นักวิเคราะห์เตือน "ซูเปอร์เอลนีโญ" อาจคร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกกว่า 450,000 คนจากวิกฤตคลื่นความร้อน分析人士警告说,由于热浪,超级厄尔尼诺现象可能导致全球超过 45 万人丧生。
ผลวิเคราะห์ชี้ "เอลนีโญรุนแรงผิดปกติ" อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกกว่า 451,000 คนในช่วงถึง ก.พ. 2570 โดยไนจีเรียเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงสุด

ผลวิเคราะห์ชี้ "เอลนีโญรุนแรงผิดปกติ" อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนทั่วโลกกว่า 451,000 คนในช่วงถึง ก.พ. 2570 โดยไนจีเรียเสี่ยงได้รับผลกระทบสูงสุด
วันที่ 24 กันยายน 2569 ทีมวิจัย Climate Impact Lab ซึ่งวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และข้อมูลในสังกัดมหาวิทยาลัยชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานผลการวิเคราะห์ฉบับใหม่ที่ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงผิดปกติ อาจทำให้อุณหภูมิบนพื้นดินทั่วโลกในช่วงหลายเดือนข้างหน้าสูงกว่าค่าปกติราว 1.2 องศาเซลเซียส โดยจำนวนวันที่มีอากาศร้อนจัดจะเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีปกติ ซึ่งจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนจัดทั่วโลกมากกว่า 451,000 คน ระหว่างเดือนมิถุนายน 2569 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยตัวเลขนี้เป็นการประมาณการจากแบบจำลอง
รายงานระบุว่า เอลนีโญซึ่งเป็นรูปแบบความแปรปรวนตามธรรมชาติของสภาพภูมิอากาศและมักทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ได้เข้าสู่ระดับรุนแรงเป็นพิเศษ และมีแนวโน้มทำลายสถิติความรุนแรง ขณะที่ภาวะโลกร้อนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลยิ่งเพิ่มความเสี่ยงจากอุณหภูมิสูงสุดขั้ว
รายงานพบว่า ประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้และประเทศกำลังพัฒนาถูกคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยไนจีเรียมีจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนตามแบบจำลองสูงสุดประมาณ 31,400 คน รองลงมาคืออินโดนีเซีย ซูดาน อินเดีย และบราซิล ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตราว 3,500 คน
ทั้งนี้ รายงานยังอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ Climate Impact Lab ระบุว่า ตัดสินใจเผยแพร่ผลการวิเคราะห์เบื้องต้นก่อน เนื่องจากเอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว และยังมีเวลาให้รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ เตรียมมาตรการเพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งมาตรการที่แนะนำ ได้แก่ การแจ้งเตือนภัยจากความร้อนล่วงหน้า การจัดทำแผนรับมือด้านสาธารณสุข การจัดตั้งศูนย์คลายร้อนและจุดบริการน้ำดื่ม รวมถึงการขยายการเข้าถึงบริการสาธารณสุข เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอากาศร้อนจัด.
分析表明,异常严重的厄尔尼诺现象到 2027 年 2 月可能导致全球超过 451,000 人死于与高温相关的疾病,其中尼日利亚受影响的风险最高。
2026年9月24日,位于美国伊利诺伊州芝加哥市的气候影响实验室(Climate Impact Lab)发布了一份新的分析报告。该实验室专注于科学、经济和数据研究。报告指出,异常强烈的厄尔尼诺现象可能导致未来几个月全球地表温度比正常水平高出约1.2摄氏度。极端高温天数将比往年增加44%,并可能导致2026年6月至2027年2月期间全球超过45.1万人死于高温相关疾病。这些数据均为模型预测结果。
报告指出,厄尔尼诺现象(一种通常会导致全球气温上升的自然气候变化现象)已达到异常严重的程度,并有望打破强度纪录。与此同时,化石燃料的使用造成的全球变暖进一步加剧了极端高温的风险。
报告指出,全球南方国家和发展中国家预计将受到最严重的影响,其中尼日利亚预计将有约31400人死于高温,其次是印度尼西亚、苏丹、印度和巴西。美国位列受影响最严重的20个国家之列,预计死亡人数为3500人。
该报告仍在等待同行评审,但气候影响实验室表示,之所以决定提前发布初步分析结果,是因为厄尔尼诺现象正在迅速加剧,以便各国政府和机构有时间制定措施来减轻损失。建议的措施包括:建立高温预警系统、制定公共卫生应对计划、设立避暑中心和饮水站,以及扩大医疗保健服务的覆盖范围,以帮助降低极端高温带来的风险。