เอกชน-ตลาดทุน ปลื้ม กองทุนสหรัฐฯ ฟังวิสัยทัศน์ “อนุทิน” ประสบความสำเร็จโรดโชว์นิวยอร์ก美国基金听取了阿努廷的愿景,私营部门和资本市场对此感到满意;纽约路演取得成功。
โฆษกรัฐบาล เผย เอกชน-ตลาดทุน ปลื้ม กองทุนสหรัฐฯ ฟังวิสัยทัศน์ “อนุทิน” ประสบความสำเร็จโรดโชว์นิวยอร์ก หวังไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

โฆษกรัฐบาล เผย เอกชน-ตลาดทุน ปลื้ม กองทุนสหรัฐฯ ฟังวิสัยทัศน์ “อนุทิน” ประสบความสำเร็จโรดโชว์นิวยอร์ก หวังไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580
วันที่ 24 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นักลงทุนจากสถาบันการเงิน นำโดยผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ และธนาคารแห่งอเมริกา (BofA) ให้ความสนใจตอบรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำ “ไทยแลนด์ โรดโชว์” พบนักลงทุน และผู้จัดการกองทุนการเงินสหรัฐฯ โดยมีผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมด้วย ประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้แทนภาคเอกชนตลาดทุนไทย ได้แก่ นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย และนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ นำเสนอศักยภาพและโอกาสเศรษฐกิจไทย ตั้งเป้าประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และพลังงานหมุนเวียน
ภายหลังเสร็จสิ้นการพบปะนักลงทุน นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า นิวยอร์กเป็นที่ที่จัดโรดโชว์นักลงทุนได้ยากที่สุด เนื่องจากกองทุนที่นี่มองระยะยาวและจะเข้ามาลงทุนก็ต่อเมื่อสนใจจริง ๆ การที่ผู้บริหารระดับสูงของกองทุนชั้นนำต่าง ๆ มาด้วยตนเองจำนวนมาก จึงเป็นสัญญาณที่ดี ท่ามกลางการแบ่งขั้วเศรษฐกิจโลก ความเป็นกลางคือจุดแข็งที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยราว 5 แสนล้านบาท ปีนี้ไหลกลับมาแล้วราว 10% จึงยังมีโอกาสอีกมาก ตลาดหุ้นไทยมีหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนสถาบันลงทุนได้มากกว่า 65 บริษัท และมีเครื่องมืออย่างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ ขณะเดียวกันต้องสร้างฐานนักลงทุนในประเทศควบคู่กัน เช่น ผลักดันบัญชีออมเพื่อการลงทุนรายบุคคล (TISA) ให้เกิดผลจริง
ขณะที่ นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ก่อนที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศจะตัดสินใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนใด จำเป็นต้องเข้าใจทิศทางของประเทศนั้น ๆ ก่อน ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอนโยบายขับเคลื่อนประเทศด้วยตนเอง อาทิ เป้าหมายการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งให้ข้อมูลด้านตลาดทุน ได้แก่ โครงการ JUMP+ ที่ช่วยยกระดับมูลค่าบริษัทจดทะเบียน และโครงการ BOI to IPO ที่จะเพิ่มธุรกิจใหม่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงตอบโจทย์นักลงทุนได้ตรงจุด นอกจากนี้ นักลงทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ยังมองว่าความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ในขณะนี้เป็นโอกาสของประเทศไทย เพราะหากไทยรักษาสมดุลได้ ก็จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากหลายประเทศ ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ร่วมกับ BOI และสำนักงาน ก.ล.ต. ปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้ธุรกิจใหม่ หรือ New Economy สามารถระดมทุนในตลาดทุนไทยได้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเดินหน้าเชิญชวนผู้ประกอบการเหล่านี้เข้าจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง
นางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอซโซซิเอชั่น กล่าวว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่กองทุนขนาดใหญ่ระดับโลกตอบรับเข้าร่วมโรดโชว์ของประเทศไทยเกือบทั้งหมดภายในระยะเวลาอันสั้น โดยมีกองทุนชั้นนำราว 25 ราย ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หลายรายขอพบนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว และผู้เข้าร่วมทุกรายเป็นผู้บริหารระดับสูง คำถามที่ได้รับสะท้อนว่านักลงทุนเข้าใจประเทศไทยเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องโลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล พลังงาน และสังคมสูงวัย นักลงทุนรายใหญ่ยังมองว่าเงินทุนโลกกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐฯ มากเกินไป เอเชียจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจในระยะยาว
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ในฐานะพันธมิตร ธนาคารแห่งอเมริกา ให้ความเห็นว่า ตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนในฐานะหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด ปัจจัยบวกทั้งการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้นและมุมมองเชิงบวกจาก Moody’s ช่วยหนุนความเชื่อมั่น สิ่งที่ต้องทำต่อคือบริษัทจดทะเบียนต้องแสดงการเติบโตของกำไร เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP เป็น 30% และความมุ่งมั่นในการปฏิรูปผ่านการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของตลาดไทย นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าต่างประเทศช่วยให้ต้นทุนการกู้ยืมของไทยอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ แต่ไทยต้องรักษาวินัยการเงินการคลังและเสถียรภาพไว้ให้ได้ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว
“ความสำเร็จของโรดโชว์ในครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เป้าหมายประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 ตามความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเป็นแรงส่งสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ให้ทยอยไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการลงทุนและการใช้จ่าย ทั้งในระดับอุตสาหกรรมและประชาชน” นายเอกภพ กล่าวสรุป
政府发言人透露,私营部门和资本市场对美国基金采纳阿努廷的愿景感到欣慰,纽约路演也取得了成功。他们希望泰国能在2037年成为高收入国家。
2026年9月24日,总理府发言人埃卡波·皮恩皮塞斯先生透露,2026年9月22日,以美国大型基金经理和美国银行(BofA)为首的金融机构投资者对阿努廷·查恩维拉库尔总理的“泰国路演”表现出浓厚的兴趣,希望与美国投资者和基金经理会面。来自公共和私营部门的高级官员也参与了此次活动,包括副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士、数字经济与社会部长柴亚诺·奇乔布先生,以及泰国资本市场代表,例如泰国资本市场商业理事会主席派汶·纳林特伦库尔先生和泰国证券交易所董事兼经理阿萨德·孔西里先生。他们阐述了他们对泰国经济的愿景、潜力和机遇,目标是使泰国在 2037 年成为高收入国家,并促进数字经济和可再生能源的发展。
投资者会议结束后,泰国资本市场商业理事会主席派汶·纳林特伦库尔先生告诉媒体,纽约是开展投资者路演最困难的地方,因为那里的基金注重长期投资,只有在真正感兴趣的情况下才会进行投资。许多知名基金的高管亲自出席,这是一个积极的信号。在全球经济两极分化的背景下,泰国目前的中立性是其最大的优势。过去三年,约有5000亿泰铢的外国资本流出泰国股市。今年,约有10%的资金回流,这表明未来还有巨大的投资机会。泰国股市拥有超过65家大型上市公司,可供机构投资者投资,并且有基础设施基金等工具支持投资。与此同时,建立国内投资者基础至关重要,例如有效推广泰国投资储蓄账户(TISA)。
与此同时,泰国证券交易所(SET)董事兼总裁阿萨德·孔西里先生透露,外国机构投资者在决定投资任何上市公司之前,必须了解该国的发展方向。因此,总理介绍的国家发展政策,例如到2037年成为高收入国家的目标以及向可再生能源转型,以及有关资本市场的信息,包括旨在提升上市公司价值的JUMP+项目和旨在为泰国证券交易所引入新企业的BOI to IPO项目,都直接满足了投资者的需求。此外,大多数外国投资者将当前的地缘政治动荡视为泰国的机遇,因为如果泰国能够保持平衡,就能吸引来自许多国家的投资。泰国证券交易所与泰国投资委员会(BOI)和泰国证券交易委员会(SEC)合作,调整了相关规定,允许新企业或新经济企业在泰国资本市场筹集资金。泰国证券交易所将继续邀请这些企业家在泰国证券交易所上市。
美国银行国家协会董事总经理奥拉卡尼亚·皮布尔塔姆女士表示,令人欣慰的是,在如此短的时间内,几乎所有全球最大的基金都积极响应,参与了泰国的路演。约有25家领先基金参与其中,管理资产总额约为40万亿美元。其中几家基金要求与泰国总理会面,所有参与者均为高级管理人员。投资者提出的问题反映出他们对泰国有着深刻的了解,尤其是在物流、信息基础设施、能源和老龄化社会等方面。主要投资者还指出,全球资本过于集中于美国,因此亚洲是一个极具吸引力的长期市场。
美国银行合作伙伴Kiatnakin Phatra金融集团(KKP)首席经济学家兼助理董事总经理Pipat Luangnarumitchai博士评论道,泰国股市已再次成为表现最佳的市场之一,重新赢得投资者的关注。政治稳定性的提升以及穆迪的积极展望等利好因素提振了市场信心。下一步的关键在于上市公司展现盈利增长,将投资占GDP的比重提高到30%,并通过加入经合组织(OECD)推进改革,这将进一步增强泰国市场的吸引力。此外,与其他国家相比,较低的利率也使得借贷成本保持在相对较低的水平。然而,泰国必须保持财政纪律和稳定,才能维护投资者的长期信心。
“此次路演的成功是一个积极的信号,它将有助于推动泰国经济朝着2037年成为高收入国家的目标迈进,这与总理的愿景相符。同时,它还将极大地促进外国投资(资金流动)回流泰国资本市场和经济,从而带动工业和个人层面的投资和消费增长。”埃卡波先生总结道。