เปิด 20 จุดน้ำท่วมกรุง รามคำแหง 43/1 สูงสุด 17.5 ซม. หลังฝนถล่มข้ามคืน曼谷已确定 20 个洪水热点地区,其中 Ramkhamhaeng 43/1 地区在经历一夜暴雨后,水位最高,达到 17.5 厘米。
กทม. เผชิญฝนตกหนักถึงหนักมากข้ามคืน คลองสามวาฝนสะสมสูง 154 มม. พบ 20 จุดน้ำท่วมเกิน 10 ซม. ขณะที่ กทม.ประกาศ 3 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เร่งระดมเครื่องจักรและงบฉุกเฉินช่วยประชาชน

วันนี้ (26 ก.ย.2569) ตลอดช่วงกลางคืนวันที่ 25 ก.ย. ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 26 ก.ย.2569 กทม.ต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องข้ามคืน จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมพื้นที่ภาคกลาง
ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสายหลักหลายเส้นทาง รวมถึงมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในบางพื้นที่ กระทบต่อการเดินทางอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ฝั่งตะวันออกที่มีฝนตกสะสมในปริมาณมาก
ข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดพบว่า จ.ฉะเชิงเทรา มีฝนสะสมสูงสุด 270 มม. รองลงมาคือ กทม. 204 มม. จ.กำแพงเพชร 138 มม. จ.กาญจนบุรี 138 มม. จ.นครราชสีมา 83 มม. และ จ.นราธิวาส 70 มม. สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว
กทม.ฝั่งตะวันออก ได้รับผลกระทบหนัก
สำหรับ กทม. พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษอยู่ในโซนตะวันออก โดยปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงสุดในพื้นที่กรุงเทพฯ วัดได้ที่เขตคลองสามวา 154.0 มม. รองลงมาคือเขตมีนบุรี 101.5 มม. และเขตลาดกระบัง 86.5 มม.
ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง โดยบางจุดระดับน้ำอยู่ที่ประมาณ 15-20 ซม. ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรได้อย่างลำบาก โดยเฉพาะ ถ.วิภาวดีรังสิต ช่วงซอย 64-68 บริเวณหน้าสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ซึ่งมีน้ำจากคูระบายน้ำล้นเข้าท่วมผิวจราจรตั้งแต่ประมาณเวลา 04.00 น. รวมถึง ถ.หลวงแพ่ง ถ.เจ้าคุณทหาร และ ถ.ลาดกระบัง
นอกจากน้ำท่วมขังบนถนนแล้ว ยังพบสถานการณ์น้ำทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนบริเวณถนนอ่อนนุชและแนวคลองประเวศบุรีรมย์ โดยระดับน้ำเพิ่มสูงจนไหลเข้าภายในตัวบ้าน ส่งผลให้ทรัพย์สินและสิ่งของเครื่องใช้ของประชาชนได้รับความเสียหาย และทำให้หลายครอบครัวต้องเร่งติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้น
สถานการณ์น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อภาคการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหงออกประกาศด่วนในช่วงเช้าวันที่ 26 ก.ย. ให้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ตลอดทั้งวัน เพื่อความปลอดภัยของนักศึกษาและลดปัญหาการเดินทางท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังบนเส้นทางหลายสาย
เปิด 20 จุดน้ำท่วมกรุง รามคำแหง 43/1 สูงสุด 17.5 ซม. หลังฝนถล่มข้ามคืน
เปิดข้อมูล 20 จุด น้ำท่วมสูงเกิน 10 เซนติเมตร
ข้อมูลจากสารสนเทศระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 07.15 น. พบว่ายังมีถนนหลายพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง แม้ส่วนใหญ่จะมีระดับต่ำกว่า 10 เซนติเมตร ขณะที่จุดที่มีระดับน้ำท่วมสูงเกิน 10 เซนติเมตร มีจำนวน 20 จุด ดังนี้
น้ำท่วมสูง 17.5 ซม. ซ.รามคำแหง 43/1 เขตวังทองหลาง (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 15:55 น.)
น้ำท่วมสูง 15.8 ซม. ถ.เทศบาลสงเคราะห์ เขตจตุจักร (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 06:55 น.)
น้ำท่วมสูง 15.5 ซม. ถ.รามคำแหง เขตสวนหลวง (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 01:55 น.)
น้ำท่วมสูง 14.7 ซม. ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 15:10 น.)
น้ำท่วมสูง 14.1 ซม. ถ.นวมินทร์ เขตบึงกุ่ม (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 14:45 น.)
น้ำท่วมสูง 13.9 ซม. ถ.ศรีอยุธยา เขตราชเทวี (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 22:55 น.)
น้ำท่วมสูง 13.8 ซม. ถ.นวมินทร์ เขตบึงกุ่ม (เริ่มท่วม 26ก.ย. เวลา 01:05 น.)
น้ำท่วมสูง 13.6 ซม. ซ.รามคำแหง 65 เขตวังทองหลาง (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 15:30 น.)
น้ำท่วมสูง 13.4 ซม. ถ.วิภาวดี (ขาออก) เขตพญาไท (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 02:30 น.)
น้ำท่วมสูง 12.6 ซม. ถ.รัชดาภิเษก เขตจตุจักร (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 02:10 น.)
น้ำท่วมสูง 12.5 ซม. ถ.งามวงค์วาน เขตหลักสี่ (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 22:25 น.)
น้ำท่วมสูง 12.4 ซม. ถ.ศรีนครินทร์ เขตประเวศ (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 15:20 น.)
น้ำท่วมสูง 12 ซม. ถ.พหลโยธิน เขตพญาไท (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 22:50 น.)
น้ำท่วมสูง 11.5 ซม. ถ.งามวงค์วาน เขตจตุจักร (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 01:40 น.)
น้ำท่วมสูง 11.4 ซม. ถ.ดินแดง เขตดินแดง (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 00:10 น.)
น้ำท่วมสูง 11.2 ซม. ถ.พหลโยธิน เขตพญาไท (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 02:05 น.)
น้ำท่วมสูง 10.4 ซม. ถ.ศรีนครินทร์ เขตบางนา (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 22:50 น.)
น้ำท่วมสูง 10.3 ซม. ถ.รัชดาภิเษก เขตดินแดง (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 22:15 น.)
น้ำท่วมสูง 10.3 ซม. ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ (เริ่มท่วม 26 ก.ย. เวลา 05:45 น.)
น้ำท่วมสูง 10.2 ซม. ถ.พัฒนาการ เขตสวนหลวง (เริ่มท่วม 25 ก.ย. เวลา 22:35 น.)
น้ำท่วมรอบนี้ไม่ใช่มวลน้ำเหนือ แต่เป็นฝนสะสม-ระบบระบายรับไม่ทัน
สำหรับสาเหตุของน้ำท่วมใน กทม.รอบนี้ ไม่ได้เกิดจากมวลน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำที่มีความสูงประมาณ 3 เมตรยังสามารถป้องกันน้ำได้ และระดับน้ำในแม่น้ำยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่เป็นผลจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและสะสมเฉพาะจุด ประกอบกับข้อจำกัดของระบบระบายน้ำและสภาพทางกายภาพของพื้นที่เมือง
คลองสายหลักจึงต้องรับภาระในการระบายน้ำฝนปริมาณมาก โดยน้ำฝนจำนวนมากถูกเร่งระบายลงคลองลาดพร้าว ซึ่งระดับน้ำอยู่ในภาวะวิกฤต ก่อนจะไหลไปบรรจบกับคลองแสนแสบเพื่อระบายต่อไปยังสถานีสูบน้ำพระโขนง ทำให้พื้นที่รอยต่อและจุดที่เป็นข้อจำกัดในการระบายน้ำมีความเสี่ยงเกิดน้ำล้นตลิ่ง
อุโมงค์บึงหนองบอนเปิดเต็มกำลัง แต่ฝนเติมน้ำเร็วกว่าการระบาย
กทม. ได้เปิดใช้งานอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนเต็มกำลัง โดยระบบสามารถช่วยดึงน้ำออกไปทางบางนาได้ประมาณ 40 ลบ.ม./วินาที อย่างไรก็ตาม เมื่อพื้นที่เขตคลองสามวามีฝนตกสะสมมากกว่า 150 มม. ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่คูคลองย่อยยังมีมาก ส่งผลให้อัตราการระบายน้ำจากพื้นที่ย่อยเข้าสู่ระบบอุโมงค์หลักทำได้ช้ากว่าปริมาณน้ำฝนที่เติมเข้ามาใหม่
อีกปัจจัยคือการขยายตัวของเมืองในพื้นที่ฝั่งตะวันออก เช่น ลาดกระบัง มีนบุรี และอ่อนนุช ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันมีหมู่บ้านจัดสรรและพื้นที่เมืองหนาแน่นมากขึ้น เมื่อเกิดฝนตกหนักจากแนวความกดอากาศต่ำ พื้นที่บางส่วนจึงมีลักษณะคล้ายแอ่งรับน้ำ และต้องพึ่งพาระบบสูบน้ำและโครงสร้างระบายน้ำเป็นหลัก
ทำความเข้าใจ 3 คลองหลักที่เชื่อมโยงระบบระบายน้ำ
คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ทำหน้าที่เป็นแนวรับน้ำบริเวณตอนบนของกรุงเทพฯ และพื้นที่ปทุมธานี โดยมีบทบาทในการรับมวลน้ำจากพื้นที่ด้านเหนือ รวมถึงน้ำทุ่งจากอยุธยา นครนายก และสระบุรี เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นในโดยตรง
น้ำในคลองสามารถระบายออกทั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ และทางแม่น้ำนครนายก หากมีการระบายน้ำลงทางทิศใต้ น้ำสามารถเชื่อมต่อผ่านคลองเปรมประชากรและคลองสายย่อย เช่น คลองสอง ก่อนเข้าสู่ระบบคลองลาดพร้าว
คลองลาดพร้าว เป็นคลองแนวเหนือ-ใต้ที่รับน้ำจากพื้นที่สายไหม ดอนเมือง บางเขน ลาดพร้าว จตุจักร และห้วยขวาง รวมถึงพื้นที่เมืองและชุมชนโดยรอบ โดยน้ำจากคลองลาดพร้าวจะถูกระบายลงทางทิศใต้ ก่อนเชื่อมต่อกับคลองแสนแสบในพื้นที่บริเวณบางกะปิและวังทองหลาง
คลองแสนแสบ เป็นแนวคลองตะวันออก-ตะวันตกที่รับน้ำจากคลองลาดพร้าว รวมถึงน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก เช่น หนองจอก มีนบุรี และบึงกุ่ม ก่อนส่งต่อเข้าสู่ระบบระบายน้ำและสถานีสูบน้ำพระโขนง เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
วิเคราะห์ 3 จุดคอขวดที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม
จุดวิกฤตที่ 1 จุดบรรจบคลองลาดพร้าว-คลองแสนแสบ เป็นพื้นที่ที่ระบบระบายน้ำต้องรองรับน้ำจากหลายทิศทาง เมื่อมีฝนตกหนักพร้อมกัน มวลน้ำจากคลองลาดพร้าวและพื้นที่ฝั่งตะวันออกจะไหลมารวมกัน ทำให้การระบายชะลอตัว จุดที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถ.รามคำแหง ถ.ลาดพร้าว ถ.รัชดาภิเษก ถ.ดินแดง และ ถ.ศรีนครินทร์
จุดวิกฤตที่ 2 สภาพทางกายภาพของคลองลาดพร้าว มีข้อจำกัดจากชุมชนและสิ่งปลูกสร้างริมคลองในบางช่วง ซึ่งส่งผลต่อหน้าตัดและความสามารถในการรองรับน้ำ ต้นฉบับระบุว่าบางช่วงคลองซึ่งควรมีความกว้างประมาณ 30-40 เมตร เหลือไม่ถึง 15 เมตร ทำให้การไหลของน้ำช้าลง รวมถึงเป็นข้อจำกัดต่อการนำเครื่องจักรหรือเรือขุดลอกเข้าดำเนินการ จุดที่อาจได้รับผลกระทบ ได้แก่ ถ.วิภาวดีรังสิต ถ.พหลโยธินช่วงเกษตร-รัชโยธิน และพื้นที่ย่อยในเขตลาดพร้าวและจตุจักร
จุดวิกฤตที่ 3 ระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์และการระบายน้ำทุ่ง พื้นที่รังสิต-ลำลูกกามีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ หากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูง ระบบสูบน้ำบริเวณปากคลองรังสิตต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ หากเกิดฝนตกหนักมากกว่า 100 มิลลิเมตรและระบบระบายทำงานไม่ทัน อาจเกิดน้ำล้นตลิ่งและกระทบพื้นที่รังสิต นวนคร ถนนพหลโยธินช่วงรังสิต-ดอนเมือง ลำลูกกา รวมถึงหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ปทุมธานี
คู้บอน 27 น้ำท่วมสูง ฝนตกต่อเนื่อง ชาวบ้านหวั่นระดับน้ำใกล้เคียงปี 54
เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มการระบายน้ำจาก 1,850 เป็น 1,950 ลบ.ม./วินาที 09.00 น.
กทม.แจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วมขัง-รถเล็กห้ามผ่าน
今天(2026 年 9 月 26 日),从 2026 年 9 月 25 日晚到 2026 年 9 月 26 日凌晨,受笼罩中部地区的强低压系统影响,曼谷将迎来大到暴雨。
这导致多条主要道路被淹,河水泛滥,部分地区的房屋被淹。交通严重受阻,尤其是在曼谷东部,那里积聚了大量降雨。
最高降雨量数据显示,北柳府累计降雨量最高,达270毫米,其次是曼谷(204毫米)、甘烹碧府(138毫米)、北碧府(138毫米)、呵叻府(83毫米)和那拉提瓦府(70毫米)。这反映了该时期泰国许多地区遭受强降雨的影响。
曼谷东部地区受灾严重。
曼谷受灾最严重的地区位于东部。曼谷24小时累计降雨量最高的是Khlong Sam Wa区,达154.0毫米,其次是Min Buri区(101.5毫米)和Lat Krabang区(86.5毫米)。
持续强降雨导致多条道路被淹,部分地区水位高达15-20厘米。这使得小型车辆通行困难,尤其是在泰国公共电视台(Thai PBS)门前的维帕瓦迪兰实路(Vibhavadi Rangsit Road)64巷至68巷路段,自凌晨4点左右起,排水沟中的水就溢出到路面上。銮彭路(Luang Phaeng Road)、昭坤塔汉路(Chaokhun Thahan Road)和拉卡邦路(Lat Krabang Road)也受到影响。
除了街道被淹,沿安努路和巴威武里南运河一带也出现洪水涌入民宅的情况。水位上涨造成房屋财产损失,促使许多家庭密切关注水位变化,并为可能进一步上涨的水位做好准备。
洪水灾害也影响了教育领域。9月26日上午,兰甘亨大学发布紧急公告,宣布全天改为线上授课,以确保学生安全并减少因道路被淹造成的出行困难。
曼谷已确定 20 个洪水热点地区,其中 Ramkhamhaeng 43/1 地区在经历一夜暴雨后,水位最高,达到 17.5 厘米。
数据显示,有 20 处地点洪水水位超过 10 厘米。
根据曼谷市政府排水信息系统上午 7:15 的数据显示,多条道路仍有积水,但大部分水位低于 10 厘米。然而,有 20 处地点水位超过 10 厘米,具体如下:
旺通朗县兰甘亨巷 43/1 号的洪水水位达到 17.5 厘米(洪水于 9 月 25 日下午 3:55 开始)。
乍都乍区特萨班宋克罗路洪水水位达到 15.8 厘米(洪水于 9 月 26 日上午 6:55 开始)。
9月26日凌晨1点55分,素安銮县兰甘亨路洪水水位达到15.5厘米。
9月25日下午3点10分,碧差汶里新路怀匡县发生洪水,洪水水位达到14.7厘米。
9月25日下午2点45分,汶昆县纳瓦明路洪水水位达到14.1厘米。
拉差贴威县斯里阿育他亚路洪水水位达到 13.9 厘米(洪水于 9 月 25 日晚上 10:55 开始)。
汶昆县纳瓦明路洪水水位达到 13.8 厘米(洪水于 9 月 26 日凌晨 1 点 05 分开始)。
旺通朗县兰甘亨巷65号的洪水水位达到13.6厘米(洪水于9月25日下午3:30开始)。
维帕瓦迪路(出城方向),帕亚泰区,洪水水位达到 13.4 厘米(洪水于 9 月 26 日凌晨 2:30 开始)。
乍都乍区拉差达披色路洪水水位达到 12.6 厘米(洪水于 9 月 26 日凌晨 2 点 10 分开始)。
叻西县 Ngamwongwan 路洪水水位达到 12.5 厘米(洪水于 9 月 25 日晚上 10:25 开始)。
9月25日下午3点20分,巴威县斯里那卡林路洪水水位达到12.4厘米。
9月25日晚上10点50分,帕亚泰县帕凤裕庭路洪水水位达到12厘米。
乍都乍区 Ngamwongwan 路洪水水位达到 11.5 厘米(洪水于 9 月 26 日凌晨 1 点 40 分开始)。
丁登县丁登路洪水水位达到 11.4 厘米(洪水于 9 月 26 日凌晨 00:10 开始)。
9月26日凌晨2点05分,帕亚泰县帕凤裕庭路洪水水位达到11.2厘米。
邦纳县斯里那卡林路洪水水位达到 10.4 厘米(洪水于 9 月 25 日晚上 10:50 开始)。
丁登县拉差达披色路洪水水位达到 10.3 厘米(洪水于 9 月 25 日晚上 10 点 15 分开始)。
叻西县昌瓦塔纳路洪水水位达到 10.3 厘米(洪水于 9 月 26 日上午 5:45 开始)。
9月25日晚上10点35分,素安銮县帕塔纳坎路洪水水位达到10.2厘米。
这次洪水并非上游来水造成的,而是由于降雨量累积超过了排水系统的负荷。
曼谷此次洪灾的主要原因并非上游湄南河水量过大,因为沿河约3米高的防洪堤坝仍然有效阻止了洪水涌入,河水水位也保持在安全范围内。相反,洪灾是由局部强降雨、排水系统局限性以及曼谷城市本身的地理特征共同造成的。
因此,主要运河承担着排放大量雨水的重任。其中相当一部分雨水迅速流入水位处于临界点的拉抛运河(Khlong Lat Phrao),之后汇入森塞运河(Khlong Saen Saep),最终流入帕卡农(Phra Khanong)抽水站。这使得运河交汇处和排水不畅的地区极易发生洪涝灾害。
农本隧道已满负荷运转,但雨水灌满隧道的速度比排水速度快得多。
曼谷市政府已全面启用农本沼泽排水隧道。该系统每秒可将约40立方米的水引流至邦纳。然而,当空三瓦区累计降雨量超过150毫米时,流入较小沟渠的水量仍然很高,导致这些较小区域的水流入主隧道系统的速度低于新增降雨量。
另一个因素是东部地区(如拉卡邦、民武里和翁努)的城市扩张。历史上,这些地区是天然的集水区,但如今,随着住宅开发和城市人口密度的增加,当低气压系统导致强降雨时,其中一些地区会形成类似盆地的地形。因此,这些地区严重依赖抽水系统和排水基础设施。
了解连接排水系统的三条主要渠道。
兰实普拉育萨运河是曼谷和巴吞他尼府上游地区的一道蓄水屏障。它的作用是引导上游地区的水流,包括来自阿瑜陀耶府、那空那育府和沙拉武里府的洪水,从而防止水流直接流入曼谷市区。
运河中的水可以通过朱拉隆功抽水站排入湄南河,最终汇入那空那育河。如果要将水向南排,则可经由普雷姆帕查空运河及其支流(例如孔松河)汇入拉抛运河系统。
拉抛运河是一条南北走向的运河,汇集了来自赛迈、廊曼、邦肯、拉抛、乍都乍和怀匡等地区以及周边城镇和社区的水源。拉抛运河的水向南流去,最终在邦卡皮和旺通朗地区与森塞运河汇合。
Khlong Saen Saep 是一条东西走向的运河,它接收来自 Khlong Lat Phrao 的水,以及来自东侧地区(如 Nong Chok、Min Buri 和 Bueng Kum)的水,然后输送到排水系统和 Phra Khanong 泵站,最后排入湄南河。
分析与洪水相关的三个瓶颈。
关键点1:拉抛河与盛塞河交汇处。该区域的排水系统必须能够容纳来自多个方向的水流。当暴雨同时来袭时,来自拉抛河和东部地区的水流会汇聚,导致排水缓慢。可能受影响的区域包括兰甘亨路、拉抛路、拉差达披色路、丁登路和诗纳卡林路。
第二个关键点是拉抛运河的物理状况。运河某些河段沿岸社区和建筑物的限制影响了运河的横截面和输水能力。原始文件指出,部分河段的宽度本应约为30-40米,但实际宽度不足15米,导致水流速度减慢,并限制了机械或疏浚船只的使用。潜在受影响区域包括维帕瓦迪兰实路、帕凤裕庭路(卡塞-拉差裕庭段)以及拉抛县和乍都乍县的部分区域。
关键点3:兰实帕育萨运河水位及洪泛区排水情况。兰实-兰卢卡地区地势低洼。如果湄南河水位上涨,兰实运河口的抽水系统将不得不加紧运转以排出该地区的水。如果降雨量超过100毫米,且排水系统无法应对,则可能发生洪水,影响兰实、纳瓦纳空、兰实至廊曼之间的帕凤裕庭路路段、兰卢卡以及巴吞他尼府的住宅区。
由于持续降雨,库邦27号地区正遭受严重洪灾。居民担心水位会像2011年那样高涨。
上午 9 点,湄南河大坝的泄洪量从每秒 1850 立方米增加到每秒 1950 立方米。
曼谷市政府发布洪水预警——小型车辆禁止通行。