กรมศุลกากร กวาดรายได้ทะลุ 6 แสนล้าน จับตานำเข้าทองพุ่ง 53% หวั่นขาดดุลเงินตรา海关部门收入超过 6000 亿泰铢;黄金进口量激增 53%,引发外汇赤字担忧。
กรมศุลกากร แถลงผลงานจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณทะลุ 6.3 แสนล้านบาท หนุนการค้าไทยเฉียด 25 ล้านล้าน ส่งสัญญาณเตือนยอดนำเข้าทองคำพุ่ง 53% หวั่นกระทบดุลเงินตรา คลัง-ธปท. เกาะติดใกล้ชิด

“กรมศุลกากร” แถลงผลงานจัดเก็บ กวาดรายได้ทะลุ 6 แสนล้านบาท จับตาการนำเข้าทอง ทะลุ 53% ทำให้ไทยขาดดุลเงินตรา “คลัง-ธปท.”เกาะติดกำกับดูแลใกล้ชิด
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การทำงานของกรมศุลกากรผ่านกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” ผ่าน 3 บทบาทสำคัญ ได้แก่ 1. เป็นผู้จัดเก็บรายได้รัฐ สร้างกลไกการจัดเก็บรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม 2. ผู้ปกป้องสังคม คุ้มครองความปลอดภัย สังคม และความมั่นคงของประเทศ และ 3 .ผู้ส่งเสริมการค้า ใช้มาตรการทางศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดยในส่วนการจัดเก็บรายได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 21 กันยายน 2569 การค้าระหว่างประเทศของไทยมีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท โดยกรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้รวม 631,411 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 57,024 ล้านบาท หรือ 9.9% เป็นรายได้ศุลกากร 112,528 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 1,358 ล้านบาท หรือ 1.2% และจัดเก็บรายได้แทนหน่วยงานอื่น รวม 518,883 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 55,666 ล้านบาท หรือ 12% โดยจัดเก็บแทนกรมสรรพากร 411,131 ล้านบาท กรมสรรพสามิต 56,428 ล้านบาท และกระทรวงมหาดไทย 51,324 ล้านบาท
ส่วนการจัดเก็บจัดเก็บภาษีอากรสำหรับสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ซึ่งสามารถจัดเก็บรายได้กว่า 8,000 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเป็นธรรม และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อยภายในประเทศได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น
ส่อง 5 สินค้านำเข้าสูงสุด "ทองคำ" พุ่งทะยาน 53%
“การจัดเก็บภาษีได้ทะลุ 631,411 ล้านบาท เป็นผลจากการมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของไทยมีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท และเชื่อว่าทั้งปีจะทะลุ 25 ล้านล้านบาท โดยการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูง 5 อันดับ ได้แก่
วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 1.74 ล้านล้านบาท น้ำมันดิบ มูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท ทองคำ มูลค่า 901,114 ล้านบาท อุปกรณ์สื่อสารและส่วนประกอบ มูลค่า 536,956 ล้านบาท ก๊าซธรรมชาติ มูลค่า 294,081 ล้านบาท
วงจรรวมอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 1.74 ล้านล้านบาท
น้ำมันดิบ มูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท
ทองคำ มูลค่า 901,114 ล้านบาท
อุปกรณ์สื่อสารและส่วนประกอบ มูลค่า 536,956 ล้านบาท
ก๊าซธรรมชาติ มูลค่า 294,081 ล้านบาท
สำหรับสินค้าที่น่าจับตามองคือ ทอง ที่เติบโต 53% ทำให้ไทยขาดดุลเงินตรา ซึ่งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้เร่งหาแนวทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมทองในประเทศ ส่วนจะมีการจัดเก็บภาษีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศเริ่มจัดเก็บภาษีทอง เช่น อินเดีย จัดเก็บ 15 % มาเลเซีย 10%
สำหรับบทบาทด้านการปกป้องสังคม กรมศุลกากรได้บังคับใช้กฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยสามารถจับกุมและตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจพบการกระทำความผิดกรณีหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากร รวม 58,705 คดี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,750 ล้านบาท โดยมีผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดประเภทต่าง ๆ อาทิ ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และโคเคน รวม 282 คดี ปริมาณกว่า 1,221.14 กิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 1,488 ล้านบาท ตลอดจนการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวม 3,519 คดี จำนวนกว่า 94 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 530 ล้านบาท
นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้เพิ่มบทลงโทษกรณีลักลอบส่งออกกัญชาและการนำเข้า-ส่งออกสินค้าปลอมแปลงถิ่นกำเนิด เพื่อยับยั้งและป้องปรามการกระทำความผิด ตลอดจนรักษาภาพลักษณ์ของประเทศและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภารกิจของกรมศุลกากรมิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดเก็บรายได้ หากยังมีบทบาทสำคัญในฐานะด่านหน้าในการปกป้องประชาชน สังคม และความมั่นคงของประเทศอีกด้วย
สำหรับบทบาทด้านการส่งเสริมการค้า กรมศุลกากรได้นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้พัฒนาระบบบริหารความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองสินค้า ลดการเปิดตรวจในกรณีที่มีความเสี่ยงต่ำ และมุ่งใช้ทรัพยากรในการตรวจสอบสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างตรงเป้าหมาย ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรได้ร่วมขับเคลื่อนการค้าและเศรษฐกิจของประเทศผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยดำเนินโครงการสำคัญหลายด้าน อาทิ การปรับปรุงระบบ Thailand National Single Window เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ควบคู่กับการพัฒนาระบบ
สั่งปล่อยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Delivery Order: e-D/O) และโครงการ Customs e-Invoicing Plus เพื่อลดขั้นตอนและภาระของผู้ประกอบการ ตลอดจนวางรากฐานระบบนิเวศทางการค้าดิจิทัลของประเทศ นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้พัฒนาระบบถ่ายลำสินค้าทางเรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินพิธีการ พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรือที่ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางแม่น้ำที่บรรจุของขาออก (เรือเฉพาะเขต) ให้สามารถแวะรับตู้คอนเทนเนอร์เพื่อส่งออกทางท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า รวมถึงการยกระดับการให้บริการระบบ Tariff e-Service รูปแบบใหม่และบริการอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการศุลกากรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส อันเป็นการลดต้นทุนทางการค้าและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน
กรมศุลกากรเดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อรองรับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเตรียมนำระบบ AI-Driven Risk Management มาใช้สนับสนุนการคัดกรองและตรวจสอบสินค้าให้มีความแม่นยำและตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการใช้ดุลพินิจ ลดความจำเป็นในการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ และลดความเสี่ยงต่อการทุจริตและการเรียกรับผลประโยชน์ อันจะนำไปสู่การยกระดับ
การอำนวยความสะดวกทางการค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและรองรับรูปแบบการค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันกรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาลขององค์กร เพื่อสนับสนุน
สำหรับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี พ.ศ. 2571 โดยได้ปรับปรุงระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล เพื่อยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของผู้บริหารระดับสูง พร้อมเดินหน้าผลักดันการยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลของพนักงานศุลกากรทุกระดับ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ลดความเสี่ยงจากผลประโยชน์ทับซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบศุลกากรไทยให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพร้อมรองรับการค้าโลกในอนาคต
อ่านข่าว " นโยบายรัฐ " เพิ่มเติม
泰国海关总署公布了税收收入,总额超过6000亿泰铢。然而,黄金进口量激增53%,加剧了泰国的外汇赤字,引发了广泛关注。财政部和泰国银行正在密切关注事态发展。
海关总署署长潘通·洛伊库尔南先生透露,海关总署的工作由国家经济发展关键机制中的三个关键角色驱动:1. 税收征管,建立高效、透明、公平的税收征管机制;2. 社会保障,维护国家安全、社会稳定和保障;3. 贸易促进,利用海关措施促进和刺激经济增长。
在税收方面,2025年10月1日至2026年9月21日期间,泰国国际贸易额超过24万亿泰铢。海关总署共征收税款6314.11亿泰铢,比上年增长570.24亿泰铢,增幅达9.9%。其中,海关收入1125.28亿泰铢,比上年增长13.58亿泰铢,增幅达1.2%;代其他机构征收的税款共计5188.83亿泰铢,比上年增长556.66亿泰铢,增幅达12%。这其中包括代税务局(4111.31亿泰铢)、消费税局(564.28亿泰铢)和内政部(513.24亿泰铢)征收的税款。
自2026年1月1日起,对价值1泰铢及以上的商品征收进口关税,预计将带来超过80亿泰铢的收入。此外,此举旨在创造公平环境,并在更加公平的基础上提升国内中小企业的竞争力。
前五大进口商品概览:“黄金”飙升 53%。
“泰国税收收入超过6314.11亿泰铢,这得益于泰国国际贸易额超过24万亿泰铢,预计全年将超过25万亿泰铢。进口额排名前五的商品如下:”
集成电路(IECC)价值 1.74 万亿泰铢,原油价值 1.08 万亿泰铢,黄金价值 9011.14 亿泰铢,通信设备和组件价值 5369.56 亿泰铢,天然气价值 2940.81 亿泰铢。
集成电路(IECC)价值1.74万亿泰铢。
原油价值1.08万亿泰铢。
黄金价值9011.14亿泰铢。
通信设备及组件,价值 536956 百万泰铢。
天然气,价值 2940.81 亿泰铢。
值得关注的商品之一是黄金,其价格已上涨53%,导致泰国出现外汇逆差。财政部和泰国银行(BOT)正紧急寻求监管国内黄金行业的途径。是否征税取决于政府政策。目前,已有多个国家开始对黄金征税,例如印度(15%)和马来西亚(10%)。
为维护社会治安,海关总署始终严格执行海关法及其他相关法律法规。迄今为止,海关总署已查获58,705起非法货物和逃税案件,涉案金额超过47.5亿泰铢。其中,查获282起案件,缴获各类毒品,包括冰毒、海洛因、安非他明药丸、氯胺酮和可卡因等,总重量超过1,221.14公斤,总价值超过14.88亿泰铢。此外,海关总署还查获3,519起案件,缴获非法香烟、电子烟及相关设备,总数量超过9,400万件,总价值超过5.3亿泰铢。
此外,海关部门提高了对走私大麻和进出口假冒商品的处罚力度,以遏制和预防此类犯罪,维护国家形象,增强贸易伙伴的信心。这些成果表明,海关部门的使命不仅限于征税,更在保护公众、社会和国家安全方面发挥着至关重要的作用。
为促进贸易,海关总署利用技术和数据开发了一套风险管理系统,以提高货物筛查的准确性,减少低风险货物的查验次数,并将资源集中用于高风险货物的定向查验。同时,海关总署积极与私营部门、企业和所有利益相关方密切合作,推动国家贸易和经济发展。为此,海关总署开展了多项重点项目,例如改进泰国国家单一窗口系统,以提高电子数据在单一窗口点的连接和交换效率,并进行系统开发。
电子提货单(eD/O)和海关电子发票升级项目旨在简化流程,减轻企业负担,为国家数字化贸易生态系统奠定基础。此外,海关总署还开发了电子转运系统,以缩短清关时间和流程。针对经内河运输出口货物的集装箱船(特定区域船舶)的规定已进行修订,允许其在林查班港提取出口集装箱,从而提高货物运输效率。同时,关税电子服务系统和其他电子服务也已升级,旨在为企业提供便捷、快速、透明的海关服务,从而降低贸易成本,增强国家的可持续竞争力。
为应对瞬息万变的全球贸易环境,海关部门正积极推进向技术驱动型机构的转型。目前,海关部门正准备实施一套人工智能驱动的风险管理系统,以支持更精准、更有针对性的货物筛查和检查。此举将减少对自由裁量的依赖,最大限度地减少官员与海关人员的接触,降低腐败和贿赂的风险,最终提升海关部门的效率。
按照国际标准促进贸易,并有效支持数字化时代的贸易至关重要。同时,海关部门优先加强组织治理,以提供支持。
为迎接泰国于2028年加入经济合作与发展组织(OECD),泰国海关总署修订了有关贿赂和奖励支付的规定,取消了高级管理人员收受奖励的权利。海关总署还致力于废除所有级别海关官员的这项权利。此举旨在提高透明度,减少利益冲突,并增强企业、投资者和公众的信心——这是构建高效、透明且面向全球的海关体系,以服务于未来贸易的关键基础。
阅读更多关于“政府政策”的新闻。