ทีดีอาร์ไอเร่งปฏิรูปสุขภาพ ชูนวัตกรรม–การเงิน–บำบัดไต ลดภาระคนไทยTDRI 加快医疗改革,重点关注创新、融资和肾脏治疗,以减轻泰国人民的负担。
ทีดีอาร์ไอผนึกเครือข่ายวิจัยสุขภาพ เสนอ 3 แนวทางเร่งด่วน “นวัตกรรมการแพทย์–ความรอบรู้การเงินค่ารักษา–บำบัดทดแทนไต” เชื่อมงานวิจัยกับนโยบาย ลดภาระประชาชน ยกระดับระบบสุขภาพไทย

วันนี้ (4 ก.ย. 2569) ศ.ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า การนำงานวิจัยไปใช้กำหนดนโยบายสาธารณะยังมีข้อจำกัด ทั้งการขาดการเชื่อมโยงองค์ความรู้ การสังเคราะห์ข้อมูลให้เป็นข้อเสนอที่ชัดเจน และการประสานงานระหว่างนักวิจัยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันงานวิจัยไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและการปฏิบัติจริง สำหรับประเด็นสำคัญด้านสุขภาพที่นำเสนอ ประกอบด้วย นวัตกรรมการแพทย์ ความรอบรู้ทางการเงินด้านการรักษาพยาบาล และการบำบัดทดแทนไต
ศ.ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ
ดร.เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า นวัตกรรมการแพทย์ เป็นสาขาที่ไทยมีศักยภาพสูง ทั้งด้านการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพ โดยผลงานในบัญชีนวัตกรรมไทยกว่า 55% อยู่ในหมวดการแพทย์ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุน โดยทุนวิจัยด้านการแพทย์มีค่ามัธยฐานเพียง 9 แสนบาทต่อโครงการ และส่วนใหญ่กระจุกตัวในระดับความพร้อมทางเทคโนโลยีต่ำ
ดร.เสาวรัจ ตั้งกิจวานิชย์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีดีอาร์ไอ
ทีดีอาร์ไอเสนอให้จัดทำ Medical Technology Roadmap ที่เริ่มจากความต้องการของตลาดและระบบสุขภาพ ปรับระบบทุนให้เป็นงบประมาณหลายปี มีระบบ Go/No-go เพื่อเพิ่มทุนแก่โครงการที่มีศักยภาพ สร้างตลาดผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเชื่อมความร่วมมือรัฐ–วิชาการ–เอกชน เพื่อผลักดันงานวิจัยจากต้นแบบสู่การใช้งานจริง ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมการแพทย์ไทย
ทีดีอาร์ไอเร่งปฏิรูปสุขภาพ ชูนวัตกรรม–การเงิน–บำบัดไต ลดภาระคนไทย
ด้าน ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการวิจัยด้านสาธารณสุขและการเกษตร ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า แม้ไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามานานกว่า 25 ปี แต่ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่ประชาชนต้องจ่ายเองยังเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าหลักประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือภาระทางการเงิน
ทั้งนี้ทีดีอาร์ไอเสนอให้พัฒนา Healthcare Financial Literacy ควบคู่กับ Health Literacy ครอบคลุมการวางแผนค่าใช้จ่าย การเลือกใช้สิทธิรักษา และการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ธนาคารแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และธุรกิจประกันสุขภาพ รวมถึงพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดด้านการเงินสุขภาพ เพื่อใช้ประกอบการออกแบบนโยบาย
น.ส.นัชชา ยงพิพัฒน์วงศ์ นักวิจัยทีดีอาร์ไอ
น.ส.นัชชา ยงพิพัฒน์วงศ์ นักวิจัยทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ผลการศึกษาจาก HITAP พบผู้ป่วยภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่เริ่มการรักษาโดยไม่ได้วางแผนล่วงหน้ากว่า 45% ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสุขภาพ ข้อเสนอสำคัญคือการเชื่อมมาตรการตั้งแต่การป้องกันถึงการรักษา โดยระยะสั้นพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลรวมข้อมูลและบริการ ขยายการตรวจและให้คำปรึกษาใกล้บ้าน ระยะกลางพัฒนาทักษะผู้ดูแลและบุคลากรสาธารณสุข และระยะยาวพิจารณาเชื่อมการแพทย์แผนไทยกับการแพทย์แผนปัจจุบันภายใต้มาตรฐานเดียวกัน หากมีหลักฐานรองรับเพียงพอ
ทั้งนี้ ทีดีอาร์ไอชี้ว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่ในรายงาน แต่ต้องเชื่อมต่อกับงบประมาณ หน่วยงานเจ้าภาพ ตลาด และการปฏิบัติจริง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ยกระดับคุณภาพบริการ สร้างความมั่นคงทางสุขภาพ และทำให้ระบบสุขภาพไทยรับมือความท้าทายในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
“ความแก่” ที่ต้องจ่ายแพง วิกฤตใหม่วัยเกษียณ โจทย์ใหญ่ท้าทายเศรษฐกิจไทย
TDRI เสนอให้พ่อแม่เลือกเอง รับสวัสดิการรัฐหรือให้ลูกลดหย่อนภาษี
TDRI ข้องใจทอท.ปรับภาษีสนามบิน หวั่นกระทบประชาชน ก่อนดีเดย์ 20 มิ.ย.
นโยบายหลักประกันทางสังคม
今天(2026年9月4日),TDRI社会保障政策研究主任沃拉万·查恩维特教授指出,研究成果应用于公共政策仍存在诸多局限,包括知识衔接不足、数据整合不畅导致政策建议不明确,以及研究人员与相关机构之间缺乏协调。因此,有必要在研究人员、政府和利益相关者之间建立合作网络,推动研究成果转化为政策变革和实际应用。报告重点关注的健康问题包括医疗创新、医疗保健领域的金融知识普及以及肾脏替代疗法。
TDRI社会保障政策研究主任Worawan Charnwit教授博士。
泰国创新与可持续发展研究所(TDRI)创新政策研究主任萨瓦拉·唐吉瓦尼奇博士指出,医疗创新是泰国在竞争力、减少不平等和保障健康安全方面极具潜力的领域。泰国创新注册库中超过55%的研究项目属于医疗领域。然而,医疗研究面临资金短缺的困境,每个医疗研究项目的预算中位数仅为90万泰铢,而且这些资金大多集中在技术成熟度较低的领域。
Saovarat Tangkitvanich 博士,TDRI 可持续发展创新政策研究主任。
泰国发展研究院(TDRI)提议制定一项以市场需求和医疗保健系统为出发点的医疗技术路线图。该路线图包括:改革资金体系,采用多年预算和“启动/停止”机制,以增加对有前景项目的资助;通过政府采购创造市场;促进政府、学术界和私营部门之间的合作,推动研究成果从原型转化为实际应用;减少对进口的依赖;以及培养泰国医疗创新企业家。
TDRI 加快医疗改革,重点关注创新、融资和肾脏治疗,以减轻泰国人民的负担。
泰国农业研究所公共卫生与农业研究主任 Viroj Na Ranong 博士表示,尽管泰国实行全民健康保险制度已有 25 年以上,但个人自付医疗费用仍在持续增加,这反映出仅靠医疗保险可能不足以应对经济负担。
泰国发展研究院(TDRI)建议在发展健康素养的同时,也发展医疗保健金融素养,内容涵盖费用规划、医疗保健福利选择和健康风险管理。这包括促进公共卫生部、泰国银行、地方行政机构和健康保险公司之间的合作,以及建立医疗保健金融数据库和指标,为政策制定提供依据。
TDRI 研究员 Natcha Yongpipatwong 女士。
泰国国家卫生研究院 (TDRI) 的研究员娜查·永皮帕特翁女士指出,泰国卫生信息与治疗项目 (HITAP) 的一项研究发现,超过 45% 的国家卫生安全体系 (NHS) 下的患者在未事先规划的情况下开始接受治疗,这给患者、家庭和医疗体系都带来了影响。一项关键建议是将预防和治疗措施衔接起来。短期内,应开发一个整合信息和服务的数字化平台,并将检测和咨询服务扩展到患者家附近。中期目标是提升护理人员和公共卫生人员的技能。长期来看,在有充分证据支持的情况下,可以考虑将传统泰医与现代医学在同等标准下进行整合。
泰国发展研究院(TDRI)指出,关键在于确保研究成果不仅限于报告,还必须与预算、相关机构、市场和实际执行紧密结合。这将有助于减轻公众的经济负担,提高服务质量,保障公众健康,并使泰国医疗卫生系统能够可持续地应对未来的挑战。
“老龄化”的代价很高:新的退休危机和泰国经济面临的重大挑战。
TDRI建议家长自行选择是领取政府福利还是允许子女申请税收减免。
泰国国防工业协会 (TDRI) 对泰国机场管理局 (AOT) 调整机场税表示质疑,担心在 6 月 20 日实施日期之前会对公众产生负面影响。
社会保障政策