงงานกำจัดกลาง

ผู้ตรวจการแผ่นดินประชุมเร่งแก้ปัญหา “ขยะอันตรายข้ามแดน” ชงข้อเสนอ ครม. ปิดช่องโหว่ตั้งแต่ด่านนำเข้า–โรงงานปลายทาง ยกระดับ X-ray และฐานข้อมูล Real-Time พร้อมจัดตั้งโรงงานกำจัดกลาง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 ก.ย.2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประชุมร่วมกับตัวแทนกระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT) กรมการขนส่งทางบก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฯลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก ฝุ่นแดง และของเสียอันตราย อย่างเป็นระบบเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ
ภายหลังการประชุม นายทรงศัก ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปแนวทางป้องกันการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก ฝุ่นแดง และของเสียอันตรายและลดช่องว่างในการกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ดังนี้ 1.การจัดตั้งกลไกระดับชาติ เพื่อบริหารจัดการการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก ฝุ่นแดง และขยะอันตรายอื่น ๆ โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังการนำเข้าขยะอันตรายแบบ Real-Time โดยมีกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยกระดับระบบตรวจสอบตู้สินค้าและเทคโนโลยี X-ray โดยกำหนดเกณฑ์ความเสี่ยงสำหรับสินค้าและประเทศต้นทาง รวมถึงระบบการติดตามขยะอุตสาหกรรม และจัดระบบบริหารจัดการของกลางให้มีความปลอดภัยและไม่กระทบต่อพยานหลักฐานในทางคดี
นายทรงศัก กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเสนอให้พิจารณาปรับปรุงอัตราโทษแก่ผู้กระทำความผิดและกำหนดระยะเวลาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน รวมถึงกำหนดมาตรการด้านผังเมืองและการกำกับดูแลโรงงานกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้ตั้งโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานลำดับที่ 60, 105 และ 106 ได้เฉพาะในพื้นที่ที่มีระบบบำบัดมลพิษรองรับอย่างเพียงพอ ซึ่งจะเป็นการควบคุมจำนวนโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง และเสนอให้มีรัฐบาลจัดตั้งโรงงานกำจัดขยะอุตสาหกรรม ขยะอันตราย สารพิษและยาเสพติดกลาง แบบครบวงจร โดยเรียกเก็บค่าใช้จ่ายผู้กระทำผิด
“แนวทางการแก้ไขปัญหาไม่หยุดอยู่เพียงการดำเนินคดีเป็นรายกรณี แต่ต้องนำข้อเท็จจริงที่พบมาเสนอเป็นมาตรการป้องกันเชิงระบบ ทั้งการตรวจสอบ การเชื่อมโยงข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อปิดช่องว่างที่อาจทำให้เกิดการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย เพื่อเร่งแก้ปัญหาในทุกมิติ อีกทั้งมุ่งให้มีการบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างหน่วยงานมีข้อมูลเชื่อมโยง และมาตรการป้องกันที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว คาดว่า จะสามารถจัดทำรายงานเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในอีก 2 เดือนข้างหน้า” นายทรงศัก กล่าว
监察专员办公室召开会议,紧急处理“跨境危险废物”问题,向内阁提出措施,堵塞从进口点到最终加工厂的漏洞,升级 X 射线系统和实时数据库,并建立中央废物处理厂。
2026年9月23日上午9时,在监察专员办公室,监察专员主席宋萨·赛楚先生与来自工业部、工业工程厅、海关总署、污染控制厅、泰国工业园区管理局(IEAT)、陆路运输厅、地方行政厅、公共工程和城市规划厅、特别调查厅以及其他相关机构的代表举行了会议。会议旨在制定系统性措施,以解决非法进口电子垃圾、塑料垃圾、红尘和危险废物的问题,并将相关提案提交内阁审议和采取行动。
会后,宋萨克先生接受采访时表示,会议就防止非法进口电子垃圾、塑料垃圾、红尘和危险废物,以及减少从源头到目的地监管漏洞等方面的指导方针达成一致,具体如下:1. 建立由总理或副总理主持的国家电子垃圾、塑料垃圾、红尘和其他危险废物进口管理机制。这包括建立一个危险废物进口实时监控中心,由海关部门作为主要机构,并与相关组织合作。此外,还将升级集装箱检查系统和X光技术,制定货物和原产国的风险标准,并建立工业废物追踪系统和查获货物的安全管理系统,以防止在法律案件中损害证据。
宋萨克先生进一步指出,他还建议考虑调整对违法者的处罚力度,并为工厂经营许可证设定时限。他还建议制定针对高风险工厂的城市规划和监管措施,仅允许在拥有完善污染控制系统的地区设立高风险工厂(例如编号为60、105和106的工厂)。这将有助于控制高风险工厂的数量。此外,他还建议政府设立一个集中式综合设施,用于处理工业废物、危险废物、有毒物质和毒品,并对违法者收取费用。
“解决问题的途径并非止于对个案进行起诉。必须将查明的事实纳入系统性的预防措施中,包括检查、数据共享和执法,以堵塞可能导致非法进口危险废物的漏洞。这样做是为了加快各层面的解决方案,并促进各机构之间开展综合性问题解决,利用互联的数据和从源头到最终目的地的全面预防措施,防止对公众和环境造成长期影响。我们预计将在未来两个月内向内阁提交报告供其审议,”宋萨克先生说道。