ปลัด มท.สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 3 มาตรการเร่งด่วนรับมืออุทกภัย内政部常务秘书已指示全国各省省长实施三项紧急措施应对洪灾。
ปลัดมหาดไทย สั่ง ยกระดับเฝ้าระวังและจัดการอุทกภัยเชิงรุก - บูรณาการทุกภาคส่วนพร้อมเผชิญเหตุทันที - สร้างการรับรู้ข้อเท็จจริงต่อเนื่อง ให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก

วันที่ 25 ก.ย.2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบในช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.2569 ซึ่งหลายพื้นที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก และอาจมีฝนตกสะสม
โดยขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก และมีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการสัญจรของประชาชน
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ 3 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ได้แก่
1. ยกระดับการเฝ้าระวังและบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยเชิงรุก โดยติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำพื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย พร้อมทั้งประเมินแนวโน้มสถานการณ์ล่วงหน้า และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องจักรกล วัสดุอุปกรณ์ จุดอพยพ และสถานที่รองรับประชาชน ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที "โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก
2. ให้ "สำนักงาน ปภ.จังหวัด" เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก บูรณาการร่วมกับนายอำเภอ ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ อาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดทำข้อมูลพื้นที่เสี่ยง พื้นที่ได้รับผลกระทบและสถานการณ์น้ำให้เป็นปัจจุบัน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุ ระบบแจ้งเตือน การอพยพ และการช่วยเหลือประชาชน และให้จัดเตรียมและระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติการ โดยหากประเมินแล้วมีแนวโน้มสถานการณ์รุนแรง ให้เร่งเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งการ และระดมทรัพยากรเข้าดำเนินการโดยทันที
3. ให้ "สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด" เป็นกลไกหลักในการสื่อสารและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ด้วยการบูรณาการข้อมูลร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชน "ได้รับทราบสถานการณ์ที่เป็นข้อเท็จจริง" สามารถปฏิบัติตนให้มีความปลอดภัย พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
"กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้จัดเจ้าหน้าที่ประจำการเตรียมความพร้อม เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลและรับแจ้งเหตุผ่านสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง" นายอรรษิษฐ์ กล่าวในช่วงท้าย
"ชัชชาติ" ประกาศ พื้นที่ประสบสาธารณภัย 3 เขต หนองจอก, สวนหลวง, คันนายาว
เตือนช่วง 26-30 ก.ย. หลายอำเภอทั่วไทยเสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่าหลาก
"ชัชชาติ" สั่งลุยทั้งคืน เร่งระบายน้ำคลองสายหลัก รับมือฝนตกหนัก
2026年9月25日,内政部常务秘书阿西特·桑潘拉特先生透露,气象部门已发布泰国全国范围内的暴雨预警,影响时间为2026年9月25日至27日。许多地区可能出现暴雨,并可能出现积雨。
目前,强降雨导致部分地区发生洪水、河水泛滥和突发性洪水,影响了公众的日常生活和交通。
阿西特先生表示,他已指示所有省长实施三项紧急措施,以防止局势对人民生命财产造成广泛影响,并确保迅速有效地控制局势。这些措施是:
1. 通过密切监测降雨量、水量、水位和高风险区域(特别是低洼地区、河岸、山坡和以往受洪水影响的地区),加强主动防洪监测和管理。评估未来趋势,并做好人员、机械、设备、疏散点和避难所的准备工作,确保及时向公众提供援助,并将人民生命财产安全放在首位。
2. 省防灾减灾办公室(PDPMO)应作为主要责任机构,与各区区长及所有部门(包括政府机构、地方行政组织、基金会、志愿者、救援单位和其他相关机构)协调合作。这包括密切监测灾情,及时掌握高风险区域、受灾区域和水位信息,制定应急预案、预警系统、疏散计划,并为公众提供援助。此外,省防灾减灾办公室还应准备并调动救灾物资和人员,以便立即部署。如果评估认为灾情可能恶化,应立即向省长提交建议,供其考虑并采取包括调动资源在内的紧急行动。
3. “省公共关系办公室”应作为沟通和提高公众意识的主要机制,整合省防灾减灾办公室及其他相关机构的信息。这将确保公众“获得真实信息”,并能采取适当措施保障自身安全,为可能发生的情况做好准备。应强调公众应关注官方新闻和地方机构发布的安全指示。
“国家灾害预防和缓解指挥部已部署人员待命,通过 1784 热线 24 小时提供信息和接收报告,”阿尔西特先生最后说道。
Chatchart 宣布三个地区受灾:Nong Chok、Suan Luang 和 Khan Na Yao。
9月26日至30日发布预警:泰国多个地区面临洪水和山洪暴发的风险。
为应对暴雨,查查特下令通宵作业,加快主要运河的排水。