← 返回新闻首页
泰国权威

จากตลาดนัดภูเก็ตสู่เวทีโลก เส้นทางความสำเร็จของ "เนเน่ รอยัล"

เส้นทางของเด็กหญิงที่เริ่มฝึกกีตาร์ด้วยตัวเอง เล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดในภูเก็ต สู่เวที America’s Got Talent และคว้าแชมป์ซีซัน 21 "เนเน่ รอยัล" วัย 16 ปี ใช้เวลาหลายปีสะสมทั้งฝีมือ ประสบการณ์ และเวที จนกลายเป็นศิลปินไทยที่สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
从普吉岛街头市场到国际舞台:Nene Royal 的成功故事。

ชื่อของ "เนเน่ รอยัล" หรือ แพรว-รัตติกานต์ อำลอย ศิลปิน นักร้อง และมือกีตาร์วัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต กลายเป็นชื่อที่คนไทยและทั่วโลกพูดถึงอย่างมากขฯะนี้ หลังเธอสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์รายการ "America’s Got Talent" หรือ AGT ซีซันที่ 21 ได้สำเร็จ

แต่ถ้ามองย้อนกลับไป เส้นทางของเนเน่ไม่ได้เริ่มต้นที่เวทีใหญ่ในสหรัฐฯ และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการแสดงเพียงครั้งเดียว ตรงกันข้าม สิ่งที่พาเด็กสาวจากภูเก็ตมาถึงจุดนี้ คือการค่อย ๆ สะสมทักษะจากการฝึกกีตาร์ด้วยตัวเอง การเล่นดนตรีต่อหน้าผู้คนจริง ๆ ตามตลาด การลงแข่งขันในเวทีดนตรีของไทย และการสร้างตัวตนผ่านโลกออนไลน์ ก่อนจะได้โอกาสขึ้นเวทีระดับโลก

จากตลาดนัดภูเก็ตสู่เวทีโลก เส้นทางความสำเร็จของ "เนเน่ รอยัล"

จากกีตาร์ธรรมดา ๆ สู่เวทีตลาดนัดภูเก็ต

เนเน่เริ่มเล่นกีตาร์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เธอบอกพ่อว่าอยากลองเล่นกีตาร์ และคุณพ่อณรงค์ อำลอย เลยพาไปซื้อกีตาร์จากร้านทั่วไป ในเวลานั้นไม่มีใครในครอบครัวที่มีพื้นฐานด้านดนตรีเลย เนเน่เริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นหลัก ผ่านการฟังเพลง ดูคลิปวิดีโอออนไลน์ เธอใช้เวลาไม่กี่วันก็สามารถจับคอร์ดกีตาร์เล่นเพลงได้ และเพลงแรกที่เธอเล่นได้คือ "Zombie" ซึ่งก็เป็นเพลงแรกที่เธอใช้ในการประกวด AGT ซีซัน 21

อีกส่วนสำคัญของเส้นทางคือการเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดในจังหวัดภูเก็ต ประสบการณ์ตรงนี้ทำให้เนเน่ต้องเล่นต่อหน้าคนที่ไม่ได้ตั้งใจมาดูการแสดงโดยเฉพาะ บางคนเดินผ่าน บางคนหยุดฟัง และบางคนจึงค่อย ๆ กลายเป็นผู้ติดตามผลงานของเธอ

การเล่นตามตลาดจึงไม่ได้เป็นเพียงการขึ้นเวทีเพื่อแสดงเพลง แต่เป็นการฝึกควบคุมสถานการณ์จริง ตั้งแต่การเลือกเพลง การดึงความสนใจของคนดู ไปจนถึงการเล่นต่อไปแม้ผู้ชมจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าเวทีทั้งหมด

ก่อนจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ เนเน่ก็มีผลงานในประเทศไทยมาแล้ว เธอเคยปรากฏตัวในรายการ "Super 10" และเข้าร่วมการแข่งขันดนตรีหลายเวที โดยในปี 2566 เธอคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขัน Overdrive Guitar Contest ครั้งที่ 14 และในปี 2568 ได้รับรางวัล Outstanding Player จาก King Power Band Competition

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ชื่อของเนเน่ไม่ได้เพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อไปถึงสหรัฐฯ แต่เธอมีเส้นทางบนเวทีดนตรีในไทยมาก่อนแล้ว ขณะเดียวกัน เธอยังได้รับเลือกเป็น Featured Artist ของ Enya Music และมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 3,000,000 คนก่อนเข้าสู่การแข่งขัน AGT

"Zombie" เปิดประตู สู่ Golden Buzzer

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเนเน่เดินทางไปแข่งขัน "America’s Got Talent" ซีซัน 21 เวทีประกวดความสามารถชื่อดังของสหรัฐฯ ในรอบออดิชัน เธอเลือกเพลง "Zombie" ของ The Cranberries พร้อมร้องและเล่นกีตาร์ด้วยตัวเอง การแสดงครั้งนั้นสร้างความประทับใจให้ทั้งกรรมการและผู้ชม จนได้รับเสียง "Yes" จากกรรมการทั้ง 4 คน และผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพของเนเน่ก่อนขึ้นเวทีมีความแตกต่างจากตอนเริ่มเล่นอย่างเห็นได้ชัด เธอเป็นเด็กสาววัย 16 ปีที่ดูเขินอาย นอบน้อมเมื่ออยู่นอกเวที แต่เมื่อถือกีตาร์และเริ่มร้องเพลง บุคลิกบนเวทีกลับเปลี่ยนเป็นร็อกสตาร์ที่สะกดสายตาคนดูได้ทั้งฮอลล์อย่างชัดเจน

หลังจากนั้น เนเน่กลับมาขึ้นเวทีในรอบ Judges’ Callbacks ด้วยเพลง "Hysteria" ของ Muse และยังคงใช้ทั้งเสียงร้องและกีตาร์เป็นจุดเด่น ก่อนจะผ่านเข้าสู่รอบการแสดงสดของการแข่งขัน

ในรอบ Quarterfinals เนเน่เลือกเพลง "Black Hole Sun" ของ Soundgarden และครั้งนี้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของการแข่งขัน เมื่อ Mel B หนึ่งในคณะกรรมการกด Golden Buzzer ให้กับเธอ ส่งผลให้เนเน่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศโดยตรง โดยไม่ต้องรอลุ้นผลจากการโหวตในขั้นตอนถัดไป ซึ่งในการประกวดรอบนี้ กรรมการ ฮาวี แมนเดล ถึงขั้นบอกกับ NBC ว่าให้เงินรางวัล 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่เนเน่ไปเลย และ เมล บี ก็เป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่า เนเน่ มีโอกาสคว้าแชมป์ซีซันนี้แน่นอน ถึงกับแซวว่า ถ้าเนเน่ไม่ได้แชมป์ ฮาวี คงต้องขายบ้านหลังใหม่เป็นแน่

สรุปว่า มาถึงวันนี้ (24 ก.ย.2569) ฮาวีคงไม่ต้องขายบ้านแล้ว

จากภูเก็ตถึงแชมป์ AGT สร้างประวัติศาสตร์คนไทย

เมื่อเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เนเน่ต้องแข่งขันกับผู้เข้าแข่งขันอีกหลายการแสดงบนเวทีที่มีผู้ชมทั่วโลกติดตาม โดยรอบ Final มีผู้เข้าแข่งขันรวม 10 การแสดง เพื่อชิงเงินรางวัล 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับโชว์รอบสุดท้าย เนเน่เลือกเพลง "Seven Nation Army" ของ The White Stripes และขึ้นเวทีพร้อมกีตาร์ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมในโรงละคร Pasadena Civic Auditorium ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐฯ

เส้นทางของเธอจบลงด้วยการคว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 และกลายเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ นอกจากการแข่งขันแล้ว หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือการได้ร่วมแสดงกับวงร็อกระดับโลกอย่าง LINKIN PARK บนเวทีรอบสุดท้ายด้วย

ชัยชนะครั้งนี้ยังมาพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 33 ล้านบาท โดยรูปแบบเงินรางวัลมีทั้งการรับเป็นงวดรายปี หรือเลือกรับเป็นเงินก้อนตามมูลค่าเงินสดปัจจุบัน ซึ่งจำนวนเงินก้อนจะต่ำกว่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ และยังต้องคำนึงถึงภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย

จาก "Zombie" ที่ทำให้คนทั่วโลกเริ่มรู้จัก จาก "Hysteria" ที่พาเธอผ่านอีกด่าน จาก "Black Hole Sun" ที่ทำให้ได้ Golden Buzzer และ "Seven Nation Army" ที่พาเธอมายืนในรอบไฟนอล ทุกเพลงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งขั้นของเส้นทางที่ค่อย ๆ พาเด็กสาวจากภูเก็ตคนนี้ ขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์

เรื่องของเนเน่ที่เริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายมาก เด็กคนหนึ่งกับกีตาร์หนึ่งตัว แต่เมื่อฝึกฝนต่อเนื่องและมีโอกาสได้แสดงต่อหน้าผู้คนมากขึ้น เสียงกีตาร์จากตลาดในภูเก็ตก็เดินทางมาไกลถึงเวทีใหญ่ในสหรัฐฯ และจบลงด้วยตำแหน่งแชมป์ America’s Got Talent 2026

นายกฯ ยินดี "เนเน่ รอยัล" คว้าแชมป์ AGT 2026 ชมเก่ง-มุ่งมั่น สร้างชื่อเสียงให้ไทย

เสียงเชียร์ลั่นฮอลล์ "เนเน่ รอยัล" ร่วมโชว์ Linkin Park ลุ้นแชมป์ AGT

"เนเน่ รอยัล" คว้าแชมป์ AGT 2026 สร้างประวัติศาสตร์คนไทยบนเวทีโลก

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻