เจาะรายละเอียดและสมรรถนะเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นใหม่ MERCEDES-BENZ NEW GLC ELECTRIC详细了解全新梅赛德斯-奔驰 GLC 电动 SUV 的性能。
มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 421 แรงม้า 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ความจุแบตเตอรี่ 85 kWh วิ่งไกล 616 กิโลเมตร (WLTP) คาดไม่เกิน 3,700,000 บาท

Mercedes-Benz แจ้งว่า New GLC Electric ประกอบไทย คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ลดทอนคุณภาพ ออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายเช่นเดียวกับ S-Class พร้อมประสิทธิภาพที่ดี และความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ส่วนคำว่า EQ นั้น พีอาร์ตราดาวบอกว่าขอเปลี่ยนเป็น Electric จะดูเข้าใจกับรถไฟฟ้าโมเดลใหม่ของดาวสามแฉกได้ง่ายกว่า และจากการปรับเปลี่ยนนี่เองที่ทำให้ดีไซน์ของยานยนต์พลังงานสะอาดดูแตกต่างไปจากเดิม
นี่คือรถเอสยูวีไซล์กลางที่ส่งมาท้าชนกับ BMW iX3 สำหรับ New GLC ไฟฟ้าล้วนที่เผยโฉมในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นโมเดลสำคัญที่มีเดิมพันสูงมาก เพราะ GLC รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน ทั้งเบนซินและดีเซล คือรถยนต์เอสยูวีที่ทำยอดขายได้สูงที่สุดของ Mercedes-Benz ทั่วโลก ในไทยก็มีเศรษฐีนิยมใช้กันเยอะมาก หลังจากค่ายดาวสามแฉกสบัดหัวไล่ความมึนงงกับคำว่า EQ แล้วกลับมาตั้งหลักในตลาดรถไฟฟ้าด้วยตัวขายวิ่งไกลอย่าง New CLA Electric และล่าสุดกับ New GLC Electric รถที่นำเอากระจังหน้าของ Mercedes-Benz 300 SEL 6.8 AMG “Red Pig” (หรือที่เรียกว่า Rote Sau) รถแข่งระดับตำนานที่เป็นจุดเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ AMG เป็นที่รู้จักไปทั่ว
สถาปัตยกรรมตัวถังและวิศวกรรมไฟฟ้า Mercedes-Benz GLC Electric (GLC with EQ Technology) ทีมออกแบบภายนอก ปรับเปลี่ยนโจทย์จากการเน้นความโค้งมนคล้ายก้อนหิน (Pebble-like Design) ในในยานยนต์ไฟฟ้าตระกูล EQ ยุคแรก มาเป็นการผสานอัตลักษณ์ระดับตำนาน เข้ากับเทคโนโลยี LED พิกเซลส่องสว่าง เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แยกออกจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาป กระจังหน้าทรงคลาสสิกถูกนำมาประดับประดาด้วยหลอด LED กว่า 900 ตำแหน่ง!! กระจังหน้าประดับไฟ Iconic Grille ใน Mercedes-Benz GLC ElectricMercedes-Benz ออกแบบกระจังหน้าจากสไตล์ดั้งเดิมที่เป็นช่องรับลมระบายความร้อนในรถเครื่องยนต์สันดาป ให้กลายเป็นงานศิลปะเรืองแสง หรือ Illuminated Work of Art โดยได้แรงบันดาลใจจากกระจังหน้าโครเมียมระดับตำนาน (เช่น 600 Pullman, W114, W108) มาตีความใหม่ด้วยเทคโนโลยีส่องสว่างองค์ประกอบและเทคโนโลยีหลอดไฟ Digital Pixel LEDs 942 จุด ด้านหลังแผงพาแนลกระจกสีรมดำ Smoked Glass Panel บรรจุโมดูลไฟ LED / โพลีคาร์บอเนตส่องสว่างจากด้านหลัง จำนวน 942 จุด เรียงตัวกันเป็นลวดลายพิกเซล
ส่วนสัญลักษณ์ตราดาว Contour & Central Star Lighting ติดตั้งหลอด LED นำแสงบริเวณเส้นขอบรอบกระจังหน้า รวมถึงตราดาวสามแฉกตรงกลาง Central Star ให้เรืองแสงเด่นชัดพร้อมกันในเวลากลางคืน ใช้ Chrome Frame Architecture ล้อมรอบด้วยกรอบโครเมียมทรงกว้าง ฟังก์ชันและการแสดงผล (Light Animations) Dynamic Welcome / Farewell Animation เมื่อผู้ขับเดินเข้าใกล้รถเพื่อปลดล็อก หรือเมื่อดับเครื่องยนต์ กลุ่มหลอดไฟ 942 จุดจะเปิดแอนิเมชันขยับแสงไฟเป็นลำดับคล้ายการแสดงไลท์โชว์ต้อนรับ
Breathing Effect ขณะจอดรอสตาร์ทรถ จังหวะไฟจะค่อยๆ เรืองแสงและหรี่ลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายการถอนหายใจเพื่อสื่อถึงการเตรียมพร้อมขับขี่MBUX Personalization ควบคุมปรับแต่งรูปแบบการแสดงผล หรือเลือกเปิด-ปิดฟังก์ชันไฟกระจังหน้าบางส่วนผ่านหน้าจอ MBUX ภายในห้องโดยสารได้
เส้นสาย Coupé-Style Silhouette สลัดความอุ้ยอ้ายของ EQ เดิม ทิ้งไป ปรับแนวหลังคาให้ลาดลงสไตล์สปอร์ตคูเป้ พร้อมเดินเส้น Organic Muscular Shoulder Line บริเวณสันไหล่ตัวถังด้านข้างเพื่อสร้างความรู้สึกมีมัดกล้ามและมิติที่กว้างขึ้น การจัดการแอโรไดนามิกส์ใหม่ด้วยมือจับประตูแบบราบเรียบไปกับตัวถัง ขอบกระจกตกแต่งแถบโครเมียมคุณภาพสูง ออปชันบันไดข้าง คิ้วซุ้มล้อสีดำเพื่อเน้นบุคลิก Crossover SUV
ดีไซน์ด้านหลังมีลายเซ็นของไฟท้ายเรืองแสง ด้วยชุดไฟท้าย LED ลากยาวตลอดแนวฝาท้าย พ่วงออปชันไฟท้าย Digital OLED พร้อมระบบไฟต้อนรับ Coming/Leaving Home และ Illuminated Rear Star ตราดาวสามแฉกด้านหลังเรืองแสงทันทีเมื่อเปิดไฟต่ำ ศักยภาพการลากจูง รองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุดถึง 2.4 ตัน พร้อมระบบช่วยทรงตัวขณะลากจูง ESP® Trailer Stabilization และระบบช่วยถอยจอดพ่วงอัตโนมัติ ส่วนขนาดล้อ มีตัวเลือกตั้งแต่ 18 นิ้ว จนถึง 21 นิ้ว ดีไซน์เน้นการตัดกระแสลม (Aero-optimized Light-Alloy Wheels) สเปกล้อยางสปอร์ตแบบ Staggered Fitment (หน้า-หลังไม่เท่ากัน) ล้อหน้า 21 x 9.0 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 235/45 R21 XL ล้อหลัง 20 x 9.5 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 275/45 R21 XL ยางผ่านการปรับแต่งคอมปาวด์เพื่อลดแรงต้านทานการหมุน (Low Rolling Resistance) และลดเสียงรบกวนสั่นสะเทือน (NVH)
มิติตัวถังและพื้นที่ประโยชน์ใช้สอย ความยาว 4,845 มิลลิเมตร กว้าง 1,913 มิลลิเมตร สูง 1,644 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,972 มิลลิเมตร ความจุสัมภาระด้านท้าย 570 – 1,740 ลิตร ความจุช่องเก็บของด้านหน้า (Frunk) 128 ลิตร
ระบบช่วงล่าง โครงสร้างหลัก อิสระปีกนกมัลติลิงก์ (Multi-Link) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แพ็กเกจช่วงล่าง Agility & Comfort Package ระบบช่วงล่างถุงลม AIRMATIC®: ถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยตรงมาจาก S-Class ปรับระดับความสูง-ต่ำอัตโนมัติ (All-round Level Control) พร้อมแดมเปอร์ปรับความหนืดแปรผันต่อเนื่อง เพื่อซับแรงกระแทกบนผิวถนนและลดอาการโคลง ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง (Rear-Axle Steering) เลี้ยวล้อหลังได้สูงสุด 4.5 องศา ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวเพิ่มความคล่องตัวในเมืองแคบๆ และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวขณะเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูง
ระบบเบรกแบบ One-Box & Energy Regeneration One-Box Integrated Braking System รวมหม้อลมเบรก, แม่ปั๊มเบรก และระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP® ไว้ในโมดูลขนาดเล็ก Pedal Feel ให้ความรู้สึกในการเบรกเพื่อลดความเร็วแบบนุ่มนวลและเป็นธรรมชาติ ตัวประมวลผลเพื่อทำหน้าที่กระจายแรงเบรก เชื่อมต่อการทำงานระหว่างการดึงพลังงานคืนด้วยมอเตอร์ Regenerative Braking และการใช้ผ้าเบรกจริงแบบราบรื่น สามารถหน่วงพลังงานกลับสูงสุด 300 kW ครอบคลุมการชะลอความเร็วในชีวิตประจำวันมากกว่า 99% โดยไม่ต้องแตะดิสก์เบรก สามารถปรับโหมดการดึงพลังงานคืนได้ 4 ระดับ D- (หน่วงหนักสุด), D (มาตรฐาน), D+ (ปล่อยไหล Coasting) และ D Auto (แปรผันตามการจราจรและข้อมูลแผนที่)
ระบบความปลอดภัยสำรองของชุดเบรก มีระบบระบบสำรองไฮดรอลิก (Hydraulic Fallback Level) รับประกันว่าเบรกยังคงทำงานได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยแม้ยามระบบไฟฟ้าขัดข้อง
ระบบบริหารจัดการพลังงานแบบใหม่ (New Energy Management System) ระบบไฟฟ้า 800V Ultra-Fast Charging รองรับกำลังไฟชาร์จกระแสตรง (DC) สูงสุด 330 kW มีโมดูล DC Converter ในตัว เพื่อรองรับสถานีชาร์จแบบ 400VSilicon Carbide (SiC) Inverters อินเวอร์เตอร์ใช้สาร semiconductors ประสิทธิภาพสูง บนชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนทั้งหน้าและหลัง ลดความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ระบบเกียร์ 2 สปีด (2-Speed Gearbox) บนเพลาหลัง เพิ่มอัตราเร่งแรงบิดในเกียร์ต่ำ ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน รักษารอบมอเตอร์ในย่านความเร็วสูง ชุดตัดกำลังเพลาหน้า Disconnect Unit (DCU) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4MATIC) ระบบจะตัดการหมุนของมอเตอร์หน้าแบบ Mechanical เมื่อขับขี่ความเร็วคงที่ เพื่อเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังแบบ 100% ลดแรงต้านทาน และต่อการทำงานกลับมาภายในไม่กี่มิลลิวินาที เมื่อต้องการการยึดเกาะ Multi-Source Heat Pump ปั๊มความร้อนหลายทิศทาง(อุปกรณ์มาตรฐาน) ดึงความร้อนเหลือทิ้งจากชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า (EDU), แบตเตอรี่ และอากาศภายนอก มาบริหารจัดการความเย็น/ความร้อนในห้องโดยสาร และทำหน้าที่ Pre-conditioning อุณหภูมิแบตเตอรี่ล่วงหน้าก่อนเข้าชาร์จด่วน
สำหรับวิศวกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีในจุดที่ถือเป็นเทคนิคที่เจ๋งที่สุด ของ The All New GLC Electric มีอยู่ 3 ระบบหลัก คือ......
เริ่มจากระบบส่งกำลังเพลาหลังแบบเกียร์ 2 สปีด แน่นอนว่า Porsche Taycan ก็ใช้เกียร์อัตโนมัติสองสปีด หรือ 2-Speed Gearbox on Rear Axle เหมือนกันกับ New GLC Electric ซึ่งนักขับยอมรับว่ามีประสิทธิภาพด้านการทดกำลังแรงบิดลงล้อมากกว่าเกียร์สปีดเดียวหรือเกียร์อัตราทดเดียว ปกติแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าทั่วๆไป ใช้เกียร์อัตราทดเดียว หรือ Single-Speed เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า แต่เกียร์แบบดังกล่าวกลับมีจุดอ่อน คือ หากเซ็ตอัตราทดช่วงตีนต้นจัดจ้าน อัตราเร่งช่วงปลายความเร็วสูง มอเตอร์จะต้องหมุนรอบสูงมากจนกินพลังงานและเกิดความร้อนสะสม แต่ GLC Electric บนแพลตฟอร์ม MB.EA 800V ติดตั้ง ชุดเกียร์ 2 สปีดไว้ที่ชุดขับเคลื่อนเพลาหลัง เกียร์ 1 (อัตราทดสูง) ให้แรงบิดมหาศาลตั้งแต่เรียกออกตัว ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ฉับไว ช่วยเรื่องการลากจูงสัมภาระหนัก (ลากได้ถึง 2.4 ตัน) เกียร์ 2 (อัตราทดต่ำ) สลับทำงานอัตโนมัติเมื่อวิ่งด้วยความเร็วเดินทางไกล (Highway Cruising) ช่วยลดรอบการหมุนของมอเตอร์ ทำให้ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ และลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร
ไฟหน้า Micro-LED 25,600 หลอด ที่ฉายสัญญาณเตือนลงบน "ผิวจราจร" (Road Projection) นี่คือ Micro-LED ใน GLC Electric มีการนำเทคโนโลยีนี้มาทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัย ADAS ตัวโมดูลขนาดกว้างเพียง 13 มม. บรรจุหลอด Micro-LED ขนาดเล็กเท่าครึ่งเส้นผม (40 ไมครอน) มากถึง 25,600 หลอดต่อข้าง ฟังก์ชันฉายภาพบนถนน (Road Projection) เมื่อความเร็วเกิน 70 กม./ชม. และเซ็นเซอร์ตรวจพบว่าพื้นถนนมีโอกาสเกิดน้ำขัง/ทางลื่น ไฟหน้าจะ ฉายสัญลักษณ์รูปเกล็ดหิมะลงบนพื้นถนน ตรงหน้าผู้ขับขี่ หรือหากขับเข้าเขตก่อสร้าง ไฟจะฉายเส้นแนวทางแคบ (Orientation Light) ลงบนพื้นถนนเพื่อกะระยะความกว้างของรถให้อัตโนมัติ
ชุดตัดการเชื่อมต่อเพลาหน้าทางกลไก (Mechanical Front Disconnect Unit - DCU) ในรถไฟฟ้าขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) เมื่อวิ่งความเร็วคงที่ แม้จะตัดการจ่ายไฟเข้ามอเตอร์หน้าแล้ว แต่ตัวล้อหน้าก็ยังต้องหมุนลากชุดเกียร์และมอเตอร์หน้าไปด้วยอยู่ดี เกิด Drag Loss หรือแรงต้านทานทางกล ที่ทำให้สูญเสียพลังงานไฟฟ้า GLC Electric ติดตั้ง ชุดคลัตช์ปลดล็อกทางกลไก (Mechanical Disconnect) บริเวณเพลาหน้าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ ระบบจะ ตัดการเชื่อมต่อเพลาหน้าออกจากชุดมอเตอร์อย่างเด็ดขาดภายในไม่กี่มิลลิวินาที ปล่อยให้ล้อหน้าหมุนฟรีเหมือนรถขับเคลื่อนล้อหลัง 100% เพื่อลดแรงต้านทานทางกลลง ช่วยยืดระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ (Range) ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และจะต่อเพลากลับมาทันทีเมื่อต้องการแรงบิดจากล้อหน้า
ระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX ยุคใหม่ใน Mercedes-Benz GLC Electric รวมถึงไลน์อัป EV ยุคใหม่บนแพลตฟอร์ม MB.EA และ MMA ถือเป็นการยกแกนสถาปัตยกรรมดิจิทัลใหม่ทั้งหมด โดยย้ายฐานจากระบบปฏิบัติการเดิมไปสู่ MB.OS (Mercedes-Benz Operating System) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ Mercedes-Benz พัฒนาขึ้นเองแบบ Chip-to-Cloud ควบคู่กับการเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอแสดงผลคอนโซลหน้าโคตรใหญ่ยักษ์ ออกแบบเป็นแผงกระจกยาวต่อเนื่องขนาด 33 นิ้ว
ของใหม่ที่มีให้เล่นได้ทั้งวันก็คือ สถาปัตยกรรมระบบ MB.OS และกำลังการประมวลผล เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนจอภาพระบบสัมผัส ความยาว 33 นิ้ว ให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหล ปราศจากอาการกระตุก มีการแยกสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ออกจากฮาร์ดแวร์อย่างเด็ดขาด และใช้ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง ด้วยชิปประมวลผล NVIDIA (SoC ระดับระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ) ประมวลผลทั้งกราฟิก ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) และฟังก์ชันความบันเทิงพร้อมกันในกล่อง ECU หลัก การเรนเดอร์ภาพระดับ Game Engine น้าจอเลือกใช้ Unity Game Engine ในการสร้างอินเทอร์เฟซ 3 มิติ ความละเอียดสูง แสดงผลกราฟิกเสมือนจริง เช่น แบบจำลองตัวรถ สภาพแวดล้อมบนถนน และการเปลี่ยนโหมดการขับขี่แบบ Real-time
อินเทอร์เฟซแบบ Zero-Layer UI ยุคใหม่ โครงสร้างหน้าจอ 33 นิ้ว เน้นการใช้งานผ่านแนวคิด Zero Layer หน้าจอจะดึงการควบคุมที่ผู้ขับขี่ต้องใช้ ณ สภาพการณ์นั้นๆ ขึ้นมาไว้ด้านหน้าสุดโดยอัตโนมัติ เช่น เมื่อขับเข้าใกล้สถานีชาร์จ ระบบจะดึงเมนูเตรียมแบตเตอรี่ (Battery Pre-conditioning) และช่องเสียบชาร์จขึ้นมาให้กดทันที การรวมแผงมาตรวัดและระบบความบันเทิงเข้าด้วยกัน กระจกหน้าจอแบบชิ้นเดียวและไร้รอยต่อ นำเสนอการแสดงผลแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เช่น มาตรวัดฝั่งคนขับ, จอควบคุมกลาง, และจอผู้โดยสารด้านหน้า สามารถลากเปลี่ยนวิดเจ็ตข้ามพื้นที่กันได้ตามต้องการ
MBUX Virtual Assistant (Generative AI) การสั่งการด้วยเสียงอัปเกรดจากระบบรู้จำเสียงทั่วไป ไปสู่การนำ Generative AI รวมเทคโนโลยี Large Language Model และ ChatGPT/Google Cloud มาใช้งานร่วมกับระบบตัวรถ การสนทนาภาษาธรรมชาติ สามารถคุยโต้ตอบต่อเนื่องโดยไม่ต้องพูดคำสั่งเดิมซ้ำ ถามข้อมูลเชิงลึก เช่น ช่วยแนะนำร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนระหว่างทางที่ไม่ต้องแวะออกนอกเส้นทางเกิน 5 นาที
Empathic Interaction สัญลักษณ์ตัวแทน (Avatar) รูปดาวสามแฉกบนหน้าจอจะปรับรูปแบบการแสดงผลและสีสันตามอารมณ์และน้ำเสียงของบทสนทนา
แผนที่ 3D High-Precision Navigation ระบบนำทางแสดงผลแผนที่แบบ 3 มิติเชิงลึกบนหน้าจอความยาว 33 นิ้ว แบบ Real-time Environment Rendering ระบบจะจำลองสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ เช่น ตึกแถว เลนถนน รถคันข้างๆ สภาพอากาศ และการจราจรในรูปแบบ 3D สมจริง อ้างอิงข้อมูลจากกล้อง HD และเซ็นเซอร์ Lidar/Radar ของตัวรถ การคำนวณเส้นทางสำหรับ EV ทำหน้าที่คำนวณระยะทางที่เหลือ อุณหภูมิแบตเตอรี่ สภาพความเร่ง/เนินเขา เพื่อประเมินระดับแบตเตอรี่เมื่อไปถึงจุดหมายได้อย่างแม่นยำ พร้อมวางแผนจุดแวะชาร์จที่เหมาะสมให้อัตโนมัติ
ความปลอดภัยและระบบ Active Privacy Shield (จอฝั่งผู้โดยสาร) เพื่อไม่ให้หน้าจอฝั่งผู้โดยสารรบกวนสมาธิของผู้ขับขี่ หรือ Driver Eye-Tracking Camera กล้องตรวจจับสายตาผู้ขับขี่จะเฝ้ามองตลอดเวลา หากผู้ขับขี่หันไปมองหน้าจอฝั่งผู้โดยสารขณะที่กำลังเล่นวิดีโอหรือเกม Dynamic Dimming / Polarization Filter ระบบจะทำการลดความสว่างหรือพรางแสงหน้าจอฝั่งผู้โดยสารทันที ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นเป็นเพียงจอสีดำ แต่ผู้โดยสารยังคงมองเห็นภาพตามปกติ
Mercedes-Benz The New GLC Electric รหัสตัวถัง X540 พรีเมียม SUV พลังงานไฟฟ้า 100% เจเนอเรชันใหม่ที่เข้ามาทำตลาดแทนที่ EQC โดยพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรม MB.EA (Mercedes-Benz Electric Architecture) แบบ 800V รองรับการจ่ายพลังงานและระบบชาร์จความเร็วสูงพิเศษ
มอเตอร์ไฟฟ้า รุ่น GLC 300+ / 250: มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
รุ่น GLC 400 4MATIC: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (PSM) ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 483–489 แรงม้า (360 kW) แรงบิดสูงสุด 800 Nm อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. อยู่ที่ประมาณ 4.2–4.5 วินาที
เกียร์ 2 สปีดที่เพลาหลัง (2-Speed Transmission) ติดตั้งชุดเกียร์ 2 สปีดที่มอเตอร์หลัง ช่วยเพิ่มแรงบิดในการออกตัว และลดความเร็วรอบมอเตอร์ขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน
ชุดตัดการทำงานมอเตอร์หน้า (Disconnect Unit - DCU) ปลดล็อกการหมุนของเพลาหน้าแบบกลไกเมื่อไม่ได้ใช้ขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อลดแรงหน่วงสะสมและประหยัดแบตเตอรี่
แบตเตอรี่ ระยะทางวิ่ง และการชาร์จ ความจุแบตเตอรี่ 85 kWh (เทคโนโลยี CATL Li-NMC) ระยะทางวิ่งสูงสุดไกล 616 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม (มาตรฐาน WLTP ในรุ่นแบตเตอรี่ 85 kWh)
การชาร์จเร็ว DC (DC Fast Charging) รองรับกำลังไฟสูงสุด 320–330 kW สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลา 22 นาที (หรือชาร์จเพียง 10 นาที ได้ระยะทางเพิ่มขึ้นประมาณ 300 กม.) การชาร์จ AC: รองรับ On-board Charger ขนาด 11 kW และ 22 kW. คาดการณ์ราคา ไม่เกิน 3,700,000 บาท อาคม รวมสุวรรณ E-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
梅赛德斯-奔驰宣布,在泰国组装的全新GLC Electric是一款品质毫不妥协的电动汽车。它的设计旨在提供与S级轿车相同的舒适性,同时兼具卓越的性能和温馨如家的驾乘体验。关于“EQ”的命名,PR Darwong建议将其改为“Electric”,以便更清晰地传达这款来自三叉星徽品牌的全新电动车型。这一改变也使得这款清洁能源汽车的外观设计焕然一新。
这是一款旨在挑战宝马iX3的中型SUV。全新GLC纯电动版在泰国首次亮相,是一款意义重大的车型,承载着巨大的期望。燃油版GLC车型(包括汽油版和柴油版)是梅赛德斯-奔驰全球最畅销的SUV,在泰国也深受富裕人士的青睐。此前,梅赛德斯-奔驰摆脱了“EQ”概念带来的混乱局面,并凭借长续航里程的全新CLA电动版重返电动汽车市场,如今又推出了全新GLC电动版。这款车采用了传奇赛车——梅赛德斯-奔驰300 SEL 6.8 AMG“红猪”(或称“Rote Sau”)的标志性格栅,这款赛车曾助力AMG品牌享誉全球。
梅赛德斯-奔驰 GLC 电动版(搭载 EQ 技术)的车身架构和电气工程:外观设计团队摒弃了第一代 EQ 电动车圆润的鹅卵石造型,转而融合经典元素和 LED 像素发光技术,打造出与内燃机车型截然不同的独特外观。经典的进气格栅镶嵌超过 900 颗 LED 灯!梅赛德斯-奔驰 GLC 电动版的发光格栅将内燃机车型的传统进气口造型升华为一件璀璨的艺术品。其设计灵感源自经典的镀铬格栅(例如 600 Pullman、W114 和 W108),并采用 942 颗数字像素 LED 灯重新诠释了这一设计。在熏黑玻璃面板后,942 个 LED/聚碳酸酯灯组以像素化图案排列。
轮廓及中央星形照明系统采用 LED 灯照亮格栅边缘和中央三叉星(中央星形),在夜间营造出醒目的光芒。它采用镀铬框架结构,搭配宽大的镀铬边框。功能和显示(灯光动画)包括动态迎宾/告别动画;当驾驶员靠近车辆解锁或发动机熄火时,942 个灯组会依次亮起,宛如一场迎宾灯光秀。
呼吸效果:车辆怠速待启动时,前格栅灯会以稳定的节奏逐渐亮起和熄灭,如同叹息一般,表示车辆已准备就绪。MBUX个性化:可通过车内MBUX屏幕控制和自定义显示样式,或选择开启或关闭部分前格栅灯。
轿跑式的车身轮廓摒弃了前代EQ的笨重外观,重新设计的车顶线条更显动感时尚。车身侧面流畅有力的肩线勾勒出更加鲜明宽阔的视觉效果。全新的空气动力学套件、隐藏式门把手、高品质镀铬车窗饰条、可选装的侧踏板以及黑色轮拱饰条,都进一步强化了这款跨界SUV的独特气质。
尾部设计采用标志性的发光尾灯,一条贯穿整个尾门的长条形LED尾灯带。可选装OLED数字尾灯、迎宾灯系统和发光后星标——当近光灯开启时,尾部的三叉星徽标会瞬间亮起。牵引能力高达2.4吨,配备ESP®拖车稳定系统和自动拖车泊车辅助系统。轮毂尺寸从18英寸到21英寸不等,采用空气动力学优化的轻合金轮毂设计,并采用前后轮尺寸不同的错位式设计。前轮尺寸为21 x 9.0英寸,搭配235/45 R21 XL轮胎;后轮尺寸为20 x 9.5英寸,搭配275/45 R21 XL轮胎。轮胎配方经过优化,可降低滚动阻力,并最大限度地减少噪音、振动和谐波失真(NVH)。
车身尺寸和可用空间:长度 4,845 毫米,宽度 1,913 毫米,高度 1,644 毫米,轴距 2,972 毫米,后行李厢容积 570 – 1,740 升,前储物箱(前备箱)容积 128 升。
悬架系统:前后均采用独立多连杆悬架结构。敏捷舒适套装。AIRMATIC®空气悬架:直接源自S级轿车,具备自动高度调节(全方位水平控制)和连续可变阻尼功能,可吸收路面冲击并减少车身侧倾。后轮转向:后轮转向角度最高可达4.5度,可减小转弯半径,提高在狭窄城市空间内的操控性,并增强高速变道时的稳定性。
一体化能量回收制动系统将制动助力器、制动主缸和ESP®车身稳定控制系统集成于一个小型模块中。踏板反馈提供平顺自然的减速制动感受。处理器负责分配制动力,无缝衔接能量回收制动(利用电机回收的能量)和实际的刹车片制动。该系统可回收高达300千瓦的能量,足以满足99%以上的日常减速需求,无需使用碟刹。提供四种能量回收制动模式:D-(最大制动)、D(标准)、D+(滑行)和D Auto(根据交通状况和地图数据自动调节)。
制动系统的备用安全功能包括液压回落水平系统,即使在发生电气故障的情况下,也能确保制动器继续按照安全标准运行。
全新的能量管理系统配备800V超快速充电系统,支持最大330kW直流充电功率,并集成直流转换器模块,可兼容400V充电桩。前后驱动电机均采用碳化硅(SiC)逆变器,利用高效半导体降低发热量,提升能源效率。后桥上的双速变速箱增强了低速档的扭矩加速,降低了能耗,并保持了高速行驶时的电机转速。四驱(4MATIC)车型配备的前桥断开单元(DCU)可在恒定速度下机械断开前电机,切换至100%后轮驱动以降低阻力,并在毫秒内重新连接,实现最佳牵引力。多源热泵(标配)可吸收来自电驱动单元(EDU)、电池和外部空气的废热,用于车厢制冷,并在快速充电前预热电池。
从汽车工程和技术角度来看,全新GLC电动车最令人印象深刻的方面体现在三个主要系统中:……
保时捷Taycan和全新GLC Electric一样,都采用了双速后桥传动系统。驾驶者普遍认为,与单速或单齿比变速箱相比,该系统能更有效地将扭矩传递至车轮。通常情况下,电动汽车由于生产成本较低而使用单齿比变速箱。然而,这类变速箱存在一个缺陷:如果齿比设置过高,无法在高速行驶时实现强劲加速,则电机必须以极高的转速运转,从而消耗过多能量并产生过多热量。基于MB.EA 800V平台打造的GLC Electric,其后桥配备了双速变速箱。1挡(高齿比)可在起步瞬间提供强大的扭矩,从而实现迅猛的0-100公里/小时加速,并有助于拖曳重物(最高可达2.4吨)。 2档(低速档)在高速行驶(高速公路巡航)时自动开启,降低电机转速,节省电池电量,并降低车厢噪音。
GLC电动版配备了25,600颗微型LED大灯,可将警示信号投射到路面上(道路投射)。这项微型LED技术集成于ADAS(高级驾驶辅助系统)安全系统中。每个模块仅宽13毫米,每侧包含多达25,600颗微型LED(40微米)。当车速超过70公里/小时且传感器检测到潜在的积水或湿滑路面时,道路投射功能会在驾驶员正前方的路面上投射雪花符号。此外,当进入施工区域时,大灯会在路面上投射细长的导向线(方向灯),自动引导驾驶员通过施工区域。
在全轮驱动(AWD)电动汽车中,机械式前轴断开装置(DCU)即使在车辆匀速行驶时断电后,也会将前轴与电机断开。前轮仍然会转动,带动变速箱和电机,造成阻力损失和能量损失。GLC Electric 在前轴上配备了机械式断开离合器。在匀速行驶时,该系统可在几毫秒内将前轴与电机完全断开,使前轮像后轮驱动车辆一样自由旋转。这显著降低了机械阻力,延长了每次充电后的续航里程。当需要前轮扭矩时,前轴会立即重新连接。
梅赛德斯-奔驰GLC电动版以及基于MB.EA和MMA平台的全系全新电动车型所搭载的新一代MBUX信息娱乐系统,标志着数字架构的彻底革新。该系统从之前的操作系统升级至MB.OS(梅赛德斯-奔驰操作系统),这是一款由梅赛德斯-奔驰自主研发的芯片到云端操作系统。此外,该系统还配备了重新设计的大型中控显示屏——一块33英寸的连续式玻璃面板。
全天可体验的全新功能包括MB.OS系统架构和强大的处理能力,它们是33英寸触摸屏显示器的核心,确保流畅无卡顿的性能。软件和硬件架构完全分离,并采用高性能NVIDIA处理器(水冷SoC)在主ECU中同时处理图形、ADAS(高级驾驶辅助系统)和信息娱乐功能。显示屏使用Unity游戏引擎渲染高分辨率3D界面,呈现逼真的图形,例如车辆模型、道路环境和实时驾驶模式切换。
新一代零层用户界面采用33英寸屏幕,强调零层易用性理念。屏幕会自动将驾驶员在当前情况下所需的控制功能置于最显眼位置。例如,当车辆接近充电站时,系统会立即显示电池预处理菜单和充电端口信息。仪表盘和信息娱乐系统集成于一体,形成一个无缝屏幕,并将显示内容分为三个主要区域:驾驶员仪表盘、中央控制屏幕和前排乘客屏幕。用户可以根据需要拖动小部件,在不同区域之间自由切换。
MBUX虚拟助手(生成式AI)是一款升级版的语音控制系统,它在传统语音识别的基础上,运用了生成式AI技术,并将大型语言模型(LLM)技术和ChatGPT/Google Cloud与车辆系统集成。它支持自然语言对话,无需重复指令即可实现连续交互。它可以回答深入的问题,例如推荐一家沿途无需绕路超过5分钟的意大利餐厅。
共情互动:屏幕上的三叉星头像会根据对话的情绪和语气调整其显示和颜色。
3D高精度导航:该导航系统在33英寸屏幕上显示深度3D地图,并实时渲染周围环境。它利用车辆高清摄像头和激光雷达/雷达传感器的数据,以逼真的3D方式模拟车辆周围环境,例如建筑物、车道、其他车辆、天气和交通状况。电动汽车路线计算包括估算剩余距离、电池温度、加速/爬坡情况,从而准确预估到达目的地时的电池电量,并自动规划合适的充电点。
安全功能和主动隐私保护(副驾驶侧屏幕)可防止副驾驶侧屏幕分散驾驶员的注意力。驾驶员眼动追踪摄像头持续监控屏幕;如果驾驶员在观看视频或玩游戏时视线移开,动态调光/偏光滤镜会自动降低亮度或遮蔽副驾驶侧屏幕的光线,使驾驶员看到的屏幕变为黑色,而乘客仍可正常观看。
梅赛德斯-奔驰全新 GLC 电动版(底盘代号 X540)是一款新一代豪华 SUV,取代了 EQC,它基于 800V MB.EA(梅赛德斯-奔驰电动架构)平台开发,支持高速充电和电力传输。
GLC 300+ / 250 车型的电动机:单电机,后轮驱动 (RWD)。
GLC 400 4MATIC 车型:双电机(PSM)搭配全轮驱动,最大功率为 483–489 马力(360 千瓦),最大扭矩为 800 牛米。0–100 公里/小时加速时间约为 4.2–4.5 秒。
后轴上的 2 速变速器(2 速变速器)安装在后电机上,以增加启动时的扭矩并降低高速时的电机转速,从而提高能源效率。
前电机断开装置 (DCU) 在不使用四轮驱动时,通过机械方式解锁前轴旋转,从而减少阻力积聚并节省电池电量。
电池、续航里程和充电:电池容量 85 kWh(CATL Li-NMC 技术)。充满电后最大续航里程 616 公里(85 kWh 电池型号的 WLTP 标准)。
直流快充支持最大功率 320–330 千瓦,可在 22 分钟内将电量从 10% 充至 80%(或仅需 10 分钟即可增加约 300 公里续航里程)。交流充电:支持 11 千瓦和 22 千瓦的车载充电器。预计价格:不超过 3,700,000 泰铢。联系人:Arkom Rumsawan,邮箱:chang.arcom@thairath.co.th,Facebook:https://www.facebook.com/chang.arcom,https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/