“ไฟใต้” เดือดกลางสภา คำเฉลยแก้ 20 ปีไฉนไม่สงบ“泰国南部冲突在议会升温:为何20年来解决冲突的努力未能带来和平?”
เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี สำหรับเวทีเปิดกว้างการอภิปรายเรื่องแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนใต้อย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา โดยมี สส.ระดับ”บิ๊กเนม” ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และทำหน้าที่อภิปรายชำแหละปัญหาดับไฟใต้ นานกว่า 20

เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี สำหรับเวทีเปิดกว้างการอภิปรายเรื่องแก้ปัญหาสถานการณ์ชายแดนใต้อย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา โดยมี สส.ระดับ”บิ๊กเนม” ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และทำหน้าที่อภิปรายชำแหละปัญหาดับไฟใต้ นานกว่า 20 ปี ทำไมยังไม่สำเร็จ
แม้การอภิปรายเรื่องไฟใต้ในการประชุมสภาฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.69 ) ต้องฝ่าฟันอุปสรรค และเสียเวลายื้อกันไปดึงกันมา ไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ตั้งแต่มีเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาสอดแทรกเป็นวาระเร่งด่วนเข้ามา ก่อนจะเสนอสลับวาระการประชุม จนโดนอีกฝ่ายเหน็บในทีว่าหักข้อตกลง เพื่อสกัดไม่ให้สภาฯพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.
แม้ต้องแลกมาด้วยการถูกรุมถล่มของ”ไอซ์” น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.ดาวเด่นที่ขึ้นอันดับ 1 นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่น 3 เดือนหลังสุดติดต่อกัน จาก”สวนดุสิตโพล” ในประเด็นกล่าวหา“คณะรัฐมนตรีต่างรักตัวกลัวตาย” จึงไม่กล้าลงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จัดประชุมครม.สัญจรที่จ.สงขลา
ตามด้วยนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชนที่ประกาศตัดพี่ตัดน้องกับ น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิชย์ สส.และทายาท”บ้านใหญ่”ลพบุรี อดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคม จากปม ”ประธานอย่าดึงดราม่า” ไม่ขอนับญาติด้วย
แต่สุดท้ายคนที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และได้อภิปรายเรื่องดับไฟใต้ ล้วนต่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับเรื่องความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพแก้ปัญหาขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่ กมธ.ชุดดังกล่าว ใช้เวลาศึกษาปัญหาในพื้นที่นานกว่า 2 ปี ผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน 36 เวที และเป็นรายงานที่หลายฝ่ายอ้างอิงถึงความน่าเชื่อถือ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ยืนหยัดสู้กับพลพรรคฝ่ายรัฐบาลและ น.ส.มัลลิกา ประธานในที่ประชุม เรื่องข้อบังคับการประชุมสภาฯ และเป็นคนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก-รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร่วมฟังและให้คำตอบที่ชัดเจนกับประชาชน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภา ที่ระบุชัดว่า ลำพังมาตรการทางการทหารและการใช้อำนาจความมั่นคงอย่างเดียว ไม่อาจแก้ปัญหาและนำไปสู่สันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้ได้ และยังเรียกหาความกล้าหาญของผู้นำรัฐบาล
นอกจากนั้น ยังมีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 จ.นราธิวาส ที่โดนลอบสังหารหลังเดินกลับจากวันโหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ที่กรุงเทพฯ และนำไปสู่ความไม่มั่นใจในสวัสดิภาพและความปลอดภัย รวมถึงการเข้าถึงความยุติธรรมของคนในพื้นที่
ยังมีนายรอมฎอน ปัญจอ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส
พรรคกล้าธรรม ที่ระบุเคยไปดักรอพบเพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ร่วมกับประชาชนในวันที่นายอนุทินลงพื้นที่แต่นายกฯหลายชั่วโมง แต่นายกฯไม่ได้เปิดโอกาสรับฟังข้อเสนอแนะจากสส.ในพื้นที่
รวมทั้งนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นคนแรกที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องแก้ปัญหาชายแดนใต้แบบเป็นคิวสอดแทรกด่วน ก่อนจะนำไปสู่การเปิดวิวาทะ ระหว่างสส.ฝ่ายค้านกับรัฐบาล นายซาการียา ให้เหตุผลว่าวาระรายงานของกกต.ก็สำคัญ แต่ปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญกว่า และตนได้ยื่นญัตติด่วนตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่หลีกทางให้กับเรื่องอุทกภัย จ.น่าน
ทั้งนี้ ประเด็นอภิปรายที่เป็นการฉายภาพและสะท้อนปัญหา จากสส.ที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเหล่านี้ เฉพาะในรอบกว่า 20 ปี คือนับตั้งแต่การปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง หรือกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อต้นปี 2547 ในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และเป็นที่มาของวลี “โจรกระจอก” และถูกมองว่าเป็นปฐมบทของสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระลอกใหม่
ตั้งแต่นโยบายรัฐล้มเหลวบกพร่องซ้ำซาก เป้นผลจากความคลุมเครือของนโยบายรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงที่ไม่ชัดเจน ไม่เข้าใจปัญหา และบริบทในพื้นที่ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆของประเทศ รวมทั้งไม่เข้าใจแนวทางพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ประเด็นนี้ นายจาตุรนต์ ระบุชัดว่า บางครั้งกองทัพนำกำลังพลมาจากภาคอิ่น ทั้งอีสาน และภาคเหนือ ลงไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ทั้งที่ ขาดความรู้เรื่องพื้นที่ วัฒนธรรม ศาสนา ภาษา และอื่นๆ
เรื่องนโยบายการเมืองนำการทหาร หรือการทหารนำการเมือง โดยเฉพาะช่วงหลังๆ เพราะจะเกี่ยวโยงกับทิศทางและวิธีการในการแก้ปัญหา และเป็นความค้างคาใจของผู้คนในพื้นที่
นอกจากนี้ เมื่อวงจรความรุนแรงเกิดขึ้น รัฐบาลมักเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายและการควบคุมประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด จากกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ คือพ.ร.ก.คฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.ความมั่นคง และกฎอัยการศึก อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุความไม่สงบแต่ละครั้ง จะมีการปิดเส้นทางสัญจรนานเป็นสัปดาห์ กระทบต่อวิถีชีวิต และการเดินทางเพื่อประกอบอาชีพของผู้คน
ประเด็นเรื่องงบประมาณ 20 ปี ที่ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาดับไฟใต้รวมกันสูงถึง 5-6 แสนล้านบาท แต่ความรุนแรงในพื้นที่ก็ยังคงมีอยู่ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการใช้งบประมาณ และนัยของการใช้งบประมาณ ถึงขั้นที่นายอภิสิทธิ์ ใช้คำถามว่า เป็นการเลี้ยงไข้หรือเปล่า
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ถึงปัจจัยแนวคิดแก้ปัญหาแบบ“ปราบปรามให้สิ้นซาก”ในบางครั้งที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ย้ำว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และทำให้เกิดความรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนยังถูกละเมิด กระทั่ง มีถามหาถึงเรื่องความจริงใจต่อกระบวนการยุติธรรม เช่น ไม่ยอมนำกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้พิสูจน์พยานหลักฐาน แม้แต่กรณีกล่าวหา ยิงปืนจากเฮลิคอปเตอร์ใส่เยาวชน ที่ควรจะพิสูจน์ความจริงเพื่อให้เกิดความกระจ่าง
ยังมีเรื่องความเชื่อจากฝ่ายความมั่นคง ว่าโรงเรียนปอเนาะ และตาดีกา เป็นที่เพาะบ่มให้เยาวชนต่อต้านรัฐ และใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นประเด็นที่สส.ในพื้นที่ทุกคนทุกพรรคที่ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาครั้งนี้ ยืนยันว่าพวกตนก็เรียนจากโรงเรียนดังกล่าว นายกมลศักดิ์ ย้ำว่า เป็นความเชื่อที่ผิด และในทางกลับกัน รายได้ค่าตอบแทนจากครูในโรงเรียนตาดีกาเพียงเดือนละไม่กี่พัน กลับมักค้างจ่ายตลอด ล่าสุด ไม้ได้รับเงิน 3 เดือน 6 เดือนก็มี
ยังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ไม่มีการลงทุนในพื้นที่ของนักธุรกิจ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เรื่องความยากจนและรายได้ของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดอยู่ในกลุ่มที่ต่ำที่สุดในประเทศ จังหวัดนราธิวาส เฉลี่ยเพียง 64,000 บาทต่อคนต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภาคอื่นๆ
ยังมีข้อวิตกต่อทัศนคติและมุมมองจากคนไทยในพื้นที่ภาคอื่นๆ ที่มีต่อคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทำความเข้าใจ รวมทั้งเรื่องอัตลักษณ์และวิถีคนท้องถิ่น เรื่องปัญหาภัยแทรกซ้อน จากสิ่งที่ผิดกฎหมาย เช่น สินค้าหนีภาษี และขบวนการค้ายาเสพติด ที่ฝ่ายความมั่นคงอ้างว่า เป็นกลุ่มที่ปฏิบัติการตอบโต้รัฐ โดยเฉพาะการก่อความไม่สงบกว่า 70 จุด วันที่ 22-23 สิงหาคม 69
เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสะท้อนปัญหาในการอภิปรายดังกล่าว ขณะเดียวกัน ยังเป็นคำตอบอยู่ในทีว่า เหตุใด การดับไฟใต้ที่ยืดเยื้อมานานจึงยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย
หากไม่รับฟัง แก้ไข หรือไม่ปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่อสถานการณ์และบริบทในภาคใต้ ตราบนั้นเหตุการณ์อาจจะยืดเยื้อต่อไปไม่จบไม่สิ้น และจะทำให้ เป้าหมาย ปี 2570 สามจังหวัดชายแดนใต้จะสงบ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะไม่มีทางเป็นไปได้
ยิง "ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" เสียชีวิตในพื้นที่ อ.รือเสาะ นราธิวาส
ตั้ง มท.ส่วนหน้า-ให้อำนาจ "นายอำเภอ" คุมทหาร-ตร. นำร่อง 14 อำเภอชายแดน
ครม.ต่ออายุยกเว้นค่าธรรมเนียมโรงงานชายแดนใต้อีก 5 ปี
"เอกนิติ" ลุยฟื้นเศรษฐกิจใต้ ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ-รัฐช่วยจ่ายคนละครึ่ง
3จังหวัดชายแดนภาคใต้
十多年来,首次就解决南部边境省份局势举行了全面而坦诚的辩论。来自执政党和反对党的知名议员口头提出了紧急动议,并深入剖析了南部冲突中悬而未决的问题。这场冲突已经持续了20多年,至今仍未得到解决。
尽管周四(2026 年 9 月 3 日)议会就南部叛乱问题进行的辩论充满了障碍,浪费了时间,双方进行了至少三个小时的来回争论,辩论开始时提出了一项紧急口头动议作为立即议程项目,随后又提出了更改议程项目的提议,这导致反对派发表讽刺言论,称这是违反协议,目的是阻止议会审议选举委员会 (EC) 的报告。
尽管遭到“Ice”的强烈反对,但根据“Suan Dusit民意调查”,连续三个月被评为最有影响力的反对派政治家的著名国会议员拉查诺·斯里诺克女士,却指责“内阁成员胆小怕事,不敢前往南部三个边境省份”,而是选择在宋卡府召开内阁会议。
随后,人民党议员朗西曼·罗姆宣布,他将与华富里府一位显赫家族的继承人、议员兼前交通部副部长玛丽卡·奇拉潘瓦尼奇断绝关系,原因是“议长,不要制造事端”事件,并表示他不再将她视为家人。
最终,那些口头提出紧急动议并就解决南部动乱问题进行辩论的人,都是以某种方式卷入南部边境地区暴力事件的重要人物。其中包括为泰党议员、曾任南部边境省份冲突和平进程研究与促进特设委员会主席的查图隆·猜桑先生。该委员会历时两年多研究了该地区的问题,举行了36次公众咨询,其报告因其可信度而广受引用。
民主党领袖、前总理阿披实·维乍集瓦坚决反对执政联盟和会议主席玛丽卡女士违反议会程序规则。他敦促总理阿努廷·查恩维拉库尔或副总理兼外交部长西哈萨·普昂吉凯出席会议,并向公众作出明确答复。
人民党领袖、议会反对党领袖纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生明确指出,仅靠军事措施和动用安全权力无法解决问题,也无法为南部边境地区带来和平。他还呼吁政府领导人拿出勇气。
此外,那拉提瓦府第五选区议员卡莫萨克·利瓦迈先生在曼谷参加完阿努廷先生的总理选举投票后返回,遭到暗杀。这引发了人们对该地区民众安全、保障和司法公正的担忧。
出席者还有人民党议员拉马丹·潘乔先生和那拉提瓦府议员阿明·马尤索先生。
克拉坦党表示,他们此前曾等待与总理会面,以便在阿努廷先生访问南部边境地区当天与当地民众一起反映该地区的问题,但总理在那里待了几个小时,没有给他们机会听取该地区议员的建议。
这其中包括泰自豪党那拉提瓦府议员扎卡里亚·赛伊先生。他是第一个口头提出紧急动议,要求优先解决南部边境问题的议员,此举引发了反对党和执政党议员之间的激烈辩论。扎卡里亚先生认为,虽然选举委员会的报告很重要,但当地民众的苦难更为关键。他表示,自己上周也提交了紧急动议,但当时优先考虑的是楠府的洪灾救灾工作。
这些由议员提出的紧急口头动议所关注的问题,具体涉及过去20年来的一系列事件,最早可追溯到2004年初他信·西那瓦政府执政期间发生在皮冷营地(或称第四发展营,克罗姆·銮·那拉提瓦·拉查那林营地)的武器袭击事件。该事件催生了“小偷小摸”一词,并被视为南部三个边境省份新一轮动乱的序幕。
由于政府和安全政策屡屡失败且含糊不清,对该地区的问题和背景缺乏了解(该地区与其他地区不同),以及未能理解“了解、进入和发展”的皇家倡议,查图龙先生明确指出,有时军方会从包括东北部和北部在内的其他地区部署人员到该地区执行任务,即使他们缺乏对当地情况、文化、宗教、语言和其他方面的了解。
在近来,政治领导权与军事行动之间的关系,或者反之亦然,是一个特别重要的问题,因为它关系到解决问题的方向和方法,并且仍然是该地区人民关注的问题。
此外,当暴力冲突周期发生时,政府通常会着重加强对受影响地区民众的执法和管控,并动用三项关键法律:紧急状态令、国家安全法和戒严令。而且,每次动乱都会导致交通线路封闭数周,扰乱民众日常生活,严重影响人们的生计。
泰国政府拨款20年,总额达5000亿至6000亿泰铢,用于应对泰国南部地区的动乱,但暴力事件却持续不断,这反映出预算分配的失败,并引发了人们对预算后果的质疑。这甚至让阿披实先生质疑,这是否只是“延长了问题的持续时间”。
此外,他还批评了过去解决问题的“压制”方式,强调这种方式不仅未能解决问题,反而导致了不公正感、自由被剥夺和人权遭到侵犯。他甚至质疑司法系统的公正性,举例说,即使在被指控从直升机上向一名青年开枪的案件中,也拒绝使用法医科学来核实证据,而这本应通过调查来查明真相。
安全部队中也有人认为,伊斯兰寄宿学校(Pondok)和伊斯兰宗教学校(Tadika)是滋生青少年反抗国家和诉诸暴力的温床。该地区所有政党的议员都提交了紧急口头动议,并表示他们自己也曾就读于此类学校,他们对此表示赞同。卡莫萨克先生强调,这种看法是错误的。相反,Tadika学校教师每月微薄的工资(仅几千泰铢)经常被拖欠。最近,一些教师甚至三个月或六个月都没有拿到工资。
经济问题依然存在;由于对安全形势缺乏信心,该地区的企业投资不足。南部三个边境省份的贫困率和收入水平在全国处于最低水平之列。在纳拉提瓦府,人均年收入仅为6.4万泰铢,低于其他地区的平均水平。
人们仍然担忧泰国其他地区民众对南部三个边境府民众的态度和看法。因此,各界呼吁政府紧急解决这些问题,包括当地居民的身份认同和生活方式问题,以及走私货物和毒品贩运等非法活动的威胁。安全部队声称,这些非法活动是对国家的报复行为,特别是2026年8月22日至23日发生在70多个地点的骚乱。
这些只是上述讨论中反映的部分问题,同时也隐含地解释了为什么南方长期动荡的局势至今仍未得到解决。
如果我们不倾听、不解决或改变我们对南方局势和背景的态度和看法,事态可能会无限期地拖延下去,而20年国家战略计划中概述的到2027年实现南部三个边境省份和平的目标将不可能实现。
在纳拉提瓦府鲁索区,一名村长的助手被枪杀。
建立前沿指挥所,并授予地区首领控制军队和警察的权力,在 14 个边境地区试点该计划。
内阁决定将南部边境省份工厂的免税政策再延长5年。
“Ekniti”致力于推动泰国南部经济复苏,提供低息贷款和政府补贴的共同支付计划。
南部边境3个省份