รู้จัก "ไข้หวัดใหญ่" ให้มากขึ้น จากสายพันธุ์ อาการ ไปจนถึงวัคซีนที่ควรฉีดทุกปี了解更多关于“流感”的知识,包括病毒株、症状以及每年应该接种的疫苗。
ทำความรู้จัก "ไข้หวัดใหญ่" สายพันธุ์ A และ B พร้อมเช็กอาการ วิธีดูแลตัวเอง กลุ่มเสี่ยง วัคซีน และสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรรอดูอาการ

วันนี้ (28 ก.ย.2569) ไข้หวัดใหญ่ หรือ Influenza เป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่พบได้ทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน ไปจนถึงผู้สูงอายุ แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายได้เอง แต่โรคนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง "ไข้หวัดธรรมดา" เพราะในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้
สถานการณ์ล่าสุดของประเทศไทย กรมควบคุมโรค รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–8 ก.ย.2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 359,672 คน เสียชีวิต 57 คน โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5–9 ปี และข้อมูลการตรวจเชื้อในเดือนสิงหาคมพบว่า A(H1N1)pdm09 เป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าโรคยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กวัยเรียน
ไข้หวัดใหญ่มีสายพันธุ์อะไรบ้าง?
ไวรัสไข้หวัดใหญ่ถูกจัดแบ่งออกเป็น 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ สายพันธุ์ A, B, C และ D ซึ่งมีคุณลักษณะและการแพร่ระบาดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สายพันธุ์ A (Influenza A) : เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงที่สุดและพบการระบาดได้บ่อยที่สุด สามารถ แพร่เชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ (เช่น นกและสุกร) สายพันธุ์ A มีความสามารถในการกลายพันธุ์สูง ทำให้เกิดสายพันธุ์ย่อยใหม่ ๆ เช่น H1N1 และ H3N2 ซึ่งเคยเป็นสาเหตุของการระบาดใหญ่ทั่วโลก
สายพันธุ์ B (Influenza B) : แพร่เชื้อเฉพาะในมนุษย์เป็นหลัก ความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ A แต่ยังคงส่งผลให้เกิดอาการป่วยหนักในกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุได้เช่นกัน
สายพันธุ์ C (Influenza C) : พบได้น้อยและก่อให้เกิดอาการเพียงเล็กน้อย คล้ายคลึงกับไข้หวัดธรรมดา ไม่ทำให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง
สายพันธุ์ D (Influenza D) : พบการติดเชื้อในสัตว์เป็นหลัก โดยเฉพาะปศุสัตว์ เช่น โค กระบือ และยังไม่มีรายงานการแพร่เชื้อมาสู่มนุษย์
สำหรับไข้หวัดใหญ่ที่คนไทยพบกันบ่อย ๆ แบ่งเป็น สายพันธุ์ A และ สายพันธุ์ B โดยสายพันธุ์ A ที่พบในคนในปัจจุบันมีสายพันธุ์ย่อย 2 สายพันธุ์ย่อย คือ A(H1N1)pdm09 และ A(H3N2) ส่วนสายพันธุ์ B ที่พบในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา คือ B/Victoria
ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A(H1N1)pdm09 และ A(H3N2) เป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A เหมือนกัน อาการไม่แตกต่างกันแบบชัดเจน จนสามารถบอกได้ว่าใครติด H1N1 หรือ H3N2 ผู้ป่วยทั้ง 2 สายพันธุ์สามารถมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียได้เหมือนกัน
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ ลักษณะทางพันธุกรรมและโปรตีนบนผิวของไวรัส ซึ่งเป็นที่มาของตัวอักษรและตัวเลข H กับ N คือ H1N1 และ H3N2
ส่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B/Victoria อยู่คนละกลุ่มกับ H1N1 และ H3N2 แต่ก็ทำให้เกิดอาการของไข้หวัดใหญ่ได้เช่นเดียวกัน เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย
รู้จัก "ไข้หวัดใหญ่" ให้มากขึ้น จากสายพันธุ์ อาการ ไปจนถึงวัคซีนที่ควรฉีดทุกปี
ไข้หวัดใหญ่แพร่เชื้อได้อย่างไร-ใครคือกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ?
เชื้อสามารถแพร่ผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูดคุย รวมถึงการสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่มีเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือตา ดังนั้นสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ปิดและอากาศถ่ายเทไม่สะดวก จึงเป็นบริเวณที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง
กระทรวงสาธารณสุข กำหนดกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่
หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี
ผู้มีโรคเรื้อรังบางกลุ่ม
ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
ผู้มีโรคธาลัสซีเมียหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
กลุ่มเหล่านี้ควรให้ความสำคัญกับการป้องกัน เพราะหากติดเชื้ออาจมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมมีการจัดบริการวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไปตามเงื่อนไขของระบบบริการด้วย
ป่วยแล้วดูแลตัวเองอย่างไร - อาการแบบไหนต้องพบแพทย์ ?
หากอาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถพักรักษาตัวที่บ้านได้ โดยควร พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น ขณะมีอาการควรสวมหน้ากากและล้างมือเป็นประจำ เพื่อช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อไปยังคนในครอบครัวและคนรอบข้าง
สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการมาก ควรพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก เพราะแพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาต้านไวรัส โดยกรมควบคุมโรคระบุว่าการให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ เช่น Oseltamivir ควรพิจารณาให้เร็ว โดยเฉพาะภายใน 48 ชั่วโมงแรกของการป่วย และในผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นกลุ่มเสี่ยง ยาต้านไวรัสยังอาจมีประโยชน์แม้เลยช่วง 48 ชั่วโมงไปแล้ว ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์
กรมควบคุมโรคแนะนำให้ผู้ป่วยสังเกตอาการผิดปกติ โดยเฉพาะ เจ็บหน้าอก หายใจถี่หรือหายใจลำบาก เวียนศีรษะ ชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง รวมถึงกรณีโรคประจำตัวกำเริบหรืออาการทรุดลง หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์
ในเด็ก หากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ขาดน้ำ ปากเขียว ชัก ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง หรือโรคประจำตัวกำเริบหรือทรุดลง ควรรีบรับการรักษาเช่นกัน
ทำไมต้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี ?
เหตุผลสำคัญคือไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและลักษณะของแอนติเจนอยู่เสมอ ทำให้ต้องมีการติดตามสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดและปรับองค์ประกอบของวัคซีนให้เหมาะสมกับแต่ละฤดูกาลและพื้นที่ วัคซีนจึงไม่ใช่วัคซีนที่ฉีดครั้งเดียวแล้วสามารถใช้แทนการฉีดในปีต่อ ๆ ไปได้
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังมีการเฝ้าระวังว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนสอดคล้องกับสายพันธุ์ที่พบในประเทศไทยมากน้อยเพียงใด เพื่อใช้ประกอบการติดตามประสิทธิภาพของวัคซีนและสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเชื้อ
แต่ไม่ควรเข้าใจว่า "วัคซีน" จะสามารถป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ 100% เพราะสายพันธุ์ของไวรัสสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และสายพันธุ์ที่หมุนเวียนในช่วงเวลาหนึ่งอาจมีความแตกต่างจากสายพันธุ์ที่ใช้ในการผลิตวัคซีน
สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขมีการจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ โดยหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไปสามารถรับบริการได้ตลอดทั้งปี ส่วนกลุ่มอื่น ๆ ให้ติดตามช่วงเวลาการให้บริการวัคซีนของหน่วยบริการและสิทธิการรักษาของตนเอง
ข้อควรรู้ก่อนฉีดวัคซีน
แนวทางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคสำหรับประชาชน ปี 2569 ของ กรมควบคุมโรค ระบุว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ห้ามให้ในผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนชนิดนั้นอย่างรุนแรง ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อมีชีวิตแบบพ่นจมูกมีข้อห้ามเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ผู้ที่มีประวัติแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง เด็กและวัยรุ่นที่ได้รับยาแอสไพรินหรือยาที่มีซาลิไซเลต ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง หญิงตั้งครรภ์ และบางกรณีของผู้ป่วยโรคหอบหืด
ประเด็นเรื่อง "แพ้ไข่" ผู้ที่มีประวัติแพ้ไข่ แพ้วัคซีน หรือเคยมีอาการแพ้รุนแรงหลังฉีดวัคซีน ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนรับวัคซีน เพื่อให้ประเมินเป็นรายบุคคล ไม่ควรตัดสินใจงดวัคซีนด้วยตนเองจากข้อมูลทั่วไป
ป้องกันไข้หวัดใหญ่แบบง่าย ๆ จำ "ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด"
กรมควบคุมโรคแนะนำหลัก "ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด" ได้แก่
ปิด ปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และสวมหน้ากากเมื่อป่วยหรือต้องอยู่ในพื้นที่แออัด
ล้าง มือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ
เลี่ยง การใกล้ชิดผู้ป่วยและสถานที่ที่มีคนแออัด
หยุด เรียนหรือหยุดงานเมื่อป่วย แม้อาการจะยังไม่มาก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว หากมีสมาชิกคนใดคนหนึ่งป่วย ควรแยกผู้ป่วยออกจากคนอื่นเท่าที่ทำได้ ผู้ดูแลควรสวมหน้ากากและล้างมือสม่ำเสมอ เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อภายในครอบครัว
หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ หากมีอาการป่วย มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือมีประวัติแพ้วัคซีน ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
นายกฯ ถกด่วนแก้น้ำท่วม กทม. สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ-ช่วยประชาชน
กทม.เตือนเลี่ยง 27 ถนน มีน้ำท่วมขังสูง หลายจุดน้ำยังสูง
เร่งกระจายสินค้า ประสานทหาร ขนส่งพื้นที่เข้าถึงยาก คุมสินค้าขาด ราคาพุ่ง
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์B
截至2026年9月28日,流感是一种病毒性呼吸道感染,会影响所有年龄段的人群,从幼儿、学龄儿童到老年人。虽然大多数患者可以自行康复,但这种疾病不应被视为“普通感冒”,因为在某些人,尤其是高危人群中,它可能导致严重的并发症,需要住院治疗。
根据泰国疾病控制厅的最新数据,2016年1月1日至9月8日期间,泰国累计报告流感病例359,672例,死亡57例。其中,5至9岁儿童是主要患者。8月份的检测数据显示,甲型H1N1流感病毒株A(H1N1)pdm09是检出率最高的毒株,这表明流感疫情仍然令人担忧,尤其是在学龄儿童中。
流感病毒有哪些不同的毒株?
流感病毒分为A、B、C、D四种主要毒株,每种毒株都有其独特的特征和传播方式。
甲型流感:这是毒性最强、最常见的流感病毒株。它可以感染人类和动物(例如鸟类和猪)。甲型流感病毒变异率高,导致出现新的亚型,例如H1N1和H3N2,这些亚型此前曾引发全球大流行。
乙型流感:主要感染人类。虽然其严重程度低于甲型流感,但仍可能导致儿童和老年人患上重病。
丙型流感(C型毒株):这种病毒较为罕见,只会引起类似普通感冒的轻微症状,不会引起大范围暴发。
流感D(D株):主要存在于动物中,尤其是牛、水牛等牲畜中,目前尚无人类感染病例报告。
泰国常见的流感病毒分为甲型和乙型两类。目前在人类中发现的甲型流感病毒有两种亚型:A(H1N1)pdm09 和 A(H3N2)。近期在泰国发现的乙型流感病毒为 B/Victoria 株。
甲型流感病毒(H1N1)pdm09和甲型流感病毒(H3N2)均为甲型流感病毒。H1N1和H3N2的症状没有明显区别,感染这两种病毒的患者都可能出现发热、咳嗽、咽喉痛、流鼻涕、头痛、全身酸痛和乏力等症状。
关键区别在于病毒的遗传特征和表面蛋白质,这也是字母和数字 H 和 N 的由来,即 H1N1 和 H3N2。
流感病毒B/维多利亚与H1N1和H3N2属于不同的病毒组,但它也会引起类似流感的症状,如发烧、咳嗽、喉咙痛、身体疼痛和疲劳。
了解更多关于“流感”的知识,包括病毒株、症状以及每年应该接种的疫苗。
流感是如何传播的?哪些人群需要特别注意?
病毒可通过感染者咳嗽、打喷嚏或说话时产生的呼吸道飞沫传播,也可通过接触受污染的物体或表面,再触摸鼻子、嘴巴或眼睛传播。因此,在人群密集的地方,尤其是在通风不良的封闭空间,应格外小心。
公共卫生部已确定以下高危人群应接种流感疫苗:
怀孕4个月及以上的孕妇。
6个月至2岁的儿童
某些患有慢性疾病的人群
65岁及以上人士
智力障碍且无法自理的人。
患有地中海贫血或免疫缺陷疾病的人。
这些群体应优先考虑预防,因为一旦感染,他们出现并发症或严重症状的几率可能高于普通人群。此外,社会保障局根据服务条款,为50岁及以上的参保人员提供疫苗接种服务。
生病时如何照顾自己?哪些症状需要去看医生?
如果症状较轻,大多数患者可以在家康复。他们应该充分休息,多喝水,遵医嘱或药剂师的处方服药,并避免与他人密切接触。出现症状期间,他们应该佩戴口罩并勤洗手,以降低将感染传播给家人和周围人的风险。
对于高危人群或出现严重症状者,尽早就医至关重要,因为医生可能会考虑使用抗病毒药物。疾病控制部门指出,应尽快考虑使用抗流感病毒药物,例如奥司他韦,尤其是在发病后的前48小时内。对于重症患者或高危人群,即使超过48小时,抗病毒药物仍可能有效,具体需由医生评估。
疾病控制部门建议患者注意任何异常症状,特别是胸痛、呼吸急促或呼吸困难、头晕、癫痫发作、严重肌肉无力或疼痛,以及原有疾病的加重或恶化。如果出现任何这些症状,请立即就医。
儿童如果出现呼吸困难、胸痛、脱水、紫绀(嘴唇呈蓝色)、癫痫发作、严重的肌肉疼痛,或原有疾病恶化或加重等症状,也应立即就医。
为什么我每年都需要接种流感疫苗?
一个关键原因是流感病毒不断发生基因和抗原变异,需要监测流行毒株并根据每个季节和地区调整疫苗成分。因此,疫苗并非只需注射一次即可在以后几年使用。
医学科学部还会监测疫苗免疫力与泰国发现的毒株的匹配程度,并利用这些信息来跟踪疫苗的有效性和不断演变的病毒毒株的最新情况。
然而,不应认为“疫苗”可以 100% 预防流感感染,因为病毒株会发生变化,而且在任何特定时间流行的毒株都可能与用于生产疫苗的毒株不同。
在泰国,公共卫生部根据既定标准为高危人群分配疫苗。孕期4个月及以上的孕妇全年均可接种疫苗。其他人群请咨询您的医疗服务提供者并查看您的医疗保险计划,了解具体的疫苗接种时间表。
接种疫苗前需要了解的事项。
美国疾病控制与预防中心发布的《2026年国家免疫指南》指出,有严重流感疫苗过敏史者不应接种肌注流感疫苗。减毒活鼻喷流感疫苗还有其他禁忌症,例如:有严重疫苗过敏史者、服用阿司匹林或含水杨酸盐药物的儿童和青少年、严重免疫缺陷者、孕妇以及某些哮喘患者。
关于鸡蛋过敏,有鸡蛋过敏史、疫苗过敏史或接种疫苗后出现严重过敏反应的人士,在接种任何疫苗前都应告知医护人员。这样便于医护人员进行个体化评估,个人不应仅凭一般信息就决定避免接种疫苗。
预防流感的简单方法:记住“遮盖、洗手、避免、停止”。
疾病控制部门建议遵循“关闭、清洗、避免、停止”原则,其中包括:
咳嗽或打喷嚏时请遮住口鼻,生病或身处人群密集场所时请佩戴口罩。
经常用肥皂和水洗手,或使用含酒精的洗手液。
避免与病人密切接触,并远离人群密集场所。
即使症状轻微,生病时也应停止上学或上班,以防止将感染传染给他人。
尤其是在有幼儿、老人或患有基础疾病的家庭中,如果一名家庭成员生病,应尽可能将其与其他家庭成员隔离。照护者应佩戴口罩并经常洗手,以降低家庭成员之间传播感染的风险。
注意:本文仅供一般信息参考,不应替代医疗诊断或建议。如果您有任何健康问题、既往病史、怀孕或有疫苗过敏史,请咨询医生或其他医疗专业人员进行个体化评估。
总理召开紧急会议,商讨曼谷洪灾事宜,命令所有部门加快排水,并协助受灾居民。
曼谷发出警报,称27条道路可能出现洪水,许多地区的水位仍然很高。
加快产品分销,与军方协调向难以到达的地区运输,控制短缺和价格飙升。
乙型流感