"ณัฐวุฒิ" ปฏิเสธทำร้าย "สมชัย" อ้างตกใจแฮนด์จักรยาน วอนสังคมดูคลิปเต็ม“纳塔武特”否认袭击“颂猜”,声称自己是被自行车车把吓了一跳。他呼吁公众观看完整视频。
"ณัฐวุฒิ" แจงเหตุปะทะ "สมชัย" หน้า สน.ทองหล่อ ยืนยันไม่ได้ดักรอและไม่มีเจตนาทำร้าย วอนอย่ายุ่งกับลูกสาว ด้าน "สุชาติ" ย้ำเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ทีมงาน ยึดหลักทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย

วันนี้ (4 ก.ย.2569) จากกรณีเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าและกระทบกระทั่งกันระหว่าง นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความ และ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บริเวณด้านหน้า สน.ทองหล่อ จนปรากฏเป็นคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนหลายสำนัก
ล่าสุด นายณัฐวุฒิ ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่า ไม่ได้เดินทางมาเพื่อดักรอหรือตั้งใจมาเผชิญหน้ากับนายสมชัยแต่อย่างใด ตนเองเดินทางมาถึง สน.ทองหล่อ ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. ในฐานะ "ผู้เสียหาย"
เพื่อเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกงประชาชน การควบคุมทางการเงิน และการสมคบกันฟอกเงิน พร้อมทั้งนำเอกสารพยานหลักฐานสำคัญมาส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายณัฐวุฒิ ระบุเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการสอบปากคำ ตนยังมีขั้นตอนทางเอกสารและภารกิจทางคดีที่ต้องประสานงานต่อ จึงยังคงยืนรอและปฏิบัติภารกิจอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารสถานีตำรวจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังเตรียมตัวเดินทางกลับ
ต่อมานายสมชัยเดินทางมาถึงและพบกันโดยบังเอิญ พร้อมย้ำว่า "ถ้าผมไม่ได้รอเรื่องคดี ผมก็ไม่เจอ" ดังนั้น จึงไม่ใช่การวางแผนมาเพื่อดักประจันหน้าตามที่มีการตั้งข้อสังเกต
อ้างตกใจแฮนด์จักรยาน-วอนสื่อดูคลิปเต็ม
ส่วนกรณีคลิปวิดีโอที่มีภาพการกระทบกระทั่งจนนายสมชัยล้มลงนั้น นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกาย โดยอธิบายว่า จังหวะที่นายสมชัยปั่นหรือเข็นรถจักรยานเข้ามา มีลักษณะนำแฮนด์จักรยานเข้ามาประชิดบริเวณลำตัวของตน ทำให้เกิดความตกใจและมีปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายโดยอัตโนมัติตามสถานการณ์เฉพาะหน้าในขณะนั้น ไม่ได้เกิดจากเจตนาตั้งใจใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายคู่กรณีแต่อย่างใด
นายณัฐวุฒิ ยังได้เรียกร้องให้สื่อมวลชนและสังคมตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดหรือคลิปบันทึกภาพตั้งแต่เริ่มต้นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรอบด้าน ไม่ควรตัดทอนเฉพาะช่วงจังหวะที่มีการผลักหรือปะทะไปตีความด้านเดียว
สำหรับประเด็นเรื่องการใช้วาจาโต้เถียงที่ดุเดือดนั้น เจ้าตัวชี้แจงว่าเป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบและประชดประชันตามบรรยากาศและสถานการณ์เฉพาะหน้า ตนเองอาจมีลักษณะการพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมีอรรถรสตามบุคลิกภาพ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ใช้อารมณ์จนขาดสติหรือควบคุมตัวเองไม่ได้
ร้องสังคมอย่าดึง "ลูกสาว" เอี่ยวความขัดแย้ง พร้อมสู้ตามกฎหมาย
นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีที่มีบุคคลนำเรื่องราวของบุตรสาว ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์และอยู่ในวัยเตรียมตัวเข้าศึกษาต่อในโรงเรียน ไปเผยแพร่และพาดพิงบนโลกออนไลน์ โดยตั้งคำถามว่า "ถ้าเป็นลูกของคุณถูกนำไปแขวน คุณยอมได้หรือไม่"
พร้อมเน้นย้ำว่า ข้อพิพาททางความคิดหรือทางคดีความควรจำกัดอยู่เฉพาะตัวคู่กรณีที่เป็นผู้ใหญ่ ไม่ควรดึงครอบครัวหรือเด็กที่ไม่รู้เรื่องเข้ามาเป็นเครื่องมือในการโจมตี เพราะจะสร้างบาดแผลและส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กในระยะยาว
สำหรับข้อกล่าวหาหรือการดำเนินคดีใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ หากผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่หรือคำพิพากษาของศาลตัดสินว่าตนกระทำความผิดจริง ก็พร้อมยอมรับผิดในฐานะลูกผู้ชายและไม่คิดจะหลบหนี
พร้อมทั้งขอให้สังคมแยกแยะข้อเท็จจริงในแต่ละคดีออกจากกัน ไม่ควรนำเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่หน้าโรงพักไปเหมารวมว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายผิดในทุกกรณี
"สุชาติ" ปัดเอี่ยว ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว
ทางด้าน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าวสารแล้ว และขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายณัฐวุฒิและนายสมชัย ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองหรือกระทรวงฯ แต่อย่างใด เนื่องจากตนไม่ได้มีข้อพิพาทส่วนตัวกับนายสมชัย จึงไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือห้ามปรามได้
นายสุชาติ ชี้แจงถึงความสัมพันธ์กับนายณัฐวุฒิว่า นายณัฐวุฒิไม่ได้เป็นลูกน้อง ไม่ได้เป็นที่ปรึกษา และไม่ได้เป็นคณะทำงานโดยตรงของตน ที่ผ่านมาตนมองในฐานะสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งที่เคยว่าจ้างให้เข้ามาช่วยทำคดีความ โดยมีการจ่ายค่าวิชาชีพตามปกติ เมื่อคดีความสิ้นสุดลงภาระงานก็จบกัน ไม่เคยมีการนัดรับประทานอาหารร่วมกัน และในปัจจุบันตนก็ไม่ได้ใช้บริการสำนักงานกฎหมายของนายณัฐวุฒิแล้ว เนื่องจากยังมีสำนักงานกฎหมายอื่นที่มีความเชี่ยวชาญอีกหลายแห่ง
ส่วนประเด็นภาพการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นายสุชาติ ระบุว่า คงไม่สามารถไปตัดสินหรือเปรียบเทียบได้ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายอาจมีข้อพิพาทสะสมกันมาก่อน แต่ในหลักการแล้ว ประเทศไทยปกครองด้วยหลักนิติรัฐ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย หากใครกระทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีไปตามพยานหลักฐาน ตนเองในฐานะประชาชนคนหนึ่งไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถไปสั่งการเรื่องส่วนบุคคลของใครได้
ตร.ให้ประกัน "ณัฐวุฒิ" ยันทำคดีทำร้าย "สมชัย" ตามพยานหลักฐาน
"สมชัย" เอาผิด "ณัฐวุฒิ" เพิ่มข้อหาทำร้ายร่างกาย ยันไม่ไกล่เกลี่ย
今天(2026 年 9 月 4 日),在律师 Nattawut Wongniem 与前选举专员 Somchai Srisutthiyakorn 在通罗警察局前发生对峙和冲突后,该事件的视频片段在社交媒体和多家媒体上广泛传播。
近日,纳塔武先生澄清了这起事件,证实他并非前往那里伏击或与颂猜先生对峙。他于中午12点左右以“受害者”的身份抵达通罗警察局。
向调查人员提供证词,以调查涉及公共欺诈、金融操纵和洗钱阴谋的案件,并向警方移交重要文件和证据。
纳塔武特先生进一步表示,审讯程序结束后,他还有文书工作和案件相关任务需要协调,因此他仍然站在警察局大楼前履行职责,同时他也在准备离开。
后来,颂猜先生到了,他们偶然相遇。他强调说:“如果我不是在等案子解决,我就不会见到他。” 因此,这并非像有人暗示的那样是一场预谋的伏击。
他声称自己被自行车车把吓了一跳——恳请媒体观看完整视频。
关于导致颂猜先生摔倒的冲突视频片段,纳塔武先生否认了袭击指控。他解释说,当颂猜先生骑车或推车朝他靠近时,车把离他太近,导致他受到惊吓,并根据当时的情况做出了本能反应。他否认有任何使用暴力或伤害对方的意图。
纳塔武特先生还敦促媒体和公众从头开始,通过闭路电视录像或视频录像,彻底审查事件的各个方面,不要选择性地只解读推搡或冲突的瞬间,将其视为片面的说法。
关于激烈争吵一事,他澄清说,那只是根据当时的气氛和情况,用一种比喻性的、带有讽刺意味的说法。他承认,由于自身性格,他的语气可能比较强烈,但他坚称自己并没有失去情绪控制,也没有发怒。
母亲恳求公众不要将她的“女儿”卷入冲突,并誓言要通过法律途径抗争。
此外,纳塔武特先生强烈反对有人在网上散布和发表贬损他女儿的言论,他的女儿还是未成年人,正在准备入学。有人问道:“如果你的孩子被绞死,你会接受吗?”
强调意见分歧或法律案件应仅限于相关成年当事人,不应将毫无戒心的家庭或儿童作为攻击工具,因为这可能会造成创伤,并对儿童的心理健康产生长期影响。
对于任何针对他的指控或法律诉讼,纳塔武特先生表示,他已准备好依法接受司法程序。如果官方调查或法院认定他有罪,他愿承担一切责任,绝无逃避之意。
我们也请公众区分每个案件的事实,不要将发生在警察局门前的事件一概而论,认为每起案件中都有一方有过错。
苏查特否认参与此事,称这是个人私事。
关于此事,目前正在国外出访的自然资源与环境部长素察·乔姆克林先生透露,他一直在关注相关新闻,并希望明确澄清,此事纯属纳塔武先生和颂猜先生之间的私人纠纷,与他本人或自然资源与环境部没有任何关系。由于他与颂猜先生并无私人恩怨,因此无法介入此事。
苏查特先生澄清了他与纳塔武特先生的关系,表示纳塔武特先生并非他的下属、顾问或直接工作团队成员。他解释说,过去他一直将纳塔武特先生视为一家律师事务所的代表,该律师事务所曾聘请他们协助处理法律案件,并按惯例支付了专业费用。案件结束后,工作也就结束了;他们从未一起用餐。目前,苏查特先生已不再使用纳塔武特先生律师事务所的服务,而是与其他提供类似专业服务的律师事务所合作。
关于暴力事件的画面,苏查特先生表示,由于双方可能此前就存在纠纷,因此无法评判或比较双方。然而,原则上,泰国实行法治,每个人都必须遵守法律。如果有人犯罪,就必须根据证据予以起诉。作为公民,他不支持任何形式的暴力,但他无权干涉他人的私事。
警方准予纳塔武特保释,并表示将根据证据处理颂猜遭袭一案。
颂猜对纳塔武提出更多袭击指控,并坚持不会和解。