เปิดแผน "อุโมงค์ระบายน้ำ" กทม. รับมือฝนหนัก-เพิ่มทางด่วนสู่เจ้าพระยา曼谷公布“排水隧道”计划,以应对暴雨并扩建通往湄南河的高速公路。
เปิดแผนปฏิบัติการน้ำท่วม กทม.ปี 2569 วางเป้าพัฒนาระบบระบายน้ำรองรับฝนสะสม พร้อมใช้อุโมงค์ขนาดใหญ่เป็นทางลัดจากพื้นที่เสี่ยงออกสู่เจ้าพระยา ปัจจุบันมี 5 แห่ง รวม 28.57 กม. และวางแผนเพิ่มอีก 8 แห่ง รวม 55.32 กม.

กรุงเทพมหานครวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำระยะยาว โดยให้อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญสำหรับเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หลังระบบท่อ คู และคลองในบางพื้นที่มีข้อจำกัดในการนำน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก หนังสือแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 ของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.มีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถของระบบระบายน้ำให้สามารถรองรับปริมาณฝนตกสะสมได้ไม่เกิน 104 มม.ใน 1 วัน โดยเอกสารระบุลักษณะฝนประมาณ 3 ชั่วโมง และความเข้มของฝนที่ 76 มม./ชั่วโมง
หัวใจสำคัญของแผนดังกล่าวคือการเพิ่มเครือข่าย "อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่" เพื่อทำหน้าที่เป็นทางลัดของน้ำจากพื้นที่ที่อยู่ห่างจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ต้องรอให้น้ำเดินทางผ่านคลองตามระบบปกติเพียงอย่างเดียว
ทำไม กทม.ต้องมี "อุโมงค์ยักษ์"
กทม.อธิบายว่า พื้นที่บางแห่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อเกิดฝนตกหนัก ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่อาจมากเกินกว่าขีดความสามารถของท่อระบายน้ำ คู และคลองที่จะเร่งระบายออกได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง
อุโมงค์ขนาดใหญ่จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นเส้นทางระบายน้ำใต้ดิน โดยรับน้ำจากระบบคลองหรือพื้นที่รับน้ำ แล้วเร่งส่งน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ช่วยลดระยะเวลาในการระบายน้ำ และลดระดับน้ำในคลองสายสำคัญให้ต่ำลงได้รวดเร็วขึ้น
หลักการจึงไม่ได้หมายความว่าน้ำฝนจากถนนทุกสายจะไหลลงอุโมงค์โดยตรง แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ระบบท่อระบายน้ำ คูคลอง อาคารรับน้ำ สถานีสูบน้ำ และอุโมงค์ เพื่อส่งน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
นอกจากใช้ในช่วงฝนตกหนักแล้ว อุโมงค์ระบายน้ำสามารถนำมาใช้ในฤดูแล้งเพื่อช่วยเจือจางน้ำเน่าเสียในคลองบริเวณชุมชนชั้นในได้ โดยการบริหารจัดการน้ำในลักษณะดังกล่าวไม่ควรส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำในคลองในช่วงที่ต้องรับมือกับน้ำท่วม
ที่มา : สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
5 อุโมงค์เดิม ระบายรวม 255 ลบ.ม./วินาที
ตามข้อมูลในแผนปี 2569 กรุงเทพมหานครระบุว่า มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ดำเนินการแล้ว 5 แห่ง ความยาวรวม 28.57 กม. และมีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 255 ลบ.ม./วินาที ทั้ง 5 แห่งกระจายตัวเพื่อรับผิดชอบพื้นที่แตกต่างกัน ดังนี้
1.ระบบผันน้ำเปรมประชากร
อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.40 เมตร ยาวประมาณ 1.88 กม. และมีขีดความสามารถในการระบายน้ำ 30 ลบ.ม./วินาที โครงการนี้มุ่งแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตอนบนของกรุงเทพมหานครบริเวณริมคลองเปรมประชากร ครอบคลุมพื้นที่เขตบางซื่อ จตุจักร หลักสี่ และดอนเมือง รวมพื้นที่ประมาณ 3.50 ตร.กม.
2.อุโมงค์บึงมักกะสันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.60 เมตร ยาวประมาณ 5.98 กม. สามารถระบายน้ำได้ 45 ลบ.ม./วินาที ระบบนี้ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่วัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง และดินแดง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 26 ตร.กม. โดยมีเป้าหมายเร่งนำน้ำจากพื้นที่ชั้นในออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
3.อุโมงค์คลองแสนแสบและคลองลาดพร้าว
อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 5.11 กม. และมีขีดความสามารถในการระบายน้ำ 60 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมเขตห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม วัฒนา วังทองหลาง และลาดพร้าว โดยระบบนี้เป็นเส้นทางสำคัญในการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกและพื้นที่ตอนในของกรุงเทพฯ
4.อุโมงค์ใต้คลองบางซื่อ
อุโมงค์เริ่มจากบริเวณ ถ.รัชดาภิเษก ลอดใต้คลองบางซื่อ และระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเกียกกาย มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 6.40 กม. พร้อมสถานีสูบน้ำบริเวณปลายอุโมงค์กำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาที พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 56 ตร.กม. ครอบคลุมห้วยขวาง ดินแดง พญาไท จตุจักร ลาดพร้าว วังทองหลาง บางซื่อ และดุสิต
5.อุโมงค์บึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
อุโมงค์นี้ใช้ บึงหนองบอนเป็นพื้นที่เก็บน้ำหรือแก้มลิง รองรับน้ำจากพื้นที่โดยรอบผ่านคลองต่าง ๆ ก่อนเร่งระบายผ่านอุโมงค์ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองบางอ้อ อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ยาวประมาณ 9.20 กม. มีอาคารรับน้ำเข้าอุโมงค์ 7 แห่ง สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางอ้อกำลังสูบ 60 ลบ.ม./วินาที และอาคารทิ้งน้ำ 1 แห่ง
พื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 85 ตร.กม. ครอบคลุมเขตประเวศ บางนา พระโขนง และพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมบริเวณถนนศรีนครินทร์และถนนสุขุมวิท รวมทั้งใช้การบริหารจัดการน้ำเพื่อลดระดับน้ำในคลอง
เมื่อรวมทั้ง 5 โครงการ จะได้ความยาวอุโมงค์ 28.57 กม. และกำลังระบายน้ำรวม 255 ลบ.ม./วินาที
เปิดแผน "อุโมงค์ระบายน้ำ" กทม. รับมือฝนหนัก-เพิ่มทางด่วนสู่เจ้าพระยา
แผนใหม่อีก 8 แห่ง เพิ่มกำลังระบาย 370 ลบ.ม./วินาที
แผนปี 2569 ยังระบุว่า กรุงเทพมหานครมีแผนดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่อีก 8 แห่ง รวมความยาวประมาณ 55.32 กม. และมีประสิทธิภาพการระบายน้ำรวม 370 ลบ.ม./วินาที
แผนใหม่แบ่งเป็น ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งพระนคร 6 แห่ง และ ฝั่งตะวันตก หรือฝั่งธนบุรี 2 แห่ง โดย 5 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และอีก 3 แห่งอยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อก่อสร้าง
ฝั่งพระนคร 6 โครงการอุโมงค์ระบายน้ำ
อุโมงค์ระบายน้ำคลองเปรมประชากร จากคลองบางบัวลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มีเป้าหมายเพิ่มทางระบายน้ำให้พื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะระบบคลองเปรมประชากรสามารถส่งน้ำออกสู่เจ้าพระยาได้เร็วขึ้น
อุโมงค์ระบายน้ำคลองแสนแสบ จากอุโมงค์เดิมถึงบริเวณซอยลาดพร้าว 130 เป็นการขยายความยาวของอุโมงค์เดิมตามแนวคลองแสนแสบ เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำและเร่งนำน้ำจากพื้นที่ลาดพร้าวตอนบนเข้าสู่ระบบระบายน้ำขนาดใหญ่
ส่วนต่อขยาย อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จาก ถ.รัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว ซึ่งจะขยายพื้นที่รับน้ำของระบบอุโมงค์บางซื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ด้านบนมากขึ้น
อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง จากสถานีสูบน้ำอุโมงค์พระโขนงถึงคลองสวนอ้อย ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำบริเวณคลองพระโขนงและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับระบบสูบน้ำและการระบายน้ำฝั่งตะวันออก
อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ซึ่งจะขยายโครงข่ายจากระบบบึงหนองบอนเดิมไปยังคลองสำคัญในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ช่วยเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ประเวศและพื้นที่ต่อเนื่อง
อุโมงค์ถนนพิษณุโลก จากคลองแสนแสบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกเส้นทางที่วางไว้เพื่อเพิ่มทางลัดในการระบายน้ำจากพื้นที่ชั้นใน โดยเชื่อมระบบคลองแสนแสบกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้ง 6 โครงการสะท้อนแนวทางของ กทม.ที่ต้องการเพิ่มทางระบายน้ำในฝั่งพระนครให้มีหลายเส้นทางมากขึ้น ไม่ให้ระบบต้องพึ่งพาคลองสายใดสายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ฝั่งธนบุรีเพิ่มอีก 2 เส้น สำหรับฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือฝั่งธนบุรี กทม.วางแผนเพิ่มอุโมงค์อีก 2 แห่ง
อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนาบริเวณคอขวด ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาคอขวดของระบบคลอง เพื่อให้น้ำจากคลองทวีวัฒนาสามารถเคลื่อนผ่านระบบได้เร็วขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
อุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มเส้นทางระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งธนบุรี เชื่อมระบบคลองภาษีเจริญกับคลองสนามชัย และเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก
จาก 5 แห่ง สู่เครือข่าย 13 แห่ง
หากมองภาพรวมตามแผนปี 2569 ปัจจุบัน กทม.มีอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ระบุไว้ 5 แห่ง ความยาวรวม 28.57 กม. และกำลังระบายรวม 255 ลบ.ม./วินาที ส่วนแผนเพิ่มเติมอีก 8 แห่ง จะเพิ่มความยาวอุโมงค์อีก 55.32 กม. และเพิ่มศักยภาพระบายน้ำอีก 370 ลบ.ม./วินาที
หากโครงการในแผนเพิ่มเติมดำเนินการครบตามกรอบที่วางไว้ จะเท่ากับกรุงเทพมหานครมีเครือข่ายอุโมงค์ขนาดใหญ่รวม 13 แห่ง ความยาวประมาณ 83.89 กม. และเมื่อพิจารณาเฉพาะตัวเลขกำลังระบายของ 5 แห่งเดิมรวมกับ 8 แห่งใหม่ จะอยู่ที่ประมาณ 625 ลบ.ม./วินาที
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการนำศักยภาพของโครงการเดิมและโครงการตามแผนมารวมกันเพื่อให้เห็นขนาดของเครือข่าย ไม่ได้หมายความว่าอุโมงค์ทุกแห่งจะทำงานพร้อมกันด้วยกำลังสูงสุด 625 ลบ.ม./วินาที ในสถานการณ์จริง เพราะการระบายน้ำขึ้นอยู่กับพื้นที่รับน้ำ ระดับน้ำในคลอง สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และสภาพแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนั้นด้วย
เป้าหมายคือ "ทางลัดของน้ำ" ไม่ใช่แทนคลองทั้งหมด
สาระสำคัญของแผนอุโมงค์ระบายน้ำ กทม.ปี 2569 ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างท่อใต้ดินขนาดใหญ่ แต่คือการสร้าง "โครงข่ายทางลัดของน้ำ" เพื่อเสริมระบบเดิม เมื่อเกิดฝนหนัก น้ำจะถูกระบายจากถนนและพื้นที่ชุมชนเข้าสู่ท่อและคลอง จากนั้นใช้สถานีสูบและอาคารรับน้ำส่งต่อเข้าสู่อุโมงค์ เมื่อเข้าสู่อุโมงค์แล้วจะถูกเร่งระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาหรือจุดระบายที่กำหนด ทำให้ไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำไหลไปตามคลองเป็นระยะทางไกลทั้งหมด
ขณะเดียวกัน การลดระดับน้ำในคลองสายหลักอย่างรวดเร็ว ยังช่วยเปิดพื้นที่รับน้ำให้คลองสามารถรองรับน้ำระลอกใหม่ได้มากขึ้น จึงเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง คลองกับอุโมงค์ มากกว่าการให้อุโมงค์เข้ามาแทนที่ระบบคลอง
อัปเดตจุดน้ำท่วมขัง ถนนสายไหนควรเลี่ยง เช็กก่อนเดินทาง
กรมชลฯ เร่งดึงน้ำฝั่งตะวันออกของ กทม. ทำทางน้ำชั่วคราวช่วย "คลองจั่น"
น้ำท่วม 31 จังหวัด - กทม.เสียชีวิต 4 สระแก้ว 8 คน
แผนปฏิบัติการน้ำท่วม2569
曼谷计划提升其长期排水系统的效率,其中大型排水隧道是加快易涝地区排水的关键设施。这是因为部分地区的管道、运河和沟渠系统存在局限性,无法迅速将水排入湄南河。
根据曼谷市政府排水部门发布的《2026年防洪减灾行动计划》,曼谷市政府的目标是提升排水系统容量,使其能够应对单日累计降雨量不超过104毫米的情况。该文件具体描述了降雨持续时间约为3小时、强度为76毫米/小时的情况。
该计划的核心是增加“大型排水隧道”网络,为远离湄南河地区的水提供捷径,而无需完全依赖正常的运河系统。
为什么曼谷需要一条“巨型隧道”?
曼谷市政府(BMA)解释说,有些地区地势低洼,当暴雨来临时,流入这些地区的水量可能会超过排水管、沟渠和运河的排水能力,从而导致洪水泛滥。
因此,大型隧道可用作地下排水通道,接收来自运河系统或集水区的水,并迅速将其直接排入湄南河。这有助于缩短排水时间,更快地降低主要运河的水位。
因此,该原则并不意味着所有道路上的雨水都会直接流入隧道,而是排水系统、运河、取水构筑物、泵站和隧道本身共同努力,尽快将水引出该区域。
除了在暴雨期间使用外,排水隧道在旱季也可用于稀释城市中心社区运河中的污水。这种水资源管理方式不应在汛期对运河排水造成负面影响。
资料来源:曼谷市政府排水部门
原有的五条隧道总排水能力为每秒 255 立方米。
根据2026年规划,曼谷目前已有五条大型排水隧道投入使用,总长度为28.57公里,总排水能力为每秒255立方米。这五条隧道分布在不同区域,具体如下:
1. Prem Prachakorn引水系统
该隧道直径3.40米,长约1.88公里,排水能力为每秒30立方米。该项目旨在解决曼谷普雷姆·普拉查空运河沿岸上游地区的洪涝问题,覆盖邦苏、乍都乍、叻西和廊曼等区,总面积约3.50平方公里。
2. 通往湄南河的玛卡山沼泽隧道。
该隧道直径4.60米,长约5.98公里,每秒可排水45立方米。该系统有助于缓解瓦塔纳、巴吞旺、拉差贴威、帕亚泰、怀匡和丁登地区的洪水灾害,覆盖面积约26平方公里,旨在将城市中心区域的水迅速引入湄南河。
3. Khlong Saen Saep 和 Khlong Lat Phrao 隧道。
该隧道直径5米,长约5.11公里,排水能力为每秒60立方米。受益区域面积约50平方公里,涵盖怀匡区、邦卡皮区、汶坤区、瓦塔纳区、旺通朗区和叻抛区。该系统是加快曼谷东部和内城区排水的关键通道。
4. 邦苏运河隧道
该隧道起于拉差达披色路,穿过邦苏运河下方,最终在吉亚凯附近汇入湄南河。隧道直径5米,全长约6.40公里,隧道末端设有一座抽水站,抽水能力为每秒60立方米。受益区域面积约56平方公里,涵盖怀匡县、丁登县、帕亚泰县、乍都乍县、拉抛县、旺通朗县、邦苏县和律实县。
5. 通往湄南河的农本沼泽隧道。
这条隧道利用农邦沼泽作为蓄水池,通过多条水渠从周边地区引水,然后迅速通过隧道排入湄南河,最终汇入邦奥运河口。隧道直径5米,全长约9.20公里。它设有7座取水构筑物、邦奥隧道泵站(抽水能力为每秒60立方米)和1座排水构筑物。
受益区域面积约85平方公里,涵盖帕威县、邦纳县、帕卡侬县及周边地区。该项目在加强诗纳卡林路和素坤逸路沿线的防洪能力以及管理水资源、降低运河水位方面发挥着至关重要的作用。
五个项目全部建成后,隧道总长度将达到 28.57 公里,总排水能力为每秒 255 立方米。
曼谷公布“排水隧道”计划,以应对暴雨并扩建通往湄南河的高速公路。
正在建设八个新的排水点,以将排水能力提高到每秒 370 立方米。
2026 年的规划还指出,曼谷计划再建 8 条大型排水隧道,总长度约为 55.32 公里,总排水能力为每秒 370 立方米。
新方案将项目划分为湄南河东岸(帕那空府一侧)的六个地点和西岸(吞武里府一侧)的两个地点。其中五个项目目前正在建设中,其余三个项目正在等待2027财年的预算拨款。
曼谷一侧有 6 个排水隧道项目。
从 Klong Bang Bua 到湄南河的 Klong Prem Prachakorn 排水隧道旨在改善曼谷北部地区的排水能力,特别是使 Klong Prem Prachakorn 系统能够更快地将水排入湄南河。
从原隧道到 Soi Ladprao 130 区域的 Khlong Saen Saep 排水隧道,涉及沿着 Khlong Saen Saep 运河延伸现有隧道,以增加其蓄水能力,并加快将 Ladprao 上游地区的水排入更大的排水系统。
将邦苏运河排水隧道从拉差达披色路延伸至拉抛运河,将扩大邦苏隧道系统的蓄水能力,覆盖更大的上方区域。
从帕卡侬隧道泵站到苏安奥伊水道,帕卡侬运河下方的地下排水隧道旨在提高帕卡侬运河地区及周边地区的排水系统效率,并与东侧的泵站和排水系统相连。
从农本沼泽到武里南府巴威运河和西运河的排水隧道延伸工程,将把原有的农本沼泽系统扩展到东部地区的重要运河,从而提高巴威地区及周边地区的水资源管理能力。
彭世洛路隧道连接着 Khlong Saen Saep 运河和湄南河,是另一条规划中的捷径,旨在为城市内部排水提供便利,将 Khlong Saen Saep 运河系统与湄南河连接起来。
这六个项目都体现了曼谷市政府 (BMA) 增加城市帕那空一侧排水路线数量的做法,这样该系统就不会仅仅依赖于任何单一的运河。
湄南河吞武里一侧将增建两条隧道。曼谷计划在湄南河西岸(即吞武里)增建两条隧道。
塔维瓦塔纳运河排水隧道解决了运河系统的瓶颈问题,使塔维瓦塔纳运河的水能够更快地流经该系统,提高了吞武里地区的排水效率。
从帕西乍伦运河到沙南猜运河的帕亚拉查蒙特里排水隧道将有助于增加吞武里地区的排水路线,连接帕西乍伦运河和沙南猜运河系统,并在暴雨期间提供更多水资源管理选择。
从 5 个地点发展到 13 个地点。
从2026年的总体规划来看,曼谷目前已确定建设五条大型排水隧道,总长度为28.57公里,总排水能力为每秒255立方米。计划新增八条隧道,届时隧道总长度将增加55.32公里,排水能力将增加每秒370立方米。
如果附加计划中的项目按计划完成,曼谷将拥有一个由13条大型隧道组成的网络,总长度约为83.89公里。仅考虑现有5条隧道和新建8条隧道的排水能力,总排水能力约为每秒625立方米。
然而,这些数据综合了原计划和规划项目的潜力,旨在说明管网的规模,并不意味着在实际情况下所有隧道都能同时以每秒625立方米的最大流量运行。排水情况取决于集水区面积、运河水位、泵站、水闸以及当时湄南河的水文状况。
目标是开辟一条“水路捷径”,而不是替换所有运河。
曼谷2026年排水隧道计划的核心并非仅仅是建造大型地下管道,而是要创建一个“水捷径网络”来补充现有的排水系统。暴雨时,街道和社区的雨水将被排入管道和沟渠。泵站和取水设施会将水输送到隧道中。水进入隧道后,将迅速排入湄南河或指定的排水点,无需等待水流经长距离的沟渠。
与此同时,迅速降低干渠水位也能增加蓄水能力,使运河能够容纳新的水浪。因此,这是运河和隧道共同作用的结果,而不是隧道取代运河系统。
已更新洪水区域及应避开道路的信息。出行前请务必查看。
皇家灌溉部门正紧急从曼谷东部引水,以建立临时水道,帮助管理孔占运河。
泰国31个府发生洪水——曼谷4人死亡,沙缴府8人死亡。
2026年防洪行动计划