เริ่มคุ้มครองวันนี้ 1 ต.ค.ประกันภัยพิบัติ ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน保险保障从今天,也就是10月1日开始生效。灾害保险将覆盖3000万户家庭。
นายกฯ ประชุมคอนเฟอเรนซ์ “ผู้ว่าฯ - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แจงเงื่อนไขโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน คุ้มครองประชาชน 30 ล้านครัวเรือน ดีเดย์ 1 ต.ค.ครอบคลุม 3 ภัย น้ำท่วม-วาตภัย-แผ่นดินไหว จ่ายชดเชยสูงสุด 1 แสนบาท เสียชีวิต 2 ล้านบาท

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ประชุมคอนเฟอเรนซ์ด่วนกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน และแพทย์ประจำตำบล ในพื้นที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อมอบนโยบายการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ สำหรับประชาชนทุกหลังคาเรือน
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลได้ออกโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการดูแล และคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติ รัฐบาลตระหนักดีว่าภัยพิบัติสามารถเกิดขึ้นได้ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของประชาชน สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดเหตุเท่านั้น แต่ต้องเตรียมความพร้อม และสร้างระบบหลักประกันที่สามารถรองรับความเสียหายไว้ล่วงหน้า
รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวสำหรับประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อเพิ่มกลไกในการดูแลประชาชน โดยภาครัฐเป็นผู้จัดทำประกันภัยให้กับประชาชน เพื่อให้มีหลักประกันรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ
นายกรัฐมนตรี สำหรับกรมธรรม์ดังกล่าว ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย การสูญเสียชีวิต และกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร โดยอุทกภัย ความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 90,000 บาท
ส่วนวาตภัย ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ส่วนที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท ขณะที่แผ่นดินไหว ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท ที่เกินเบื้องต้นไม่เกิน 95,000 บาท
กรณีเกิดภัยน้ำล้อมที่อยู่อาศัยจนไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วัน จะได้รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ในความคุ้มครอง จะได้รับผลประโยชน์ 2 ล้านบาทต่อคน โดยเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 ครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 30 ล้านครัวเรือน
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย แต่สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการให้ความช่วยเหลือภายหลังเกิดความเสียหาย ไปสู่การจัดการความเสี่ยงและการเตรียมหลักประกันไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ประชาชนจะมีสิทธิได้รับความคุ้มครองที่ชัดเจน สามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและรับค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อบรรเทาผลกระทบ สนับสนุนการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน โครงการนี้เป็นการนำกลไกของระบบประกันภัย และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกระจายความเสี่ยง ช่วยให้ภาครัฐสามารถวางแผนรองรับความเสียหายจากภัยพิบัติ และบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศได้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลที่มีตนเองเป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย มุ่งหวังว่าการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชนจะเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยให้การเยียวยา และช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ชัดเจน และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินชีวิตให้แก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที
“ขอให้ทุกคน โดยเฉพาะ ผวจ. นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน ร่วมกันประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ เพื่อแจ้งสิทธิให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง และสามารถเข้าถึงสิทธิ และประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่”
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาชนลดความกังวล ว่า เมื่อเกิดเหตุใดก็ตามประชาชนจะได้รับการบรรเทาความเสียหาย โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดทำความคุ้มครองในระดับครัวเรือนอย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ประมาณ 30 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนที่ประสบภัยได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึง
ทั้งนี้ ขอให้ ผวจ. และนายอำเภอ ศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้เข้าใจอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อสามารถนำไปชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ว่าหากประสบภัยน้ำท่วมในระดับใด จะได้รับความคุ้มครองเท่าใด หรือหากบ้านเรือนได้รับความเสียหายจะได้รับเงินช่วยเหลือสำหรับการซ่อมแซมเป็นจำนวนเท่าใด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หากเกิดภัยพิบัติขึ้น ภาครัฐ โดยกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และแจ้งให้ประชาชนทราบถึงสิทธิในการเข้าถึงเงินประกันภัย
“กรมธรรม์ดังกล่าวจะให้ความคุ้มครองปีต่อปี คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 1 ต.ค. 2570 แต่ไม่ได้ทำแค่ปีเดียว แต่จะทำปีต่อปี จึงขอให้ทุกคนสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ว่าจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยพิบัติและเข้าถึงการชดเชยได้อย่างรวดเร็ว“
"ชัชชาติ" เผย "เคหะคลองจั่น-ลาดพร้าว" น้ำเริ่มแห้ง เร่งกู้ "ลาดกระบัง–สะพานสูง"
"นายกฯ" นั่งหัวโต๊ะประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งเร่งเคลียร์ขยะ
1 ต.ค.เริ่มกดรับสิทธิอีก 1,000 บาท #ไทยช่วยไทยพลัส #เป๋าตัง ติดเทรนด์ X
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
กรุงเทพมหานคร น้ำท่วมกรุงเทพ
9月30日上午9点,在灾害预防和减灾部(DDPM),总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔与北榄府邦沙通县的县长、县级政府机构负责人、地方行政组织负责人、村长、副村长、村警察和乡镇医生举行紧急电话会议,宣布一项为每个家庭提供灾害保险的政策。
阿努廷先生表示,政府今天启动了一项面向公众的灾害保险计划,这标志着政府在提升公民防灾保障方面又迈出了重要一步。政府认识到灾害随时可能发生,并直接影响人民的生命、财产、家园和生计。因此,至关重要的不仅是灾后援助,更重要的是做好准备,建立一套能够提前覆盖潜在损失的保障体系。
因此,政府已在全民范围内推行此项计划,以加强公共安全机制。政府为公民提供保险保障,确保他们免受灾害可能造成的损失。
总理表示,该保险涵盖三种自然灾害:洪水、风暴和地震。其赔偿范围包括房屋损坏、人员伤亡和永久性完全残疾。对于洪水灾害,初始赔偿额为1万泰铢,超出部分最高赔偿额为9万泰铢。
对于风暴灾害,初始赔偿金额为5000泰铢,超出部分不超过95000泰铢。对于地震灾害,初始赔偿金额为5000泰铢,超出部分不超过95000泰铢。
如果房屋被水包围,导致正常生活无法维持超过7天,每户每次事故将获得1万泰铢的赔偿。如果因承保灾害造成人员死亡,每人将获得200万泰铢的抚恤金。该保险将于2026年10月1日生效,覆盖全国约3000万户家庭。
阿努廷先生进一步指出,该项目的实施不仅仅是提供保险保障,更体现了国家灾害管理方式的转变。它从灾后援助转向系统性地管理风险并提前做好准备。当自然灾害发生时,公民将拥有明确的保护权利,可以参与核实程序并根据既定条件获得赔偿。此举旨在减轻灾害影响,支持房屋修缮,并尽快恢复民众的正常生活。
总理还表示,与此同时,该项目将保险体系和私营部门聚集在一起,参与风险分散,使政府能够更有系统、更有效地规划灾害损失并管理国家资源。
政府由总理兼内政部长亲自出任,希望通过向公众提供灾害保险,能够成为向灾民提供更快、更清晰、更系统救济援助的又一重要机制,同时也能增强民众的生活保障,使他们能够及时从灾害影响中恢复过来。
“我敦促所有人,特别是省长、区长、地方政府行政官员(省行政机构、市、乡镇行政机构)、村长、副村长、乡镇医生和村警,通力合作,传播有关该项目的信息,使公众充分了解他们的权利,并使他们能够充分获得该项目提供的权利和利益。”
总理重申,这些措施将缓解公众的担忧,并向民众保证,一旦发生任何意外,他们都会得到救助。这是首次在全国范围内实施如此全面的家庭级保护措施,覆盖约3000万户家庭,确保受灾民众获得周全的保障。
因此,请各省省长和区长仔细研究保险单的条款和条件,以便能够向公众解释他们将获得何种程度的洪水保险,以及如果房屋受损,他们将获得多少赔偿金等。
然而,一旦发生灾害,政府将通过内政部、省行政厅、地方行政促进厅和防灾减灾厅(DDPM)对损失进行调查,并告知公众其获得保险金的权利。
“该保险单将按年提供保障,从2026年10月1日至2027年10月1日。这不是一年期的保单,而是续保。因此,我们希望向公众保证,他们将获得灾害保险保障,并能及时获得赔偿。”
“查查特”显示,“卡哈克隆昌”和“拉普拉奥”的水位正在下降,并正在加快恢复“拉克拉邦”和“萨潘松”的努力。
总理主持召开会议,监测洪水情况,并下令迅速清理瓦砾。
10月1日:开始领取剩余的1000泰铢补助。#ThaiHelpThaiPlus #Paotang 热门话题 X
国家灾害保险
曼谷发生洪水。